
“สมคิด” การันตี GDP 4%
ยอมรับห่วงเศรษฐกิจดิจิทัล เร่งกระตุ้นคนไทยปรับตัว

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความมั่นใจว่าในปี 2561 จะได้เห็น GDP ของไทยโตเกิน 4% เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่างๆ ล้วนเป็นบวก ขณะที่นานาประเทศให้การยอมรับไทย เห็นได้จากการมาเยือนของผู้นำชาติต่างๆ แต่ก็ยังมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งรัฐบาลใช้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในการพลิกฟื้น
นายสมคิดยอมรับว่ากังวลเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลมากสุด เพราะหลายด้านในประเทศยังเป็นระบบอนาลอค รัฐบาลจึงต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อสร้างความตื่นตัวเตรียมความพร้อมสู่อนาคต พร้อมเตือนว่าหากใครไม่รีบปรับตัวให้ทันจะต้องลำบาก

ไทยจับมือญี่ปุ่นตั้งศูนย์ ITC
โชว์วิทยาการ “เด็นโซ่” ยกระดับ SME ไทย

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมเปิดศูนย์ปฎิรูปอุตสาหกรรม (ITC) และโครงการสาธิตการผลิตแบบ (LASI) โดย บ. เด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น ได้นำหลักการ LASI มาจำลองระบบแสดงการกำจัดความสูญเปล่า และการออกแบบระบบการผลิตแบบ Lean Automation ประกอบด้วย หุ่นยนต์เคลื่อนไหวได้ 7 ตัว เทคโนโลยีด้าน IoT รวมถึงเทคโนโลยีการจำลองเครื่องจักรและระบบการผลิต สำหรับเรียนรู้การใช้งานหุ่นยนต์พื้นฐานและการออกแบบระบบการผลิตแบบอัตโนมัติอย่างมีประสิทธิภาพ
นายอุตตม กล่าวว่า ศูนย์ ITC ที่ตั้งขึ้นมาจะให้ความช่วยเหลือพัฒนาผู้ประกอบการ SME ให้ปรับตัวและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล และพัฒนาผู้ประกอบการไทยตามนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 รวมทั้งให้เป็น Co-Working Space มีเครื่องจักรกลางเพื่อให้ SME ได้ใช้งาน
ศูนย์ ITC ให้บริการมาแล้ว 8 เดือน มีผู้สนใจใช้บริการกว่า 3,800 ราย พัฒนาผลงานนวัตกรรมไปแล้วกว่า 100 ชิ้นงาน คิดเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เตรียมขยายออกไปสู่ภูมิภาคภายในปี 2561 พร้อมทั้งขยายศูนย์ ITC ไปยังนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ อีกด้วย


รมต.บราซิลเยือนไทยรอบ 21 ปี
นายกฯ ชวนลงทุนใน EEC

นายอาลอยซียู นูนีซ ฟือร์ไรรา ฟีญู (Mr. Aloysio Nunes Ferreira Filho) รมว.ต่างประเทศบราซิล รับมอบหมายจากนายมิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิล เดินทางเยือนไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี ซึ่งระหว่างเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือร่วมกันถึงความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน พล.อ.ประยุทธ์ได้ชักชวนให้บราซิลเข้ามาลงทุนในด้านนวัตกรรมอาหาร เศรษฐกิจชีวภาพ ปิโตรเคมีชั้นสูง และอากาศยาน ซึ่งเป็นสาขาที่บราซิลมีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะโครงการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานใน EEC ที่จะเป็นศูนย์กลางสำหรับบราซิลในการเข้าไปลงทุนในประเทศอื่น ๆ ของอาเซียน
รมว.ต่างประเทศบราซิล แสดงความสนใจและยินดีที่ได้เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับไทย ซึ่งต่างก็เป็นประตูสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเช่นกัน และปี 2560 บราซิลเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยสูงสุดในอเมริกาใต้ คือ 83,000 คน และจะร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น


บิ๊กสุวรรณภูมิยัน “เอาอยู่”
ปัญหาทางขับอ่อนยวบ

สมาพันธ์นักบินนานาชาติออกหนังสือแจ้งเตือนให้นักบินเพิ่มความระมัดระวังในการใช้งานทางขับเข้า-ออกหลุมจอดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากบางจุดมีลักษณะพื้นผิวอ่อนยวบ หากพบพื้นผิวลักษณะดังกล่าวให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ไข ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมาตั้งแต่ปี 2551
ด้านกัปตันสนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบินไทย แสดงความเป็นห่วงว่า การยุบตัวของพื้นผิวทางขับ ทำให้เครื่องบินต้องใช้แรงขับมากกว่าปกติในการขึ้น-ลง และเมื่อใช้ไอพ่นแรงมากอาจเกิดอันตรายต่อพนักงานภาคพื้นดิน หรือหากพื้นผิวทางขับเสียหาย แรงดูดของเครื่องยนต์อาจดูดก้อนกรวดขนาดเล็กเข้าไปติดในเครื่องยนต์ทำให้เสียหายได้
ขณะที่ พ.ต.กมล วงศ์สมบุญ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เผยว่าการแก้ปัญหาในระยะสั้น ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบพื้นผิวทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยาน หากพบหรือได้รับการแจ้งเตือนเรื่องพื้นผิวชำรุดก็จะปิดพื้นที่เพื่อเร่งซ่อมแซมทันที ส่วนในระยะกลางจะใช้วัสดุแอสฟัลต์ที่มีคุณภาพกว่าเดิมมาซ่อมแซม และในระยะยาวจะเปิดประมูลหาเอกชนเข้ามาดำเนินการ ยืนยันว่าได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขมาตลอด จนปัญหามีแนวโน้มลดน้อยลง จึงไม่น่ากระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการบิน

