ถ้าใครมาบอกว่าการ เปลี่ยนสายงาน หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนอาชีพไปเลยนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด จงอย่าเชื่อลองคิดดูว่า การที่คนคนหนึ่งจะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ต้องสร้างแรงใจตั้งแต่ตื่นนอนให้ตื่นไปทำในสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำ พบเจอคนในแวดวงใหม่ๆที่ไม่เคยปฏิสัมพันธ์กันมาก่อน เพียงคิดแค่นี้ก็รู้สึกว่ามันไม่ง่ายแล้ว

ทว่า หากใจของคุณส่งสัญญาณว่า ต้องการการเปลี่ยนแปลง อยากสร้างความแปลกใหม่ให้ชีวิต เมื่อใจมาแล้ว ก็ไม่ควรปล่อยให้มีข้อกังขาอะไรมาฉุดรั้งให้คุณไม่เดินต่อบนเส้นทางสายใหม่นี้ เปลี่ยนสายงาน ข้ามสายงาน เปลี่ยนอาชีพ

เพราะหากมองถึงข้อดีเบื้องต้นของการเปลี่ยนสายงานที่ผู้ผ่านประสบการณ์ทำนองนี้ได้มาแชร์ไว้จะพบว่านอกจากการได้ท้าทายตัวเองด้วยการทำสิ่งแปลกใหม่แล้ว นั่นคือ การเปิดโอกาสให้ตนเองได้พัฒนาศักยภาพและทักษะใหม่ๆที่จะนำมาซึ่งความเติบโตในสายงานนั้นๆ อย่างที่การทำงานในตำแหน่งเดิมนั้นมอบให้คุณไม่ได้นั่นเอง

ทั้งที่รู้แบบนี้แล้ว หลายคนก็ยังมีความกังวลในสิ่งที่ต้องเผชิญ หากตัดสินใจจะเปลี่ยนสายงาน วันนี้เราจึงมาชี้ให้เห็นถึง 5 ประเด็นความจริงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณเปลี่ยนสายงาน และแนวทางที่จะช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคนั้นไปอย่างราบรื่นมาแชร์ให้ได้นำไปปรับใช้กัน

การเปลี่ยนสายงาน & อาชีพ เป็นเรื่องยากชัวร์ๆ

               อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่า การตัดสินใจเปลี่ยนสายงานหรือเปลี่ยนอาชีพนั้น จะนำความยุ่งยาก ลำบาก มาสู่คุณแน่ๆ เตรียมพร้อมตั้งรับไว้ได้เลย เพราะการเลือกเดินบนเส้นทางการเปลี่ยนแปลงนี้ต้องเตรียมพร้อมทั้งปัจจัยด้านเวลาที่ต้องทุ่มเทให้กับงานใหม่อย่างเต็มที่และพลังในการศึกษาเรียนรู้ในสายงานใหม่ตั้งแต่รากฐาน นี่เป็นช่วงเวลาที่คุณต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องใช้ความพยายามในการแก้ปัญหา ภาวะความลำบากใจ ไม่สบายใจ ต่างๆนานา แต่หากคุณสามารถก้าวผ่านมาได้ รางวัลที่จะได้รับนั่นคือความภาคภูมิใจและความก้าวหน้าต่อไปในหน้าที่การงาน

               เคล็ดลับก้าวข้ามทุกอุปสรรค : ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว จากนั้นค่อยลิสต์รายการแง่ดีที่จะเกิดขึ้นถ้าคุณสามารถดำรงอยู่ได้ในสายงานใหม่นั้นได้ ถ้าคุณสามารถนำพาตัวเองผ่านขั้นตอนการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ จนถึงขั้นทำเงิน หรือทำให้เกิดความก้าวหน้าในสายงานได้ หลังจากนั้น ก็จะไม่มีความกังวลใดมาฉุดรั้งคุณจากเส้นทางในสายงานใหม่ได้แล้ว

