ในขณะที่คนทั่วโลก ให้ความสำคัญกับการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านการท่องเที่ยว จุดหมายปลายทางทั่วทุกมุมโลก คือเป้าหมายของนักเดินทางที่ต้องการไปเยือนสักครั้ง การเติบโตของชุมชน และการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับการขยายตัวของสนามบินและเที่ยวบินต่างๆ เพื่อเสิร์ฟความสบายให้แก่นักเดินทางเหล่านี้
แต่ในทางกลับกัน หลายคนหลงลืมไปว่า ทุกครั้งที่เราเดินทาง หมายถึงการใช้พลังงานมหาศาล จากรายงานของนักวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature พบข้อมูลอันน่าตกใจที่ระบุว่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกำลังทำร้ายโลกมากกว่าที่พวกเขาคิดโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นสาเหตุของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่าร้อยละ 8 นอกจากนี้ ในรายงานของ CNN ยังระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นถึงสามเท่าจากที่เคยประมาณการณ์ไว้ โดยที่ผ่านมามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ในระหว่างปี 2009 – 2013 ที่ผ่านมา
แค่ไปเที่ยวจะทำลายโลกได้อย่างไร
เป็นที่ทราบกันดีว่า การท่องเที่ยว ถือเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้มหาศาล ดังนั้น เมื่อนักท่องเที่ยวกว่า 160 ประเทศทั่วโลก นิยมเดินทางกันมากขึ้น การจับจ่ายใช้สอยในด้านต่างๆ ก็จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร ช้อปปิ้ง และกิจกรรมต่างๆ อาทิ การคมนาคมในท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังหมายรวมไปถึงการเดินทางทางอากาศอย่าง “เครื่องบิน” ซึ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกและได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน

ใครครองแชมป์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด
สำหรับการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลการวิจัยพบว่า นักท่องเที่ยวที่เป็นสาเหตุในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือ นักท่องเที่ยวจากประเทศจีน เยอรมนี และอินเดีย ตามลำดับ
ทั้งนี้ หัวหน้าทีมนักวิจัยอย่าง Dr. Arunima Malik จาก University of Sydney เผยว่า การท่องเที่ยวมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยมลพิษได้ถึง 80% ในสถานที่ต่างๆ เช่น มัลดีฟส์ และ หมู่เกาะเซเชลส์
“แม้ว่าเกาะเล็กๆ เหล่านี้จะอยู่ในตำแหน่งที่เดินทางแสนยากลำบาก แต่เราก็ยังชอบที่จะเดินทางไปเยือน ในขณะที่บรรดาเกาะเล็กๆ เหล่านี้ ก็ยังต้องพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดผลกระทบทางทะเล รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา”

เปลี่ยน การทำลาย ให้เป็น สร้างสรรค์ ต้องวางแผนเที่ยวอย่างฉลาด
การท่องเที่ยวแบบ Eco-Friendly หรือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือคำตอบที่ดีที่สุดของการวางแผนเที่ยวแบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าจะวางแผนการท่องเที่ยวแบบสร้างสรรค์อย่างไร เรามีไอเดียดีๆมานำเสนอ

เที่ยวทางรถไฟ เซฟพลังงานได้มากกว่าที่คิด
จากสถิติล่าสุด พบว่าการท่องเที่ยวโดยรถไฟสร้างก๊าซเรือนกระจกให้กับประเทศสหรัฐอเมริกาเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้น น้อยกว่าการขับรถที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การเดินทางด้วยเครื่องบิน ก่อก๊าซเรือนกระจก 8 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี
ยิ่งถ้าเป็นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ยิ่งสามารถใช้พลังงานทดแทนได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแค่น้ำมันดีเซลอย่างเดียว โดยประเทศที่เป็นตัวอย่างของการใช้รถไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ คือ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ใช้พลังงานทดแทนจากลมมาเป็นพลังงานในการขับเคลื่อนรถไฟฟ้า เพื่อให้บริการทั้งประชาชนและคนมาเยี่ยมเยือนเนเธอร์แลนกว่า 600,000 คน ต่อวัน

ปั่นจักรยาน ดีทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและตัวเอง
เป็นที่ยอมรับอยู่แล้วว่า การปั่นจักรยาน เป็นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดทางหนึ่ง แต่รู้หรือไม่ว่า การปั่นจักรยานทุก 4 ไมล์ คุณสามารถช่วยป้องกันมลพิษ 15 ปอนด์ ไม่ให้ปลดปล่อยสู่บรรยากาศได้
นอกจากนั้น ในด้านสุขภาพ การปั่นจักรยานเป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ร่างกายได้ออกกำลังกาย ดีต่อระบบหัวใจ ขณะเดียวกัน สามารถลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวลงได้มาก แต่ถึงกระนั้น เพื่อความปลอดภัยตลอดการท่องเที่ยวก็ควรเรียนรู้วิธีการขี่จักรยานให้ปลอดภัย ถูกกฎจราจรของสถานที่นั้นด้วย

เลือกไฟท์บินตรง ลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ให้โลก
การเลือกไฟท์บินตรงแทนที่จะเลือกไฟท์บิน ที่ต้องพักต่อเครื่อง 1-2 จุด นอกจากจะทำให้คุณไม่เหนื่อยกับการเดินทางมากนักแล้ว ยังเป็นการช่วยลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์อีกทางหนึ่งด้วย เพราะมีการศึกษายืนยันว่าการเลือกไฟท์บินที่ต้องแวะพักเปลี่ยนเครื่องเพื่อไปยังจุดหมายเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยถึง 35 เปอร์เซ็นต์ ต่อคน เนื่องจากเวลาเครื่องบินเทคออฟจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมหาศาลสู่โลกนั่นเอง
ที่มา : http://www.foxnews.com/travel/2018/05/09/tourism-is-bad-for-planet-according-to-new-research.html











