4 หน่วยงานหลักผสานความร่วมมือ เร่งสร้างอาชีวะรุ่นใหม่ป้อน EEC ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และแก้ปัญหาความสูญเปล่าทางการศึกษาของไทย จากการผลิตคนไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน


www.eeco.or.th

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 4 ฉบับ ในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.)

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, thainews.prd.go.th

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทั้ง 4 ฉบับ ครอบคลุม 5 แนวทางพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ดังนี้

1. ความร่วมมือผลักดันสถานศึกษานำร่องและสถาบันอุดมศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะและทักษะตรงตามความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขต EEC โดยขยายความร่วมมือกับกลุ่มผู้ประกอบการในการสนับสนุนการจัดการศึกษาตามรูปแบบ “สัตหีบโมเดล” พร้อมทั้งร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานด้านการผลิตและพัฒนากำลังคน รองรับการส่งเสริมเขตพัฒนา EEC ตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล

2. ตั้งคณะทำงานวิจัยและพัฒนากำลังคน EEC เพื่อสร้างเครือข่ายและประสานงานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ขยายรูปแบบการจัดการเรียนการสอนตามแบบสัตหีบโมเดล มุ่งพัฒนาสู่มาตรฐาน EEC Model ในอนาคต และจะดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคน EEC.TOP ขึ้นที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี

3. ความร่วมมือด้านการศึกษา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน รวมถึงหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นแก่บุคลากร ครู และวิทยากร โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ ครอบคลุมการสนับสนุนจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานวิชาชีพระดับนานาชาติในสาขาเฉพาะทางของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อให้การรับรองสมรรถนะของบุคลากรในเขต EEC มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

4. ความร่วมมือในการผลิตและพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามความเชี่ยวชาญของแต่ละสถานศึกษาในรูปแบบ “สัตหีบโมเดล” และร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน รวมถึงใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการดำเนินงาน

5. ความร่วมมือในการแนะนำบริษัทเอกชนที่เข้ามาลงทุนในเขต EEC ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการผลิตและพัฒนาบุคลากร ให้มีทักษะและสมรรถนะตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ รวมทั้งร่วมกันศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ฐานข้อมูลความต้องการบุคลากร และความสามารถในการผลิตและพัฒนาของสถานศึกษาในภาคตะวันออก เพื่อจับคู่ให้นักลงทุนและสถานศึกษาร่วมกันกำหนดทิศทางการสร้างแรงงานคุณภาพ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการชี้ว่า เป้าหมายการลงนามความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลักในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันผลิตบุคลากรคุณภาพให้กับ EEC โดยเฉพาะระดับอาชีวศึกษาเพื่อให้ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของสังคมโลกที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยุคใหม่

เน้นย้ำว่าทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน และนักวิชาการ ในพื้นที่ภาคตะวันออกจะต้องร่วมกันสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจและเทคโนโลยีใหม่ยุคใหม่ รวมทั้งแก้ปัญหาความขาดแคลนบุคลากรในสถานประกอบการ ลดปัญหาการว่างงานที่เกิดจากการผลิตบุคลากรไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน


นายสุเทพ ชิตยวงษ์, www.youtube.com/watch?v=aR9I_GX-7Ko

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่าจะใช้ “สัตหีบโมเดล” เป็นแนวหลักในการต่อยอดผลิตกำลังคนเพื่อรองรับการพัฒนา EEC โดยจัดการเรียนการสอนจับคู่กับภาคอุตสาหกรรมและนักลงทุนเพื่อเสริมความเข้มแข็งในทุกด้าน เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะสูงตอบโจทย์ตลาดแรงงานอย่างแท้จริง ขณะที่เอกชนที่เข้ามาลงทุนใน EEC ก็จะมีส่วนร่วมในการผลิตทรัพยากรมนุษย์

นำร่องในวิทยาลัย 12 แห่งของภาคตะวันออก ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี วิทยาเทคนิคสัตหีบ วิทยาลัยเทคนิคพัทยา วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา วิทยาลัยการอาชีพนมสารคาม วิทยาลัยเทคนิคระยอง วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี วิทยาลัยเทคนิคตราด วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี และวิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว พร้อมทั้งมีเครือสถาบันอุดมศึกษาคอยให้การสนับสนุน

ทุกฝ่ายที่ร่วมลงนามในวันนี้ จะร่วมกันปฏิรูปและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนทุกระดับ ให้ตรงกับความเชี่ยวชาญของแต่ละสถานศึกษา รวมถึงส่งเสริมครูและวิทยากรให้มีความรู้ ความสามารถและจัดหาทรัพยากรที่เพียงพอ เพื่อผลิตบุคลากรให้สอดรับกับการพัฒนาใน EEC นอกจากนั้น ยังสนับสนุนนักเรียน นักศึกษา ให้ได้รับการรับรองสมรรถนะเพิ่มเติมจากคุณวุฒิการศึกษาในระดับนานาชาติก้าวสู่ระดับสากล


นายคณิศ แสงสุพรรณ

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก แสดงความมั่นใจว่าการร่วมมือกันของ 4หน่วยงานหลักในครั้งนี้ จะเป็นการกำหนดทิศทางการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการใน 10 อุตสาหกรรม พัฒนาทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับการพัฒนา EEC ให้ก้าวกระโดดเป็นรูปธรรมและชัดเจนในอนาคต รวมทั้งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายและต่อยอดในเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ

www.eeco.or.th