Thursday, August 6, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.125/61

เลขาฯ EEC พอใจ

ท่าเรือจุกเสม็ดคืบหน้า รองรับขนส่ง-ท่องเที่ยว

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ EEC พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ หรือท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี น.อ.คมพันธ์ อุปลานนท์ รอง ผู้อำนวยการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ นำเยี่ยมชม พบว่ามีความคืบหน้าไปมาก เป็นไปตามแผนพัฒนาท่าเรือจุกเสม็ดรองรองรับการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ EEC ทั้งด้านการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว มีพื้นที่ราว 20,000 ตารางเมตร มีท่าเรือ 6 ท่า แบ่งเป็นท่าที่ 1-3 สำหรับจอดเรือรบของกองทัพเรือ และท่าที่ 4-6 สำหรับขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมและรองรับเรือเฟอร์รี่

เลขาธิการ EEC ยังพบกับกลุ่มเครือข่ายผู้บริหารท้องถิ่น 3 จังหวัดภาคตะวันออก (CAEC) เพื่อรับฟังความคืบหน้าตามติดตามปัญหาและวางแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ EEC ใน 7 กลุ่มยุทธศาสตร์เร่งด่วน ประกอบด้วย 1.การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว 2.แก้ปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมนอกนิคม 3.การจัดการขยะ 4.การปฏิรูปการศึกษา 5.การแก้ปัญหาน้ำท่วมและรถติดมอเตอร์เวย์ 6.การจัดการจราจร และ 7.การเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกลุ่มสังคม

พร้อมกันนนี้ นายคณิศยังรับทราบปัญหาที่ดินทำกินของชาว อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งเป็นพิ้นที่ สปก. นับแสนไร่ ถูกปิดล้อมจากนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ชาวปลวกแดงมีข้อจำกัดด้านข้อกฎหมายในการพัฒนาที่ดินให้เป็นประโยชน์สอดรับการเติบโตของเมือง ซึ่งทางเลขาธิการ EEC ตอบรับที่จะรีบหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย

เปิดรถโดยสาร 3 เส้นทาง

เชื่อมอู่ตะเภา-ภาคตะวันออก

facebook.com/PR.DLT.NEWS
facebook.com/PR.DLT.NEWS

กรมการขนส่งทางบกเปิดให้บริการรถโดยสาร 3 เส้นทางใหม่ จากจังหวัดท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาใน จ.ระยอง ประกอบด้วยเส้นทาง ตราด-อู่ตะเภา ระยอง-อู่ตะเภา และชลบุรี-อู่ตะเภา เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มศักยภาพให้กับท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาที่จะยกระดับเป็นศูนย์กลางการบินแห่งใหม่ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และการลงทุนในพื้นที่ EEC

รถโดยสารทั้ง 3 เส้นทาง เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ 4 พฤษภาคม ใช้รถโดยสารปรับอากาศมาตรฐานใหม่ ติดตั้งระบบความปลอดภัยครบถ้วน แต่ละเส้นทางมีรถให้บริการเบื้องต้น 2 ถึง 4 คัน ผู้ประกอบการสามารถจัดตารางเดินรถเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว คาดว่าจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

ตามแผนพัฒนา EEC ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา จะเป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 ของไทย รองรับผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 40,000 คน และจะขยายพื้นที่ให้รองรับผู้โดยสารได้ถึงปีละ 3,000,000 คน ในอนาคต

facebook.com/PR.DLT.NEWS

ส่อแววแข่งขันดุเดือด

6 เจ้าร่วมวงประมูล “บงกช-เอราวัณ”

www.dmf.go.th

ผู้ประกอบการ 6 ราย ยื่นแสดงความจำนงรับการพิจารณาคุณสมบัติเพื่อเข้าร่วมประมูลสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 (เอราวัณ) และ G2/61 (บงกช) ซึ่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract : PSC)

ทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด (สหรัฐ ) 3.บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) จำกัด (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) 4.บริษัท โอเอ็มวี แอคเทียนวีเซลสคาฟท (ออสเตรีย) 5.บริษัท โททาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ จำกัด (ฝรั่งเศส) และเจ้าสุดท้ายเป็นกิจการร่วมค้า ประกอบด้วย บริษัท พลังงานสะอาด 101 , Haicheng Petroleum Machinery Manufacture Group (จีน) ,  AL Jaber group (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

