Thursday, August 6, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.131/61

“สมคิด” การันตี GDP 4%

ยอมรับห่วงเศรษฐกิจดิจิทัล เร่งกระตุ้นคนไทยปรับตัว

www.thaigov.go.th

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความมั่นใจว่าในปี 2561 จะได้เห็น GDP ของไทยโตเกิน 4% เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่างๆ ล้วนเป็นบวก ขณะที่นานาประเทศให้การยอมรับไทย เห็นได้จากการมาเยือนของผู้นำชาติต่างๆ แต่ก็ยังมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งรัฐบาลใช้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในการพลิกฟื้น

นายสมคิดยอมรับว่ากังวลเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลมากสุด เพราะหลายด้านในประเทศยังเป็นระบบอนาลอค รัฐบาลจึงต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อสร้างความตื่นตัวเตรียมความพร้อมสู่อนาคต พร้อมเตือนว่าหากใครไม่รีบปรับตัวให้ทันจะต้องลำบาก

ไทยจับมือญี่ปุ่นตั้งศูนย์ ITC

โชว์วิทยาการ “เด็นโซ่” ยกระดับ SME ไทย

facebook.com/industryprmoi

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมเปิดศูนย์ปฎิรูปอุตสาหกรรม (ITC) และโครงการสาธิตการผลิตแบบ (LASI) โดย บ. เด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น ได้นำหลักการ LASI  มาจำลองระบบแสดงการกำจัดความสูญเปล่า และการออกแบบระบบการผลิตแบบ Lean Automation ประกอบด้วย หุ่นยนต์เคลื่อนไหวได้ 7 ตัว เทคโนโลยีด้าน IoT รวมถึงเทคโนโลยีการจำลองเครื่องจักรและระบบการผลิต สำหรับเรียนรู้การใช้งานหุ่นยนต์พื้นฐานและการออกแบบระบบการผลิตแบบอัตโนมัติอย่างมีประสิทธิภาพ

นายอุตตม กล่าวว่า ศูนย์ ITC ที่ตั้งขึ้นมาจะให้ความช่วยเหลือพัฒนาผู้ประกอบการ SME ให้ปรับตัวและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล และพัฒนาผู้ประกอบการไทยตามนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 รวมทั้งให้เป็น Co-Working Space มีเครื่องจักรกลางเพื่อให้ SME ได้ใช้งาน

ศูนย์ ITC ให้บริการมาแล้ว 8 เดือน มีผู้สนใจใช้บริการกว่า 3,800 ราย พัฒนาผลงานนวัตกรรมไปแล้วกว่า 100 ชิ้นงาน คิดเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เตรียมขยายออกไปสู่ภูมิภาคภายในปี 2561 พร้อมทั้งขยายศูนย์ ITC ไปยังนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ อีกด้วย

facebook.com/industryprmoi

รมต.บราซิลเยือนไทยรอบ 21 ปี

นายกฯ ชวนลงทุนใน EEC

www.thaigov.go.th

นายอาลอยซียู นูนีซ ฟือร์ไรรา ฟีญู (Mr. Aloysio Nunes Ferreira Filho) รมว.ต่างประเทศบราซิล รับมอบหมายจากนายมิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิล เดินทางเยือนไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี ซึ่งระหว่างเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือร่วมกันถึงความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน พล.อ.ประยุทธ์ได้ชักชวนให้บราซิลเข้ามาลงทุนในด้านนวัตกรรมอาหาร เศรษฐกิจชีวภาพ ปิโตรเคมีชั้นสูง และอากาศยาน ซึ่งเป็นสาขาที่บราซิลมีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะโครงการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานใน EEC ที่จะเป็นศูนย์กลางสำหรับบราซิลในการเข้าไปลงทุนในประเทศอื่น ๆ ของอาเซียน

รมว.ต่างประเทศบราซิล แสดงความสนใจและยินดีที่ได้เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับไทย ซึ่งต่างก็เป็นประตูสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเช่นกัน และปี 2560 บราซิลเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยสูงสุดในอเมริกาใต้ คือ 83,000 คน และจะร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น

www.thaigov.go.th

บิ๊กสุวรรณภูมิยัน “เอาอยู่”

ปัญหาทางขับอ่อนยวบ

สมาพันธ์นักบินนานาชาติออกหนังสือแจ้งเตือนให้นักบินเพิ่มความระมัดระวังในการใช้งานทางขับเข้า-ออกหลุมจอดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากบางจุดมีลักษณะพื้นผิวอ่อนยวบ หากพบพื้นผิวลักษณะดังกล่าวให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ไข ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมาตั้งแต่ปี 2551

ด้านกัปตันสนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบินไทย แสดงความเป็นห่วงว่า การยุบตัวของพื้นผิวทางขับ ทำให้เครื่องบินต้องใช้แรงขับมากกว่าปกติในการขึ้น-ลง และเมื่อใช้ไอพ่นแรงมากอาจเกิดอันตรายต่อพนักงานภาคพื้นดิน หรือหากพื้นผิวทางขับเสียหาย แรงดูดของเครื่องยนต์อาจดูดก้อนกรวดขนาดเล็กเข้าไปติดในเครื่องยนต์ทำให้เสียหายได้

