ชื่นมื่น..รื่นรมย์..อบอุ่น..อบอวลไปทั่วคาบสมุทรเกาหลี เมื่อ คิม จอง อึน แห่งเกาหลีเหนือและมุน แจ อิน แห่งเกาหลีใต้ ร่วมกันประกาศปฏิญญาปันมุนจอม ประสานพลังถักทอสันติภาพ ณ หมู่บ้านปันมุนจอม เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561
วินาทีแห่งความเบิกบานของสันติภาพ บังเกิดขึ้นตรงตามเวลานัดหมาย 9 นาฬิกา 30 นาที ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจ
ท้องฟ้าเหนือคาบสมุทรเกาหลี ในวันที่ 2 ผู้นำนัดหมายกันสร้างประวัติศาสตร์เป็นท้องฟ้าที่สว่างสดใส ภายใต้อุณหภูมิเย็นสบายที่ระดับ 20 องศาเซลเซียส



คิม จอง อึน และ มุน แจ อิน เดินมาส่งยิ้มแสดงความเป็นมิตรไมตรีต่อกันบริเวณแนวแท่งคอนกรีตกั้นเขตแดนเกาหลีเหนือ-ใต้ แล้วสลับกันก้าวข้ามแท่งคอนกรีตแลกรอยเท้าระหว่างกัน และกระชับมือกันแสดงสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพต่อกัน
“เส้นแบ่งเขตแดน จะค่อยๆ เลือนหายไป ถ้าผู้คนจำนวนมากก้าวข้ามมัน และบาดแผลระหว่างเรา 2 เกาหลีจะต้องได้รับการเยียวยา”.…วรรคทองที่พรั่งพรูเป็นมธุรสวาจาจากฝ่ายผู้นำเกาหลีเหนือวัย 36 ปี ที่เอ่ยต่อผู้นำเกาหลีใต้ ในห้วงจังหวะของการก้าวข้ามแนวแท่งคอนกรีต
ทำนองเดียวกันฝ่ายผู้นำเกาหลีใต้ วัย 65 ปี ก็ตอบสนองด้วยถ้อยวาจาแสนประทับใจย้อนกลับแก่ผู้นำเกาหลีเหนือ…
“ภาระบนบ่าของพวกเราแม้จะหนักหนา แต่เชื่อมั่นว่าการประชุมวันนี้จะลงเอยด้วยดี และเป็นของขวัญชิ้นพิเศษแก่พี่น้องชาวเกาหลีทั้งปวง รวมทั้งแก่ชาวโลกด้วย”
ทุกวินาทีของวันประวัติศาสตร์ครั้งนี้เคลื่อนไปด้วยความเข้าใจกัน…ให้เกียรติกัน บนรากฐานแห่งภาษาเดียวกัน…และประเพณีวัฒนธรรมเดียวกัน



หลายช่วงเวลาของการพูดคุยกันในฐานะ ”คนเกาหลี” ด้วยกัน ทั้ง 2 ผู้นำต่างโอภาปราศรัยกันด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย
บางช่วงของการพูดคุยผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งอ่อนอาวุโสกว่าได้กล่าวขอโทษต่อผู้นำเกาหลีใต้ด้วยความอ่อนน้อม…
“ต้องขอโทษต่อเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว (2560) ที่การทดลองขีปนาวุธนิวเคลียร์ ไปรบกวนการนอนของท่าน ทำให้ต้องลุกขึ้นแต่เช้าตรู่แล้วเรียกประชุมสภาความมั่นคง….ต่อไปนี้จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว”
ผู้นำเกาหลีใต้ ได้กล่าวตอบผู้นำเกาหลีเหนืออย่างสุภาพ ด้วยถ้อยคำสั้นๆ…”นับเป็นข่าวที่ดี”


ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำเกาหลีเหนือ ยังแสดงท่าทีทอดสะพานแห่งมิตรไมตรีต่อผู้นำเกาหลีใต้ผ่านถ้อยคำเชิงหยอกเย้า…
“ยินดีจะไปเยี่ยมบ้านท่านผู้นำเกาหลีใต้ ถ้าได้รับคำเชื้อเชิญ เพื่อเราจะได้มีโอกาสคุยกันบ่อยขึ้น”
ทางด้านผู้นำเกาหลีใต้ เลยถือโอกาสออกปากเชิญชวนทันควัน พร้อมกับยืนยันการพูดคุยกันในโอกาสต่อไปจะมีขึ้นได้ทั้งที่กรุงเปียงยาง ในเกาหลีเหนือ หรือกรุงโซล ในเกาหลีใต้ได้เสมอ โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะที่เขตปลอดทหารในหมู่บ้านปันมุนจอมเท่านั้น
โอกาสนี้ผู้นำเกาหลีเหนือ ยังจารึกข้อความในสมุดเยี่ยม ณ เรือนสันติภาพ ในหมู่บ้านปันมุนจอมไว้อย่างซาบซึ้ง…”ศักราชใหม่แห่งสันติภาพเริ่มต้นขึ้นแล้ว”
สำหรับสาระสำคัญที่เป็นหัวใจของปฏิญญาปันมุนจอม และเป็นของขวัญล้ำค่าแก่ชาวเกาหลีและชาวโลกคือผู้นำเกาหลีเหนือ ให้สัญญาที่จะยุติการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และประสานความร่วมมือกับผู้นำเกาหลีใต้ในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ผู้นำ 2 เกาหลี ยังได้ร่วมกัน ”พรวนดิน-รดน้ำ” ให้แก่ต้นสน ที่บรรพชนได้ปลูกไว้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพเมื่อ 65 ปีก่อน ด้วยดินและน้ำจากทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ก่อนที่จะร่วมกันเปิดผ้าคลุมหินแกะสลักข้อความ ”สันติภาพและความรุ่งเรือง” ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ”ต้นไม้แห่งสันติภาพ”
ความชื่นมื่นแห่งวันประวัติศาสตร์ที่ผู้นำ 2 เกาหลีร่วมกันบันดาลให้บังเกิดขึ้น ยังดำเนินต่อไปในงานเลี้ยงฉลองความสดใสแห่งมิตรภาพและสันติภาพระหว่างกัน ด้วยเมนูสุดพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สวิสโรตี” ที่มีลักษณะเหมือนแพนเค้กมันฝรั่ง ซึ่งเป็นเมนูโปรดปรานของผู้นำเกาหลีเหนือ เพื่อย้อนรำลึกความหลังอันหวานชื่นเมื่อครั้งผู้นำเกาหลีเหนือไปใช้ชีวิตศึกษาเล่าเรียนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์





คู่ขนานไปกับเมนูสุดโปรดของผู้นำเกาหลีเหนือแล้ว ยังมีเนื้อย่างสไตล์เกาหลี…สลัดปลาหมึกยักษ์…ปลานึ่ง…ปลาอบ..บีบิมบับ รวมทั้งเมนูของหวานอย่างมูสมะม่วงเคลือบช็อคโกแลตแต่งหน้าเป็นภาพคาบสมุทรเกาหลี และเค้กสไตล์เกาหลีใต้ ที่แกล้มกับชาจากดินแดนเกาหลีเหนือ


นับจากวันนี้ สัมพันธภาพ…มิตรภาพระหว่าง 2 เกาหลี น่าจะผลิดอกบานสะพรั่ง และบันดาลสันติภาพให้บังเกิดแก่ประชาคมโลกสืบไป
***ภาพประกอบจาก : www.korea.net










