
“เจียรวนนท์” อภิมหาเศรษฐี รวยสุดในไทย 9.37 แสนล้าน

Forbes Media สื่อชั้นนำของโลกประกาศรายชื่ออภิมหาเศรษฐีของไทย 50 อันดับ ประจำ พ.ศ. 2561 สำหรับ 10 อันดับแรกประกอบด้วย
1. พี่น้องตระกูล “เจียรวนนท์” แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ครองอันดับหนึ่งต่อเนื่องด้วยทรัพย์สิน 9.37 แสนล้านบาท
2. ตระกูล “จิราธิวัฒน์” แห่งกลุ่มเซ็นทรัล มีทรัพย์สิน 6.62 แสนล้านบาท
3. นายเฉลิม อยู่วิทยา แห่งกระทิงแดง มีทรัพย์สิน 6.56 แสนล้านบาท
4. นายเจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ มีทรัพย์สิน 5.43 แสนล้านบาท
5. นายวิชัย ศรีวัฒนประภา แห่ง King Power มีทรัพย์สิน 1.62 แสนล้านบาท
6. นายกฤตย์ รัตนรักษ์ แห่งช่อง 7 มีทรัพย์สิน 1.15 แสนล้านบาท
7. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี แห่ง บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ มีทรัพย์สิน 1.06 แสนล้านบาท
8. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ แห่ง รพ.กรุงเทพและบางกอกแอร์เวย์ มีทรัพย์สิน 1.04 แสนล้านบาท
9. นาย Aloke Lohia มหาเศรษฐีชาวอินเดีย แห่ง บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส มีทรัพย์สิน 1.03 แสนล้านบาท
10. นายวานิช ไชยวรรณ แห่งไทยประกันชีวิต มีทรัพย์สิน 9.36 หมื่นล้านบาท
โดยประเมินจากข้อมูลทางการเงินและการถือครองหุ้นและทรัพย์สินของครอบครัวที่ถือครองโดยสมาชิกในครอบครัว โดยคำนวณจากราคาหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 20 เมษายน ส่วนทรัพย์สินในบริษัทที่ถือครองส่วนตัวประเมินค่าโดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเดียวกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

พัฒนาแหลมฉบัง เฟส 3 เป็นท่าเรือเบอร์ 1 อาเซียน

กระทรวงคมนาคมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนที่เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 พื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ในรูปแบบการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเอกชน (Purchasing Power Parity : PPP) เตรียมสรุปเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีใน พ.ศ. 2561 และเริ่มต้นก่อสร้างต้น พ.ศ. 2562 ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการ พ.ศ. 2567
การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานงบประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาท แล้วให้เอกชนลงทุนพัฒนาลานวางตู้คอนเทนเนอร์ และวางระบบเทคโนโลยีขนส่งสินค้า รวมถึงก่อสร้างท่าเทียบเรือ งบประมาณกว่า 8 หมื่นล้านบาท จะส่งผลให้ท่าเรือแหลมฉบังมีท่าเรือใหม่เพิ่มอีก 5 ท่า มีศักยภาพการขนส่งสินค้าปีละ 18 ล้านตู้ จากปัจจุบันขนส่งได้ปีละ 11 ล้านตู้ ช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งจาก 14% เหลือ 12% หรือประหยัดได้กว่า 250,000 ล้านบาท นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าในพื้นที่ EEC แล้ว ท่าเรือแหลมฉบังจะกลายเป็นท่าเรืออันดับ 1 ในอาเซียน และติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลก

ความเชื่อมั่นสูงสุดรอบ 40 เดือนผลจากส่งออก-ท่องเที่ยว-ค่าแรง
ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนเมษายน อยู่ที่ระดับ 80.9 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 เดือน
ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ เป็นผลจากประชาชนรับรู้ว่าการส่งออกและการท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น รวมถึงค่าแรงงานขั้นต่ำที่ปรับขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมีกระแสความกังวลเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่ทรงตัวในระดับต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อทั่วไปในหลายจังหวัดยังขยายตัวต่ำ อีกทั้งยังมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวไม่เต็มที่และไม่กระจายตัวเท่าที่ควร

