เป็นธรรมเนียมไปแล้ว ที่ในทุกปี QS (Quacquarelli Symonds) จะทำการสำรวจ เพื่อจัดอันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก 10 อันดับ และปีนี้ก็เช่นกัน โดยผลการจัดอันดับได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเมืองที่คว้าอันดับหนึ่งและควรค่าไปศึกษาหาความรู้มากที่สุดในโลกไปครอง คือ เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเมื่อปีก่อน ลอนดอน ยังอยู่ในอันดับ 3 ทว่า ปีนี้ เมืองผู้ดีสามารถแซงหน้าแชมป์เดิมอย่าง นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดา และกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ขึ้นมารับตำแหน่งแชมป์ในการสำรวจครั้งนี้ได้สงสัยหรือไม่ว่า เป็นเพราะอะไร?


แม้ว่าการสำรวจจะบ่งชี้ว่าลอนดอนเป็นรองมหานครโตเกียวด้านตลาดแรงงานท้องถิ่นที่รองรับผู้สำเร็จการศึกษา และยังมีค่าครองชีพสูงโดยเฉพาะสนนราคาที่อยู่อาศัยในกรุงลอนดอนที่แพงหูฉี่แต่ผลสำรวจก็ชี้ให้เห็นความเป็นเลิศในด้านคุณภาพชีวิตที่นักศึกษาสัมผัสได้ในกรุงลอนดอน ซึ่งมีความเป็นมิตรและปลอดภัยสำหรับผู้เรียนทุกคนมากกว่าอีกหลายเมืองในโลก

LONDON

นอกจากนั้น กรุงลอนดอนยังอบอวลไปด้วยเสน่ห์ ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรม เพราะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ โรงละคร โรงภาพยนตร์ ระดับโลก และภัตตาคารต่างๆที่นักศึกษาสามารถไปใช้ชีวิต เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ไม่รู้จบ  อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสในการติดต่อกับผู้จ้างงานและได้งานทำ บวกกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่รวมเอาผู้คนหลายเชื้อชาติไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้คนที่อยู่ที่นี่มีความอดทนอดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง ปรับตัวได้ง่าย ซึ่งจุดนี้นี่เองที่ทำให้นักศึกษาชาวต่างชาติที่ตัดสินใจมาศึกษาที่นี่ ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือแปลกแยก

TOKYO

ส่วน มหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตามติดมาอยู่ในอันดับ 2 ของเมืองดีที่สุดสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยปีนี้ ซึ่งมีคะแนนสูงในด้านการเป็น เมืองน่าอยู่ ที่ชี้วัดจากปัจจัยด้านความปลอดภัย มลพิษในเมือง และคุณภาพชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม เมืองที่ได้รับคะแนนสูงสุดในแง่ของ เมืองน่าอยู่ ก็ยังเป็นแชมป์ของเมื่อปีก่อน นั่นคือ นครโทรอนโต ประเทศแคนาดา นั่นเอง

MELBOURNE

ด้าน ประเทศออสเตรเลีย ที่มีความพยายามมาโดยตลอดในการส่งเสริมให้ประเทศของตนก้าวเป็นผู้นำในตลาดการศึกษา ซึ่งก็ได้รับความนิยมจากนักศึกษาต่างชาติเช่นกัน อย่าง เมืองเมลเบิร์น ที่รั้งอันดับ 3 ขณะที่ เมืองซิดนีย์ อยู่อันดับ 9 ต่อมา อันดับ 4 ยังเป็น เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ตามด้วยกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ปีนี้หล่นมาอยู่ในอันดับ 5 ส่วนอันดับ 6 และ 7 อยู่ในประเทศเยอรมนี นั่นคือ เมืองมิวนิก และกรุงเบอร์ลิน อันดับ 8 คือ เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และอันดับ 10 คือกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

เมืองมหาวิทยาลัยคุณภาพดี ที่สุดในโลก


 

อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย 2018 บอกอะไรถึงอุดมศึกษาไทย

อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย 2018 บอกอะไรถึงอุดมศึกษาไทย

ฟินแลนด์ อยู่แล้วฟินสมชื่อ…เบียด นอร์เวย์ ตกชั้น ครองอันดับ 1 world’s happiest country 2018

ฟินแลนด์ อยู่แล้วฟินสมชื่อ…เบียด นอร์เวย์ ตกชั้น ครองอันดับ 1 world’s happiest country 2018

 


 

ที่มา : https://www.weforum.org/agenda/2018/05/these-are-the-10-best-cities-in-the-world-for-students

Previous articleฉีกทุกกฎ ! สังเคราะห์เสียงสร้างต้นแบบฆ้องวงไฟฟ้าตัวแรกของโลก ประกาศศักดาดนตรีไทยให้โลกรู้
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.132/61
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์