นับเป็นอีกหนึ่งข่าวดีของขาเที่ยวชาวไทย หลังจากหลายประเทศเปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวชาวไทย ล่าสุด เกาะไหหลำ เพชรเม็ดงามที่ถูกขนานนามให้เป็น ฮาวายแห่งเอเชียตะวันออก ได้เปิดให้นักท่องเที่ยว 59 ประเทศ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในนั้น สามารถเดินทางเข้าเกาะไหหลำได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้แล้ว


รายงานข่าวล่าสุดยืนยันว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของจีนออกมาประกาศว่า ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป ประเทศจีนจะเปิดให้นักท่องเที่ยวจาก 59 ประเทศ ซึ่งมีรายชื่อของประเทศไทยรวมอยู่ด้วย สามารถเดินทางเข้าเกาะไหหลำได้แบบฟรีวีซ่า และพำนักได้นานสูงสุดถึง 30 วัน

แต่อย่างไรก็ตาม ทางการจีนก็ยังกำหนดเงื่อนไขว่า การเดินทางท่องเที่ยวในเกาะไหหลำนั้นจะต้องซื้อทัวร์ผ่านตัวแทนท่องเที่ยวที่จดทะเบียนในจังหวัดไหหลำที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติจีนเท่านั้น

และเพื่อเตรียมตัวรับมวลนักท่องเที่ยวมหาศาลในโอกาสเปิดเกาะอย่างเป็นทางการนี้ ทางสมาคมบริษัทนำเที่ยวเมืองไหโข่ว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลไหหลำ เปิดเผยว่า ได้มีการฝึกอบรมด้านภาษาและวัฒนธรรมให้แก่พนักงานของบริษัทนำเที่ยวรวมกว่า 200 แห่ง เพื่อตอบสนองมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวบนเกาะนี้นั่นเอง

สำหรับข้อมูลเบื้องต้นที่นักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคนควรรู้ก่อนตัดสินใจจองตั๋วไปท่องเที่ยว นั่นคือ ไหหลำเป็นเมืองริมทะเลแห่งเดียวในเขตโซนร้อนของประเทศจีน ด้วยเหตุนี้จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น ฮาวายเมืองจีน และเป็นเกาะเขตร้อนยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติมาอย่างยาวนาน ซึ่งในแต่ละปีจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปพักผ่อนในเกาะสวรรค์แห่งนี้ทะลุ 1.1 ล้านคน โดยยอดนักท่องเที่ยวในปี 2560 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเวลาที่ไหหลำเร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง และตอนนี้มีเที่ยวบินจากไทยบินตรงไปยังเกาะไหหลำแล้ว โดยใช้เวลาเดินทางแค่ 2 ชั่วโมง เท่านั้น

ต่อมา หากถามว่าที่เกาะไหหลำมีไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมอะไรให้ไปทำบ้าง เราได้รวบรวม top 5 ของสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่ต้องห้ามพลาดหากมีโอกาสได้ไปเยือนเกาะไหหลำมาฝากกันแล้ว

ไหว้พระ ขอพรที่ วัดหนานซาน (Nanshan Temple) เมืองซานย่า

แค่ได้ก้าวเข้าสู่บริเวณวัด ก็ตื่นตาตื่นใจแล้วกับ วัดหนานซาน สวนพุทธธรรมที่ใหญ่โตกว้างขวาง ซึ่งมีความเชื่อกันว่า ถ้าใครได้มาสักการะวัดหนานซาน จะมีอายุยืนยาว เหมือนกับความเก่าแก่และความศักดิ์สิทธิ์ของวัดที่มีมาอย่างยาวนานบวกกับอายุของภูเขาหนานซานนั่นเอง ไฮไลท์ของการมาเยือนวัดนี้ยังอยู่ที่ องค์เจ้าแม่กวนอิมสีขาว ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางท้องทะเล เพื่อปกป้องคุ้มครองชาวไหหลำ เชื่อกันว่าหลังจากได้มีการริเริ่มสร้างเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้ทำให้เกาะไหหลำรอดพ้นจากพายุขนาดใหญ่มาตั้งแต่นั้น ในแต่ละปีเหล่าพุทธศาสนิกชนจึงหลั่งไหลมาสักการะเจ้าแม่กวนอิม ชำระจิตใจให้ผ่องใสและเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตตลอดปี ว่ากันว่าองค์เจ้าแม่กวนอิมนี้สูงกว่าเทพีเสรีภาพของสหรัฐเสียอีก

เดินเล่น สัมผัสเสน่ห์ ถนนโบราณฉีโหลว (เต๋อเซิ่งซา), เมืองไหโขว่

อยากได้รูปท่องเที่ยวเกาะไหหลำแบบชิคๆต้องไม่ลืมใส่กิจกรรมการเดินเล่นบนถนนเต่อเซิ่งซา เมืองไหไขว่ ไว้ด้วย เพราะถนนสายนี้เป็นถนนโบราณที่สร้างมาตั้งแต่ปีพศ. 1925 โดดเด่นด้วยอาคารพาณิชย์ความสูง 2 ถึง 3 ชั้น เรียกว่า “ฉี โหลว”  เชื่อมต่อกันกลายเป็นถนนคนเดินที่มีชีวิตชีวา เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร บรรยากาศรอบๆ ทั้งตึก สินค้าที่นำมาวางขาย รูปปั้น ล้วนบอกเล่าชีวิตของคนไหหลำสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี

รื่นรมย์ ชมวัฒนธรรมชาวพื้นเมือง ณ หมู่บ้านวัฒนธรรมชนเผ่าหลี, เมืองซานย่า

สัมผัสและเรียนรู้วิถีหมู่ชีวิตความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยเผ่าลี ที่หมู่บ้านวัฒนธรรมชนเผ่าหลี เมืองซานย่า ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองแห่งเกาะไหหลำที่มีประชากรมากที่สุดบนเกาะนี้ ที่หมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้ คุณจะได้ชมการแสดงการละเล่น ศิลปะ วัฒนธรรมแต่ดั้งเดิมของชนเผ่า และได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวชนเผ่าอย่างใกล้ชิด

ชมสถาปัตยกรรม “ลู่หุยโถว” อนุสาวรีย์ กวางเหลียวหลัง, เมืองซานย่า

สวนสาธารณะลู่หุ่ยโถว เป็นจุดชมวิวแบบพาโนราม่าของเมืองซานย่า ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง มองลงมาจะเห็นเมืองทั้งเมือง หากใครได้มาชมทัศนียภาพ ความเจริญของเมืองทั้งหมดจากบนภูเขานี้ มักจะคิดตรงกันว่าถ้าอยู่ด้านล่างจะไม่มีทางรู้เลยว่า เมืองเล็กๆ แห่งนี้จะมีความใหญ่โตได้ขนาดนี้ มีตึกสูงใหญ่ที่โอบล้อมด้วยภูเขา หากขึ้นไปชมวิวในยามเย็นก็จะเห็นแสงแดดยามเย็นไล่เรี่ยไปกับเรือสินค้าลำเล็กๆ จนถึงลำใหญ่ขนาดใหญ่โตที่จอดเทียบท่าอยู่ในอ่าวท่าเรือน้ำลึกอันสงบเงียบ ซึ่งว่ากันว่าการได้ชมพระอาทิตย์ตกบนจุดชมวิวแห่งนี้ ฟินไม่แพ้นั่งชมที่เมืองอื่นใดในโลกเลย

ไฮไลท์ของการมาเยือนสวนสาธารณะลู่หุ่ยโถวยังอยู่ที่การไปแชะภาพกับ อนุสาวรีย์กวางเหลียวหลัง ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่ตำนานความรัก ของชายหนุ่มชาวเผ่าหลี กับกวางสาว ซึ่งแท้จริงแล้วคือนางฟ้าแปลงกายมาด้วย

ชิม ข้าวมันไก่ไหหลำ อันเลื่องชื่อ ถึงถิ่นกำเนิด

ชาวไทยคุ้นเคยกันดี หากเอ่ยชื่อข้าวมันไก่ไหหลำ เพราะชาวจีนไหหลำที่อพบพย้ายถิ่นมาอยู่ในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะอยู่แถวย่านสี่พระยา ทำงานกับบริษัทริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเด็กรับใช้ เด็กเสิร์ฟ และทำงานบ้าน จากนั้นจึงขยับเข้ามาอยู่ในครัวเป็นลูกมือกุ๊กชาวต่างชาติ นี่เป็นสาเหตุให้ชาวจีนไหหลำจึงทำอาหารฝรั่งเก่งมาก กระทั่งสามารถแปลงอาหารฝรั่งให้มีรสชาติจีนได้

ดังนั้นเมื่อไปเยือนถึงถิ่นเกาะไหหลำแล้ว ก็ต้องห้ามพลาดการไปลิ้มลอง ข้าวมันไก่ไหหลำถึงถิ่นกำเนิด ที่ตำบลบุ่นเซียว เกาะไหหลำ ที่แห่งนี้ชาวบ้านจะเลี้ยงไก่ปล่อยให้หากินตามพื้นบ้าน ไก่จึงจิกเมล็ดต้นไทรกินจนอ้วนท้วน เมื่อนำไก่เลี้ยงนี้มาต้มเนื้อจะแน่นหนึบ หอมหวานหนังไก่กรอบ ส่วนเคล็ดลับข้าวมันไก่แสนอร่อยสูตรชาวไหหลำมาจากการนำน้ำต้มไก่มาหุงกับข้าวสารนั่นเอง


ที่มา : รูปประกอบทั้งหมด http://www.sunnysanya.com/

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.119/61
Next articleมองต่างมุม…หุ่นยนต์ “แรงงานพรีเมียม” หรือ “พาร์ทเนอร์” มนุษย์ ที่ไม่มีใครแทนกันได้
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์