บ.โททาลฯ ต้องการจะประมูลเฉพาะเอราวัณ ส่วนอีก 5 ราย พร้อมจะประมูลทั้ง 2 แหล่ง ตามกรอบเวลาจะพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นเสร็จสิ้นในวันที่ 28พฤษภาคม จะได้ผู้ชนะการประมูลในเดือนธันวาคม และลงนามสัญญาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 หลังการลงนามผู้ชนะต้องยื่นหนังสือค้ำประกันการปฏิบัติงานตามสัญญา (Performance Guarantee) สำหรับแหล่งบงกช 3,500 ล้านบาท และแหล่งเอราวัณ 5,000 ล้านบาท หากไม่ลงทุนตามข้อกำหนดภายใน 1 ปี จะถูกยึดเงินค้ำประกัน

คาดว่าการประมูลครั้งนี้จะต่อสู้กันดุเดือดเพราะต่างก็เป็นนักลงทุนรายใหญ่ เพียงแค่เริ่มต้น ผู้บริหารบริษัทพลังงานสะอาด 101 ซึ่งป็น 1 ใน 3 ของกิจการร่วมทุนของไทย-จีน-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ประกาศว่าพร้อมจะแข่งขันด้วยการเสนอราคาก๊าซต่ำกว่าราคาปัจจุบันถึงครึ่งหนึ่ง พร้อมทั้งประกาศว่า ถ้าไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมก็เตรียมจะฟ้องร้องภาครัฐ

4 เดือน ข้าวไทยมาแรง

ปรับเป้าส่งออกปี 61 เป็น 10 ล้านตัน

www.lovefarmer.org

ปริมาณส่งออกข้าวไทยช่วง 4 เดือนแรกของ พ.ศ. 2561 ขยายตัวสูง ส่งออกไปแล้วประมาณ 3,310,000 ตัน สูงสุดอันดับหนึ่งของโลก ขณะที่ราคาส่งออกข้าวไทยก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ล่าสุด กรมการค้าต่างประเทศจึงปรับเป้าหมายส่งออกข้าวไทยใน พ.ศ. 2561 เพิ่มจาก9,500,000 ตัน เป็น 10,000,000 ตัน

ไทยยังชนะการประมูลขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับฟิลิปปินส์ โดยไทยประมูลได้ 120,000 ตัน ชนะการประมูลขายข้าวกับอินโดนีเซีย 200,000 ตัน ส่งมอบข้าวให้กับจีนแบบรัฐต่อรัฐ งวดที่ 5 อีกกว่า 100,000 ตัน ทำให้กรมการค้าต่างประเทศมั่นใจว่าส่งออกข้าวไทยใน พ.ศ. 2561 จะดีขึ้นทั้งด้านปริมาณและราคา

ส่วนการขายข้าวออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Tmall ของอาลีบาบา กรุ๊ป กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเผยว่า ล่าสุดมีคำสั่งซื้อข้าวไทย 7 ตัน มูลค่า 600,000บาท (กิโลกรัมละ 80 บาท) จะปริมาณไม่มากแต่เป็นช่องทางสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ผู้ส่งออกโดยตรง ถือเป็นการขยายตลาดในจีนที่มีคุณภาพที่ไม่จำเป็นต้องขายข้าวล็อตใหญ่เหมือนในอดีต ต่อยอดไปสู่สินค้าเกษตรอื่น ๆ ได้อีก

แนะรัฐพลิกวิกฤตเป็นโอกาส

คัดกรองผู้ผลิตเครื่องสำอาง ให้รายใหญ่ช่วยยกระดับ

www.thaicosmeticcluster.com

นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธานคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย มั่นใจว่าปัญหาเครื่องสำอางไม่มีคุณภาพที่ภาครัฐกำลังเร่งกวาดล้าง จะไม่ส่งผลกระทบกับตลาดส่งออกของไทยเพราะส่วนใหญ่เป็นการรับจ้างผลิตในลักษณะ OEM ต้องผ่านมาตรฐานควบคุมการผลิตอย่างเข้มงวด ปัจจุบันไทยผลิตและส่งออกเครื่องสำอางติดอันดับ 17 ของโลก ด้วยมูลค่าตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากปีละ 7 หมื่นล้านบาท ไปแตะที่ 1.68 แสนล้านบาทภายในเวลา 10 ปี