TDRI ชงปฏิรูปแท็กซี่ แยกคำนวณค่าโดยสาร

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เตรียมนำผลการศึกษาเรื่องแนวทางการปฏิรูปแท็กซี่และการให้บริการแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น ให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาภายในเดือนพฤษภาคม
เบื้องต้น เสนอว่าผู้ที่นำรถยนต์ส่วนบุคคลมารับส่งผู้โดยสาร ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะเหมือนกับคนขับแท็กซี่ และต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากร ส่วนรถที่นำมาใช้ต้องผ่านการตรวจสภาพเป็นประจำทุกปี สามารถใช้ป้ายทะเบียนรถเดิมในการให้บริการได้ แต่ต้องติดสติกเกอร์แสดงสัญลักษณ์ให้ชัดเจน สำหรับค่าโดยสารให้เริ่มเก็บที่ 40 บาท ในระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก จากนั้นคิดกิโลเมตรละ 3-4 บาท
และเสนอแนวทางปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารใหม่ โดยการแยกค่าโดยสารตามระยะทาง กับระยะเวลาที่ใช้เดินทาง เพื่อจะลดปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร ส่วนคนขับแท็กซี่ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็จะเพิ่มโทษให้รุนแรงยิ่งขึ้น ถ้าผ่านความเห็นชอบของกรมการขนส่งทางบก คาดว่าจะออกประกาศเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้ในปลาย พ.ศ. 2561

เร่งเปลี่ยนระบบไฟฟ้า ท่าอากาศยาน 28 แห่งหวั่นซ้ำรอยอุบลฯ

กรมท่าอากาศยาน (ทย.) สั่งเจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานทั้ง 28 แห่ง ทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบและเปลี่ยนระบบไฟฟ้าภายในท่าอากาศยานให้เสร็จสิ้นภายใน พ.ศ. 2562 หลังเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี ทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบิน 3 เที่ยว ซึ่งเกิดจากระบบไฟทางวิ่งซึ่งใช้งานมานานกว่า 10 ปี เกิดไฟรั่วทำให้หม้อแปลงจ่ายไฟฟ้ามากกว่าปกติระบบไฟฟ้าภายในท่าอากาศยานจึงดับทั้งหมด ส่วนสายการบินที่ได้รับผลกระทบก็ได้ชดเชยให้ผู้โดยสารตามมาตรฐานของสำนักงานการบินพลเรือน

“ทรัมป์” ส่งทีมงานเศรษฐกิจ บุกปักกิ่งเจรจายุติสงครามการค้า

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งคณะผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายเศรษฐกิจและการค้า เดินทางไปกรุงปักกิ่ง เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีน นำโดยนายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เพื่อหาหนทางยุติสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ
คณะของสหรัฐมี 2 รัฐมนตรี ประกอบด้วยนายสตีฟ มนูชิน รมว.คลัง นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์ นายโรเบิร์ต ไลธิเซอร์ ผู้แทนเจรจาการค้าของรัฐบาลวอชิงตัน รวมถึง ที่ปรึกษาด้านนโยบายการค้าและการผลิต ที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เป็นต้น ท่ามกลางการจับตาอย่างไรก็ตามของหลายฝ่ายซึ่งคาดการณ์ว่าเป็นไปได้ยากที่ได้ข้อสรุปที่ลงตัวในเวลาอันใกล้ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่าย ออกมาตรการทางการค้าที่รุนแรงและพุ่งเป้าไปที่สินค้าส่งออกหลักของฝ่ายตรงข้าม

อินเดียผจญมลพิษทางอากาศWHO แนะนำใช้โมเดลจีนแก้ปัญหา

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยผลการศึกษามลภาวะทางอากาศในเมืองต่างๆ กว่า 4,300 เมือง ใน 108 ประเทศทั่วโลก ช่วง พ.ศ. 2559 พบว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีเมืองประสบมลภาวะทางอากาศมากที่สุดคือ 14 เมือง ที่ติด 20 อันดับแรกของโลก โดยเฉพาะเมืองคานปูร์มีฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 173 ซึ่งสูงที่สุดในโลกในปี 2559 เกินกว่าค่าปลอดภัยของ WHO ถึง 17 เท่า ส่วนกรุงนิวเดลีมีฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเป็นอันดับ 6 เฉลี่ยอยู่ที่ 143 และใน พ.ศ. 2560 WHO เคยประกาศภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในกรุงนิวเดลี เพราะระดับมลพิษสูงกว่าค่าปลอดภัยถึง 70 เท่า
ขณะที่หลายเมืองในจีนก็มีปัญหามลภาวะทางอากาศในระดับสูงเช่นกัน แต่มีการบริหารจัดการที่ดีเพื่อเร่งแก้ไข WHO จึงแนะนำอินเดียให้เอาอย่างจีนเพื่อลดปัญหามลภาวะ ผลการศึกษายังพบว่าประชากรโลก 9 คน ใน 10 คน หายใจเอามลพิษระดับสูงเข้าสู่ร่างกาย เฉพาะใน พ.ศ. 2559 มีผู้เสียชีวิตจากมลภาวะทางอากาศสูงถึง 3.8 ล้านคน