ใจบอกว่า ยังไม่ถึงเวลาเปลี่ยนงาน

Photo by Andrew Neel on Unsplash

               ช่วงที่งานรุมเร้า และมีหลายสิ่งอย่างในชีวิตส่วนตัวที่ต้องทำ จนทำให้เวลาส่วนตัวลดน้อยลงเรื่อยๆ ช่วงนี้ล่ะที่ความคิดในการเปลี่ยนสายงาน เปลี่ยนอาชีพจะเกิดขึ้น พร้อมกับความหวังว่างานใหม่นั้นจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแง่ดี ซึ่งหากคุณเกิดความคิดแบบนี้ อย่าปล่อยให้มันผ่านเลยไป ขอแนะนำให้ตัดสินใจในเรื่องนี้ให้ได้ อย่างน้อยก็เพื่อพิสูจน์ความเชื่อว่า การเปลี่ยนสายงานใหม่ หรือแม้แต่เปลี่ยนอาชีพไปเลยนั้น สามารถนำความเปลี่ยนแปลงในแง่ดีให้เกิดขึ้นกับชีวิตคุณได้อย่างไรบ้าง

               เคล็ดลับก้าวข้ามทุกอุปสรรค : อย่ารีรอที่จะลงมือทำอะไรสักอย่างที่ปูทางไปสู่การเปลี่ยนสายงาน อย่ามัวแต่อ้างว่าต้องเตรียมตัว เตรียมความพร้อมใดๆ เพราะทันทีที่คุณลงมือทำ ก็เท่ากับคุณเริ่มออกตัววิ่ง เส้นชัยก็จะเกิดขึ้น ในอีกทางหนึ่ง เมื่อก้าวไปในเส้นทางสู่สายงานใหม่แล้ว ขอให้มองหาลู่ทางการได้โปรโมทในบริษัทในฝันแห่งนั้นแล้วเดินตามเส้นทางนั้น ควบคู่ไปกับการตั้งปณิธานไว้เลยว่าจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างเนื้อสร้างตัว เก็บหอมรอมริบเพื่อหลุดออกจากวังวนลูกจ้างให้ได้

จะเริ่มต้นอย่างไร มืดแปดด้านไปหมด

               เมื่อพูดถึงการเปลี่ยนสายงานหรือเปลี่ยนอาชีพ หลายคนอดนึกกังวลไปก่อนไม่ได้ว่า จะเริ่มต้นที่ตรงไหน ต้องหาบุคคลและลู่ทางที่จะปูทางไปสู่สายงานใหม่นั้นให้แน่นอนก่อนหรือเปล่า ก่อนที่จะตัดสินใจออกจากงานเดิม อย่างน้อยก็เพื่อหาช่องทางในการขอความช่วยเหลือในช่วงเวลาที่กำลังหางานใหม่และปรับตัวกับงานนั้น เราไม่ได้บอกว่าวิธีคิดนี้ผิด แต่ขอแนะนำว่าอย่าใช้เวลาไปกับกระบวนการข้างต้นนี้มากเกินไป เพราะนั่นจะทำให้คุณเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

               อย่างไรก็ตาม ถ้าใครได้เจอช่องทางและบุคคลที่สามารถให้ความช่วยเหลือในสายงานใหม่ได้ ก็ให้รักษาไว้ เพราะนี่ก็จะเป็นตัวช่วยให้เส้นทางในสายงานใหม่ของคุณเข้ารูปเข้ารอยขึ้น

               เคล็ดลับก้าวข้ามทุกอุปสรรค : ขอให้จำไว้ว่าคอนเนคชันที่คุณได้เจอนั้น คงไม่ใช่ทุกคอนแทคที่จะช่วยคุณในการก้าวสู่สายงานใหม่ได้ทุกคน ซึ่งนั่นไม่ใช่สาระสำคัญที่ต้องใส่ใจ แต่สิ่งที่คุณจะต้องคิดนั่นคือ คุณจะสามารถใช้คอนเนคชันนำสู่บุคคลที่จะให้ความช่วยเหลือคุณในสายงานใหม่อย่างไรมากกว่า

