The Wall Street Journal รายงานว่าสหภาพยุโรปอาจเข้าร่วมสงครามการค้ากับจีน แลกเปลี่ยนกับเงื่อนไขที่สหรัฐอเมริกา จะยกเลิกมาตรการกีดกันการนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมแก่อียู
หัวขบวนที่เปิดประเด็นตั้งเงื่อนไขแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับสหรัฐอเมริกา คือเยอรมนี ซึ่งมีความวิตกกังวลมากเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯในประเด็นตึงเครียดของสัมพันธภาพทางการค้า

อย่างไรก็ตามหัวหน้าคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป Jean-Claude Juncker กลับมีท่าทีแข็งกร้าวต่อนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ถึงขั้นแสดงทัศนะวิพากษ์วิจารณ์ภาษีใหม่ของสหรัฐอเมริกาอย่างเผ็ดร้อนว่า “เราจะไม่อยู่เฉยๆ เมื่ออุตสาหกรรมของเราทนทุกข์ทรมานจากมาตรการที่ไม่เป็นธรรมซึ่งเป็นภัยต่อคนงานนับพันๆ แห่งในยุโรป สหภาพยุโรปจะตอบโต้อย่างจริงจังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน”
กลยุทธทางเศรษฐกิจการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายใต้บังเหียนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่เพียงสร้างความขัดแย้งกับจีน และสร้างความขุ่นเคืองแก่สหภาพยุโรปเท่านั้น แต่ยังจะขยายขอบเขตกว้างไกลไปถึงองค์การการค้าโลก (World Trade Organization-WTO) อีกด้วย
ทรัมป์ มีแนวโน้มที่อาจจะประกาศสงครามการค้ากับองค์การการค้าโลก (WTO) ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือเขาไม่เห็นประโยชน์ใดๆ ขององค์การนี้ต่อสหรัฐอเมริกา
ทีมงานของทรัมป์ เคยประเมินกรณีดับบลิวทีโอนี้เอาไว้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์โดยสรุปรวบยอดว่า ดับบลิวทีโอ เป็นองค์การหายนะ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาไม่เอื้อประโยชน์ใดๆ ต่อสหรัฐอเมริกา แถมยังเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียเงินจำนวนมากไปกับผลประโยชน์ของเม็กซิโกและแคนาดา

หนทางเดียวที่สหรัฐอเมริกาจะรักษาผลประโยชน์ตัวเองเอาไว้ ในความคิดเห็นของทรัมป์และทีมงานคือ ต้องปลดปล่อยตัวเองออกจาก ดับบลิวทีโอ
หากทรัมป์ ตัดสินใจถอนสหรัฐอเมริกา ออกจากภาคีสมาชิกดับบลิวทีโอ อาจเป็นชนวนเหตุทำให้ดับบลิวทีโอถึงคราวต้องล่มสลาย และจะต้องมีการพัฒนากลไกตลอดจนกฎระเบียบใหม่ขึ้นมา เพื่อจัดระเบียบการค้าของโลกให้มีประสิทธิภาพดีกว่าดับบลิวทีโอ
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ไม่เห็นด้วยกับ TPP (Trans-Pacific Partnership) เนื่องจากมองว่าไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาเช่นกัน
ในทัศนะของผู้นำสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน มุ่งมั่นที่จะใช้อำนาจอิทธิพลที่เหนือกว่ากดดันให้ประเทศคู่เจรจายอมทำธุรกรรมแบบทวิภาคี ตามเงื่อนไขที่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้กำหนด มากกว่าที่จะเป็นแบบพหุภาคีเหมือนกับที่เคยทำกันก่อนหน้านี้
พฤติกรรมผู้นำสหรัฐอเมริกาที่ยากต่อการไว้วางใจ ทำให้รัฐบาลตุรกี ตัดสินใจเคลื่อนย้ายทองคำสำรอง 28.7 ตัน ที่ฝากไว้ในสหรัฐอเมริกากลับคืนภูมิลำเนา เพื่อความปลอดภัยจากการถูกสหรัฐอเมริกา ”กักกัน” ไว้เป็นเงื่อนไขบีบคั้นให้ต้องจำใจจำยอมทำตามแรงกดดันของตัวเอง ประกอบกับท่าทีรัฐบาลตุรกีในระยะหลัง ได้หันไปกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับรัสเซียมากขึ้น โดยการสั่งซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธ S-400จากรัสเซีย ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่สหรัฐอเมริกาไม่น้อย
ณ เพลานี้สหรัฐอเมริกาอุปมาเหมือนคนเห็นแก่ตัวที่เลือดกำลังเข้าตา แถมหลังยังกระแทกฝา ซึ่งทำให้อาจกระทำการใดๆ ในลักษณะขาดสติได้ง่ายๆ เพียงเพื่อธำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของตัวเองเป็นสำคัญ….ใครจะว่าอะไรก็ช่าง…ใครจะเสียหายวุ่นวายยังไงก็ไม่สนใจ
เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย // เรียบเรียง : ตะวันฉาย