เปิดเทอมคาดสะพัด 5 หมื่นล้าน
ขยายตัวสูงสุดรอบ 5 ปี
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าเปิดเทอมปี 2561 จะมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 52,000 ล้านบาท ขยายตัว 4.10% จากปี2560 ซึ่งขยายตัวสูงสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณฟื้นตัวที่เด่นชัด กลุ่มตัวอย่างผู้ปกครองส่วนใหญ่ 59.2% ระบุว่ามีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่ายช่วงเปิดภาคเรียน แม้จะระบุว่ามีค่าใช้จ่ายสูงมาก เบื้องต้นคาดว่าแต่ละครอบครัวจะใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมราว 16,407 บาท
ส่วนการจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะเพื่อให้บุตรหลานได้เข้าศึกษา ลดน้อยลงมากเหลือเพียง 1.2% เท่านั้น ขณะที่ผู้ปกครองกลุ่มตัวอย่างระบุว่าต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ ด้านการจัดงบประมาณเพื่อพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น หรือสนับสนุนทุนเรียนฟรีให้เด็กไทย
สำหรับตลาดเครื่องแบบนักเรียน แข่งขันกันรุนแรง ทั้งลด แลก แจก แถม และบริการส่งถึงบ้าน เพราะมีร้านค้าออนไลน์เข้ามาแข่งขันด้วย ขณะที่เครื่องแบบนักเรียนมือ 2 ก็ได้รับความสนใจเพราะมีราคาถูก

“ทรัมป์” จ่อตัดงบ NASA
ยุบโครงการด้าน “คาร์บอน”

วารสารวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ รายงานว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการจะตัดงบประมาณสนับสนุนโครงการ “ระบบสังเกตการณ์คาร์บอน” (Carbon Monitoring System : CMS) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ปีละ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (321 ล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลให้ต้องยุติโครงการดังกล่าว ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างรุนแรงในวงการวิทยาศาสตร์โลก
นายสตีฟ โคล โฆษก NASA เผยว่ารัฐบาลเสนอต่อสภาคองเกรส ให้ตัดงบประมาณสนับสนุนโครงการ CMS และโครงการสำรวจทางวิทยาศาสตร์อีก 4 โครงการ จากแผนงบประมาณประจำปี 2561/2562 ซึ่งทาง NASA จะจัดการงานวิจัยที่คั่งค้างให้เสร็จสิ้นก่อนปิดโครงการ
กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลนายทรัมป์ สั่งตัดงบสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับคาร์บอน เมื่อปี 2560 นายทรัมป์เพิ่งสั่งปิดโครงการสังเกตการณ์คาร์บอนในชั้นบรรยากาศ (The Orbiting Carbon Observatory-3 : OCO-3 ) และยังถอนตัวจากภาคีความตกลงปารีส ฉบับปี 2558 มาแล้ว

Forbes ยก “สี” เบอร์ 1 ผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดโลก
ตามด้วย “ปูติน-ทรัมป์”


Forbes สื่อชั้นนำของโลกจัดอันดับ 75 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ยกให้นายสี จิ้งผิง ประธานาธิบดีของจีนเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปี 2561 นี้ หลังจากที่คณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนลงมติแก้กฎหมาย ให้นายสีอยู่ในตำแหน่งได้ไม่มีกำหนด
อันดับ 2 คือ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งท่วมท้น ได้บริหารประเทศต่ออีกสมัยเป็นเวลา 6 ปี ไปจนถึงปี 2567 สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำรัสเซียที่ยาวนานที่สุด มาตั้งแต่ปี 2543
ตามด้วยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 3 นางแองเกลา แมร์เคิล นายกเยอรมนี อยู่ในอันดับ 4 และนายเจฟ เบโซส ซีอีโอของอเมซอน ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ อยู่ในอันดับ 5 ขณะที่นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ อยู่ในอันดับ 36
สำหรับผู้นำในภูมิภาคอาเซียนที่ติดโผมี 3 คน คือ นายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ อันดับ 61 นายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ อันดับ 69 และนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย อยู่อันดับ 74
** Forbes จัดอันดับผู้ทรงอิทธิพลของโลก