               ขณะเดียวกัน ยุคนี้เป็นยุคแห่งการสื่อสารออนไลน์ ดังนั้น ช่องทางการสร้างเครือข่ายในสายงานใหม่ ก็ย่อมสามารถค้นหาได้ผ่านโซเชียลเนทเวิร์คทุกช่องทางได้ เช่นกัน ดังนั้น จึงควรเปิดรับข่าวสารการจัดอีเวนท์หรือเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับสายงานใหม่ให้มากที่สุด เมื่อรู้แล้วก็สมควรอย่างยิ่งที่จะหาเวลาไปร่วม เพื่อเปิดมุมมองให้เข้าใกล้สายงานหรืออาชีพที่คุณมุ่งมั่นว่าจะเปลี่ยนได้เร็วขึ้น

Photo by Zachary Staines on Unsplash

ยังไม่มีทักษะในสายงานใหม่เลย

            หากคุณอยากเปลี่ยนงาน แต่ก็อดคิดไปไม่ได้ว่าเรายังไม่มีทักษะในสายงานใหม่เลย งั้นควรต้องรอไปก่อน เพราะเรายังไม่พร้อมแน่ๆ

               ใครที่มีความคิดแบบนี้ อยากให้ลองมาฟังข้อเท็จจริงต่อไปนี้ เพราะจากสถิติล่าสุดพบว่า ทุกวันนี้ ผู้ชายได้ทำงานในสายงานที่ตนเองมีทักษะหรือมีความเชี่ยวชาญแค่ 60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่ผู้หญิงก็มีความพยายามมากที่จะหางานที่ตนเองมีทักษะและความสามารถเหมาะสมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ดังหวัง ดังนั้น การปล่อยให้ความกังวลว่าเรายังไม่มีทักษะหรือความสามารถในสายงานใหม่ มาเป็นสิ่งขัดขวางการก้าวไปยังการเปลี่ยนแปลงนี้ จึงไม่ใช่สิ่งที่ดีเท่าไรนัก

               เพราะขึ้นชื่อว่าสายงานใหม่ คุณก็ย่อมต้องให้เวลาในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ สั่งสมประสบการณ์เหมือนกับเมื่อตอนคุณเริ่มต้นทำงานในสายงานเดิม นั่นต่างหากที่เป็นความจริงที่คุณต้องยอมรับ

               เคล็ดลับก้าวข้ามทุกอุปสรรค : ควรใช้เวลามานั่งประมวลว่าทักษะอะไรบ้างที่จำเป็นในสายงานใหม่ของคุณ จากนั้นค่อยหาหนทางในการฝึกฝนหรือเพิ่มศักยภาพ เพราะไม่มีประโยชน์เลยที่จะไปโฟกัสกับทักษะที่คุณยังไม่มี

แล้วถ้าตัดสินใจก้าวไป แล้วพลาดล่ะ?

            ความกลัวในความล้มเหลว ความผิดพลาด นับเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ใครหลายคนยุติความคิดที่จะก้าวออกจากสายงานเดิมมายังสายงานใหม่ ดังนั้น แนวคิดที่คู่ควรกับการเริ่มต้นในสายงานใหม่ จึงเป็นการคิดในแง่ของการวางแผนความสำเร็จ คิดแง่บวกมากกว่าไปมองแต่ในแง่ลบ

               เคล็ดลับก้าวข้ามทุกอุปสรรค : โฟกัสกับสิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้น ผลตอบแทนที่ดีที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น และมองเห็นอนาคตของตัวคุณอยู่ท่ามกลางหน้าที่การงานที่ทำให้มีความสุข เหล่านี้จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จในการเปลี่ยนสายงานได้ในที่สุด

เปลี่ยนสายงาน ข้ามสายงาน

 

ที่มา : https://www.entrepreneur.com/article/312417


บทความน่าสนใจที่เกี่ยวข้องกัย

Top Secret ! 7 นิสัย ต้องลด ละ เลิก ถ้าอยากเข้าใกล้ความสำเร็จในชีวิต

Previous articleเศรษฐกิจใหม่ : การลงทุนของอาลีบาบา กับความคิดสับสนของบางกลุ่มคน!
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.117/61
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์