แต่เสนอแนะไปยังภาครัฐว่าควรออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อดูแลอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง พร้อมทั้งสร้างบัญชีผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ (White List) เพื่อใช้วิกฤตเป็นโอกาสในคัดกรองผู้ประกอบการที่ดีและไม่ดี แล้วให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีมาตรฐาน GMP ซึ่งมีเพียงหลักสิบรายจากทั้งหมด 4-5 แสนราย จับคู่ช่วยดูแลผู้ประกอบการรายเล็กที่มีคุณภาพเพื่อยกระดับ ในลักษณะพี่ดูแลน้อง รวมทั้งขอให้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือควบคุมการนำเข้าสารต้องห้าม แทนที่จะปล่อยให้นำเข้ามาแล้วค่อยไล่ตามออกกฎคุมเข้มเหมือนในปัจจุบัน

“ทรัมป์” เมินเหตุกราดยิง

หนุนเสรีภาพครอบครองปืน

www.youtube.com/watch?v=sY7kLshMWXo

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปรากฎตัวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ในการประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริหารสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (NRA) และขึ้นกล่าวบนเวทีแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นในสังคมอเมริกันจากเหตุกราดยิงหลายครั้ง แต่ยืนยันว่าตราบใดที่เขายังเป็นผู้นำสหรัฐฯ สาระสำคัญในรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการพกพาอาวุธปืนจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ผู้นำสหรัฐฯ ยังหยิบยกเหตุก่อการร้ายในประเทศที่มีกฎหมายอาวุธปืนเข้มงวดกว่าสหรัฐฯ อย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ว่าเหตุสลดใจจะไม่เกิดขึ้นซ้ำซากหากพลเมืองมีเสรีภาพในการถือครองอาวุธมากกว่านี้

มีรายงานว่าทีมงานที่ปรึกษาพยายามทัดทานผู้นำสหรัฐฯ ไม่ให้ร่วมงานประชุมของ NRA แต่นายทรัมป์ไม่ฟัง ซึ่งคาดว่าจะมีกระแสโจมตีตามมาอย่างแน่นอน เพราะสังคมสหรัฐต้องการให้แก้ไขกฎหมายการครอบครองอาวุธปืนให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

“คิม” สั่งปรับเวลาเท่ากรุงโซล

เดินหน้ารวมพลังสู่ความเป็นหนึ่ง

www.korea.net

สำนักข่าวกลางเกาหลีใต้ (KCNA) รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือปรับเวลาท้องถิ่นกรุงเปียงยางให้เร็วขึ้น 30 นาที เพื่อให้เท่ากับเวลาท้องถิ่นกรุงโซลของเกาหลีใต้ ถือเป็นบันไดขั้นแรกของกระบวนการ “รวมพลังสู่ความเป็นหนึ่ง” ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม หลังการประชุมสุดยอดสองผู้นำเกาหลี ระหว่างนายคิม จอง-อึน กับนายมุน แจ-อิน เมื่อ 27 เมษายน

สำนักข่าว KCNA ระบุว่าในการพบปะกัน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเปรยว่ามีความไม่สบายใจอย่างมาก เมื่อเห็นนาฬิกา 2 เรือน บนผนังภายในห้องประชุมที่หมู่บ้านปันมุนจอม เขตปลอดทหารฝั่งเกาหลีใต้ แสดงเวลาระหว่างสองเกาหลีแตกต่างกัน 30 นาที

ขณะที่กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีต่อการตัดสินใจปรับเวลาของเกาหลีเหนือให้กลับมาเท่ากันอีกครั้ง หลังจากที่รัฐบาลโสมแดงมีคำสั่งปรับเวลาให้ช้ากว่ากรุงโซล ตั้งแต่สิงหาคม พ.ศ. 2558