โลกที่เปลี่ยนไปวันนี้ หลายกลุ่มสับสน! ปรับความคิด-ปรับตัวไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม! ความแตกแยกขัดแย้งกันในสังคมการเมืองทศวรรษที่ผ่านมา ได้หล่อหลอมบ่มเพาะความคิดให้คนบางกลุ่มหมกมุ่นอยู่กับการแบ่งฝักฝ่ายทางการเมือง การต่อต้านทำลายล้างความคิดต่าง-ความคิดคู่ตรงข้ามหัวปักหัวปำ! จนกลายเป็นอาการป่วยไข้ของสังคมที่น่าเป็นห่วงไปโดยปริยาย!
ความคิดที่หมกมุ่นในกับดักความขัดแย้ง – ความเชื่อมแบบเก่าๆ เดิมๆ ที่มองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงหรือความก้าวหน้าของสังคมเชิงบวกที่เกิดขึ้น เป็นอุปสรรค์ปัญหาที่น่าเห็นใจยิ่ง! มุมมองจากความคิดดังกล่าว ได้กลายกลืนเป็นความเชื่อที่ฝังลึกในความคิด จนบางคนไม่อาจแยกความจริงจากความเชื่อที่เกาะกุมอยู่ได้ ไม่อาจยอมรับความหลากหลายในสังคม มีปฏิกิริยาอึดอัดขัดแย้งต่อการเปลี่ยนแปลง-การอยู่ร่วมในสังคมปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ!
กระบวนการเปลี่ยนผ่าน-เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจสังคมกับโลกรอบตัว ที่เชื่อมต่อกันแบบไร้พรมแดน กลายเป็นเรื่องที่คนบางกลุ่มปรับตามไม่ทัน ไม่ยอมรับ รู้สึกไม่มันคง! มีสภาพเสมือนกำลังถูกผลักให้ออกจากคอมฟอตโซน! จึงมีปฏิกริยาเชิงวิพากย์หลายครั้งในการพัฒนาและการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ! มีสภาวะสับสนจับต้นชนปลายตามความเชื่อที่ทึกทักเอาตามสังคมข่าวลือ-สังคมความเชื่อ มากกว่าจะเป็นมุมมองของสังคมความรู้! นี่คือภาพสะท้อนความป่วยไข้ของสังคมและผู้คนที่ปรากฏขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสื่อเลือข้างเลือกสีที่ยังเป็นความคิดเก่าครึค้างท่อจากทศวรรษที่ผ่านมา!
พัฒนาการความก้าวหน้าของเศรษฐกิจโลกวันนี้ เกิดขึ้นผ่านการผลิตยุคใหม่ในรูปอุตสาหกรรม 4.0 คือการผลิตในแบบอุตสาหกรรมออโตเมชั่น สมาร์ทแฟคตอรี่ ที่พึ่งพาเทคโนโลยี หุ่นยนต์ และความคิดใหม่ในการเพิ่มศักยภาพการผลิต เป็นระบบอุตสาหกรรมสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเติบโตขึ้นของการลงทุนในทุกประเทศทั่วโลก เป็นการเติบโตจากการลงทุนยุคใหม่อาศัยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์(การปรับประสิทธิภาพด้านโลจิสติก) ผสานเข้ากับความเร็วของนวัตกรรม-ความรู้ ในการบริหารจัดการเชื่อมต่อกับโลก การพัฒนาประสิทธิภาพของการผลิตจากเทคโนโลยีที่คิดค้นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการลดต้นทุนในกระบวนระบบการลงทุน ภายใต้สิ่งแวดล้อม-กฎหมาย-และทรัพยากรมนุษย์ที่เอื้ออำนวย! ฯลฯ ความรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจสังคมยุคใหม่นี้ มีผลรวมเชิงบวกกับการพัฒนาปัจจุบันทุกมิติ ตั้งแตเรื่องการบริหารจัดการเศรษฐกิจสังคม ถึงความก้าวหน้าทางการแพทย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตยุคใหม่ที่ดีต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมรอบตัวยิ่ง หากศึกษาลงลึกถึงมิติการเปลี่ยนผ่านที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและพัฒนาการความก้าวหน้าใหม่ ที่ปรากฏขึ้นจากวันนี้ไปสู่อนาคตข้างหน้า!