ขณะที่ พ.ต.กมล วงศ์สมบุญ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เผยว่าการแก้ปัญหาในระยะสั้น ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบพื้นผิวทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยาน หากพบหรือได้รับการแจ้งเตือนเรื่องพื้นผิวชำรุดก็จะปิดพื้นที่เพื่อเร่งซ่อมแซมทันที ส่วนในระยะกลางจะใช้วัสดุแอสฟัลต์ที่มีคุณภาพกว่าเดิมมาซ่อมแซม และในระยะยาวจะเปิดประมูลหาเอกชนเข้ามาดำเนินการ ยืนยันว่าได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขมาตลอด จนปัญหามีแนวโน้มลดน้อยลง จึงไม่น่ากระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการบิน

เปิดเทอมคาดสะพัด 5 หมื่นล้าน

ขยายตัวสูงสุดรอบ 5 ปี

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าเปิดเทอมปี 2561 จะมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 52,000 ล้านบาท ขยายตัว 4.10% จากปี2560 ซึ่งขยายตัวสูงสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณฟื้นตัวที่เด่นชัด กลุ่มตัวอย่างผู้ปกครองส่วนใหญ่ 59.2% ระบุว่ามีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่ายช่วงเปิดภาคเรียน แม้จะระบุว่ามีค่าใช้จ่ายสูงมาก เบื้องต้นคาดว่าแต่ละครอบครัวจะใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมราว 16,407 บาท

ส่วนการจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะเพื่อให้บุตรหลานได้เข้าศึกษา ลดน้อยลงมากเหลือเพียง 1.2% เท่านั้น ขณะที่ผู้ปกครองกลุ่มตัวอย่างระบุว่าต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ ด้านการจัดงบประมาณเพื่อพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น หรือสนับสนุนทุนเรียนฟรีให้เด็กไทย

สำหรับตลาดเครื่องแบบนักเรียน แข่งขันกันรุนแรง ทั้งลด แลก แจก แถม และบริการส่งถึงบ้าน เพราะมีร้านค้าออนไลน์เข้ามาแข่งขันด้วย ขณะที่เครื่องแบบนักเรียนมือ 2 ก็ได้รับความสนใจเพราะมีราคาถูก

“ทรัมป์” จ่อตัดงบ NASA

ยุบโครงการด้าน “คาร์บอน”

วารสารวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ รายงานว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการจะตัดงบประมาณสนับสนุนโครงการ “ระบบสังเกตการณ์คาร์บอน” (Carbon Monitoring System : CMS) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ปีละ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (321 ล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลให้ต้องยุติโครงการดังกล่าว ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างรุนแรงในวงการวิทยาศาสตร์โลก

นายสตีฟ โคล โฆษก NASA เผยว่ารัฐบาลเสนอต่อสภาคองเกรส ให้ตัดงบประมาณสนับสนุนโครงการ CMS และโครงการสำรวจทางวิทยาศาสตร์อีก 4 โครงการ จากแผนงบประมาณประจำปี 2561/2562 ซึ่งทาง NASA จะจัดการงานวิจัยที่คั่งค้างให้เสร็จสิ้นก่อนปิดโครงการ

กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลนายทรัมป์ สั่งตัดงบสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับคาร์บอน เมื่อปี 2560 นายทรัมป์เพิ่งสั่งปิดโครงการสังเกตการณ์คาร์บอนในชั้นบรรยากาศ (The Orbiting Carbon Observatory-3 : OCO-3 ) และยังถอนตัวจากภาคีความตกลงปารีส ฉบับปี 2558 มาแล้ว

Forbes ยก “สี” เบอร์ 1 ผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดโลก

ตามด้วย “ปูติน-ทรัมป์”

Forbes สื่อชั้นนำของโลกจัดอันดับ 75 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ยกให้นายสี จิ้งผิง ประธานาธิบดีของจีนเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปี 2561 นี้ หลังจากที่คณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนลงมติแก้กฎหมาย ให้นายสีอยู่ในตำแหน่งได้ไม่มีกำหนด

อันดับ 2 คือ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งท่วมท้น ได้บริหารประเทศต่ออีกสมัยเป็นเวลา 6 ปี ไปจนถึงปี 2567 สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำรัสเซียที่ยาวนานที่สุด มาตั้งแต่ปี 2543

ตามด้วยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 3 นางแองเกลา แมร์เคิล นายกเยอรมนี อยู่ในอันดับ 4 และนายเจฟ เบโซส ซีอีโอของอเมซอน ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ อยู่ในอันดับ 5 ขณะที่นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ อยู่ในอันดับ 36

สำหรับผู้นำในภูมิภาคอาเซียนที่ติดโผมี 3 คน คือ นายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ อันดับ 61 นายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ อันดับ 69 และนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย อยู่อันดับ 74

** Forbes จัดอันดับผู้ทรงอิทธิพลของโลก

https://www.forbes.com/powerful-people/list/#tab:overall