ตามประสาคนกลัวแมลงสาบ ถ้าเจอ บอกได้เลยว่าคงต้องหาอะไรตี หรือเอาดีดีทีมาฉีด มองไม่เห็นประโยชน์อะไรในการปล่อยให้เจ้าสัตว์น่าเกลียดน่ากลัวนี้อยู่ต่อไป ทว่า สำหรับ Sundra Pichai ซุนดา พิชัย ซีอีโอ ของบริษัทเซริสเอนจิน ยักษ์ใหญ่ของกูเกิลแล้ว เขากลับปรับเอาวิถีแมลงสาบเป็นทฤษฎีและแนวทางในการดำเนินชีวิต ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จจนทุกวันนี้
ทฤษฎีแมลงสาบ เรื่องราวเริ่มขึ้นด้วยการชวนให้จินตนาการตามว่า วันหนึ่งเราไปรับประทานอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่ง และเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังกรีดร้องเสียงดังอย่างสิ้นสติ เพราะมีแมลงสาบมาเกาะที่เสื้อ จนคนในร้านหันมามองและตกใจกันว่าเกิดอะไรขึ้น และแมลงสาบก็บินไปเกาะที่เสื้อของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง คราวนี้หญิงสาวนางนี้ลุกขึ้นจากเก้าอี้และร้องโวยวายด้วยความกลัวสุดขีด ทำให้ตอนนั้นบรรยากาศในร้านวุ่นวายไปหมด
เจ้าแมลงสาบตัวนี้ยังไม่หยุด บินไปเกาะที่ผ้ากันเปื้อนของเด็กเสิร์ฟ ทันทีที่เด็กเสิร์ฟสังเกตเห็นเจ้าแมลงสาป เขาเลือกที่จะมีปฏิกริยาตอบกลับแบบตรงข้ามกับหญิงสาวก่อนหน้า โดยเลือกที่จะยืนนิ่งเพื่อดูทิศทางการเคลื่อนไหวของแมลงสาปตัวนี้ เมื่อจับทางได้ก็เดินไปจับแมลงสาปตัวนี้อย่างละมุมละม่อม แล้วเดินนำมันออกไปทิ้งนอกร้าน จากนั้นไม่นาน บรรยากาศของร้านก็กลับมาเป็นปกติสุขดั่งเดิม

จากการเป็นผู้สังเกตการณ์มาโดยตลอด นำสู่การคิดตริตรองว่า สาเหตุของปัญหาและความวุ่นวายนี้คืออะไรกันแน่ หากพุ่งประเด็นไปที่แมลงสาบ ก็จะเกิดข้อกังขาต่อว่าถ้าเป็นเพราะแมลงสาบจริงๆ ทำไมเด็กเสิร์ฟจึงมีวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่ละมุมละม่อมได้ เมื่อเปรียบเทียบกับหญิงสาวทั้งสองคนก่อนหน้า หรือว่าแท้จริงแล้วสาเหตุที่ทำให้ทุกปัญหาบานปลายคือความสามารถในการรับมือกับปัญหาของแต่ละคนต่างกัน
เมื่อคิดได้เช่นนี้บทสรุปก็เกิดขึ้นตรงจุดนี้ ว่า ถ้าเกิดปัญหาขึ้น จงคิดและไตร่ตรองให้ดีว่าจะรับมือกับมันอย่างไร จะเลือกที่จะโวยวาย ตีโพยตีพาย หรือเลือกที่จะนิ่ง รวบรวมสติ คิดใคร่ครวญ วิเคราะห์ปัญหา แล้วค่อยลงมือรับมือกับปัญหาเหมือนเด็กเสิร์ฟจัดการกับแมลงสาบ
ถ้าทุกปัญหาที่ดาหน้าเข้ามาในแต่ละวัน เขาสามารถจัดการมันด้วยวิธีคิดแบบนี้ พิชัยเชื่อว่า ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าจะเกิดกับการทำงานหรือกับการใช้ชีวิตประจำวัน เราจะสามารถจัดการ ทำให้มันคลี่คลาย ไปในทางที่ดี แน่นอน

โดยวิธีที่ พิชัย ยกตัวอย่างในการพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจของเขา เขาจะอธิบายทฤษฎีแมลงสาบนี้โดยปรับเข้ากับสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ใครหลายคนต้องเจอ ดังนี้
- จะทุกข์หรือไม่ อยู่ที่เราเก็บมาคิดหรือเปล่า ในชีวิตจริง มีหลายๆ อย่างที่ทำให้เราหัวเสีย เช่น เสียงบ่นของคนรอบตัว หรือเสียงก่นด่าของเจ้านาย ซึ่งจริงๆ แล้วเราเองต่างหากที่เลือกได้ว่าจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งเหล่านั้น ถ้าเราหงุดหงิดกับมัน นั่นก็เป็นเพราะเราเลือกเอง ไม่ใช่เพราะสิ่งเหล่านั้นทำให้เรารู้สึกแย่
- ปรับวิธีคิด รับมือรถติด มันไม่ใช่รถที่ติดอยู่บนท้องถนนหรอกที่ทำให้เราอารมณ์เสียหรือเป็นทุกข์ แต่มันขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับมือของเราเองต่างหากที่ทำให้เราหัวเสียกับมัน