น่าเสียดายที่ความคิด-ทัศนคติของบางกลุ่มคน ยังไม่ขยับปรับสร้างความรู้ให้เท่าทันสภาวะกระแสเปลี่ยนผ่านของโลกรอบตัว! เราจึงเห็นความสับสนในสื่อสังคมออนไลน์ ที่มากด้วยอาการต่อต้าน ไม่ยอมรับ อึดอัดขัดแย้ง ไม่ยอมออกจากคอมฟอร์ตโซน สับสน สารพัดจะมโนกันต่างๆนาๆ! ยามที่รัฐบาลเจรจาดึงเอาแจ็ค หม่า และอาลีบาบามาลงทุน สร้างโลกจิสติกฮับ-พัฒนาอีคอมเมริส์ ในประเทศไทย เมื่อช่วงต้นที่ แจ็ค หม่า หันไปเลือกลงทุนสร้างโลจิสติกฮับที่มาเลยเซีย กระแสสังคมออนไลน์ ก็เย้ยหยันด่าว่า ไม่รู้จักสร้างแรงจูงในดึงแจ็ค หม่า มาลงทุนในไทย เป็นการเสียโอกาสครั้งใหญ่ของประเทศ ครั้งเมื่อต่อมา แจ็ค หม่า ตัดสินในมาลงทุนพัฒนาอีคอมเมริส์ ช่วยขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ระบบการค้ายุคใหม่-อีคอมเมริส์ไร้พรมแดน กลุ่มเดิมๆ ก็ใช้สื่ออนไลน์ส่งเสียงต้าน ก่นด่าอีกตามเคย สร้างเรื่องตำหนิว่าจะให้จีนมาครอบงำเศรษฐกิจไทย ทำให้เกิดการเสียประโยชน์ครั้งใหญ่ของประเทศ บลา บลา บลาๆๆๆ ฯลฯ
ทัศนะที่คับแคบน่าเบื่อหน่าย ขาดความรู้ความเข้าใจผุดขึ้นให้เห็นมากกมาย! เช่นเดียวกับกรณี แจ็ค หม่า ทดลองเปิดขายทุเรียนออนไลน์เพียงวินาทีเดียวได้ 80,000 ลูก และมีการค้าต่อเนื่องสูงขึ้นเป็นลำดับ กลุ่มเดิมๆ ก็เข้ามาโจมตีว่าเอาของดีไปขายหมด คนไทยไม่มีกินกันแล้ว ทำให้ทุเรียนราคาแพง ถูกจีนยึดหมด! ไอ้ตอนที่จีนยังไม่เปิดออนไลน์ซื้อขายผลผลิตเกษตรกรรม ขายไม่ออกจัดการไม่ได้ ก็บ่นว่ารัฐบาลไม่ดูแลภาคเกษตร ไม่ช่วยการตลาด มีแต่จีนเอาของมาขายให้ไทย! พอขายได้ก็เกิดหวงไม่อยากขาย ไม่อยากให้ชาวสวนขายได้ราคา เป็นห่วงการบริโภคของผู้คนขึ้นทันควัน! นี่คือปรากฏการณ์การต่อต้าน ขาดความรู้ สับสนป่วยไข้ของคนบางกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด พวกนี้เอาเข้าจริงก็เป็นกลุ่มที่มักไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีความคิดที่จมอยู่ในความเชื่อตามที่ตัวเองจะเลือกเชื่อเฮโลตามกันไป นับเป็นอุปสรรค์ปัญหาต่อความเจริญก้าวหน้าของสังคมยิ่ง!
ที่จริงแล้ว ความร่วมมือในการลงทุนของแจ็ค หม่า ในประเทศไทยครั้งนี้ มีเป้าหมายอยู่ที่การพัฒนาการลงทุน smart digital hub ในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจของอาลีบาบา และมุ่งสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างสำนักงาน EEC กับกลุ่ม อาลีบาบา กับการส่งเสริมการพัฒนา SMEs และร่วมช่วยพัฒนาบุคคลกรไทยในธุรกิจดิจิทัล ที่ได้ช่วยปลุกฟื้นพลังกลุ่มรากหญ้าในประเทศจีนให้พ้นความยากจนอย่างกว้างขวางในประเทศจีน ซึ่งธุรกิจอาลีบาบามีประสบการณ์มาแล้ว ฯ รวมทั้งการพัฒนาการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัลร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มีความหมายต่อการพัฒนาฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงให้ประเทศไทย เพราะการท่องเที่ยวไทยเป็นรายได้หลักสำคัญของประเทศตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้ง 4 ส่วนข้างต้นของความร่วมมือ ยังมองไม่เห็นผลเสียกับประเทศตามที่มีกลุ่มบิดเบือนสร้างความเข้าใจผิด พากันสร้างวาทกรรมทำลายเผยแพร่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใดเลย!
เศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาพึ่งพาการตลาดภายในประเทศกว่า 70 ล้านคน และส่งออกสู่ตะวันตกเป็นสำคัญ วันนี้จีนยื่นมือเข้าร่วมสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเปิดให้ไทยเข้าถึงตลาดจีนที่มีกำลังซื้อกว่า 1,400 ล้านคน เพิ่มจากเดิมมากมหาศาล! ส่วนจีนที่จับมือกับไทยครั้งนี้ ได้ตลาดเพิ่มอีกแค่ 70 ล้านคน ตรองดูให้ดีว่าเสียเปรียบตรงใหน-อย่างไร? น่าจะถึงเวลาต้องเปิดสู่โลกกว้าง เรียนรู้โลกที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว! คอมฟอร์ตโซนที่เคยชินนั้น เป็นการปิดตัวจำนนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย! คำวิพากย์หรือเสียงก่นด่าก็ไร้ความหมายที่จะหยุดโลกได้! วันนี้ต้องเดินสู่อนาคต ไม่ใช่ย้อนเดินกลับไปหาอดีตอีกแล้ว!

ผู้เขียน : อภิชาต ทองอยู่










