ธุรกิจ “ไมซ์” ในไทยโตไม่หยุด ดึงต่างชาติเข้ามาจัดงานในไทยอย่างต่อเนื่อง มีส่วนสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโครงการ EEC ที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างครอบคลุม มีส่วนสำคัญในการสร้างจุดแข็งให้กับธุรกิจไมซ์ของไทย
ธุรกิจ “ไมซ์” (MICE) อาจจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูคนไทยส่วนใหญ่ เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า ธุรกิจ “ไมซ์” คืออะไรและมีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยอย่างไร
M : Meeting ธุรกิจจัดการประชุม ตั้งแต่ระดับองค์กร ระหว่างองค์กร ระดับชาติ ระดับภูมิภาค ระดับนานาชาติ
I : Incentives ธุรกิจนำเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลแก่พนักงานหรือบุคคลากรขององค์กรที่สร้างผลงานน่าประทับใจ
C : Conventions ธุรกิจจัดการประชุมในสายอาชีพต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ โดยเฉพาะในระดับนานาชาติ
E : Exhibitions ธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าหรือบริการ รองรับทั้งภาคอุตสาหกรรม ผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้ซื้อ ครอบคลุมทั้งระดับชาติ ระดับภูมิภาค และนานาชาติ
“ไมซ์” เป็นธุรกิจแนวใหม่ที่กำลังมาแรงในโลกยุคใหม่ ซึ่งรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะมีส่วนความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ธุรกิจไมซ์ในไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประมาณปีละ 5-10%
องค์ประกอบที่จะทำให้ธุรกิจไมซ์ของไทยมีความแข็งแกร่งและมีจุดเด่นดึงดูดต่างชาติ ต้องมีความพร้อมด้านสถานที่ ทั้งสำหรับจัดงานและที่พัก ด้านบุคคลากรที่มีความชำนาญ ด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยเฉพาะการคมนาคมขนส่ง ดังนั้น การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เพิ่มจุดแข็งให้กับธุรกิจไมซ์ของไทย




ล่าสุด “ไทยทีม“ ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) การบินไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการไมซ์ในไทย ร่วมกันจัดกิจกรรมโรดโชว์ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด Thailand CONNECT มุ่งเจาะตลาดการประชุมและการแสดงสินค้านานาชาติในญี่ปุ่น


นอกจากนำเสนอแพกเกจต่างๆ แล้ว ยังแสดงความพร้อมของธุรกิจไมซ์ในไทยที่ได้การสนับสนุนจากรัฐบาลไทยและโครงการ EEC เพื่อดึงอีเวนท์ การประชุม และงานแสดงสินค้า ให้มาจัดในไทย ภายใต้กรอบการพัฒนาประเทศไทย 4.0 โดยเปิดโอกาสให้ผู้จัดงานแสดงสินค้าของไทยและญี่ปุ่นกว่า 100 ราย ได้พบปะเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ
เหตุที่ไทยต้องให้ความสำคัญกับญี่ปุ่น เพราะเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่มีนักเดินทางไมซ์มายังไทยอย่างต่อเนื่อง เฉพาะปี 2561 คาดว่าตลาดไมซ์ของญี่ปุ่นในไทยจะเติบโตประมาณ 5% ดึงดูดนักธุรกิจไมซ์จากญี่ปุ่นเข้าสู่ไทยได้ไม่ต่ำกว่า 52,723 คน สร้างรายได้ให้เศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 4,848 ล้านบาท

ขณะที่โครงการ EEC ของรัฐบาลไทยก็มีส่วนสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ โดยเฉพาะเมื่อโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเสร็จสิ้น จะยิ่งเพิ่มศักยภาพของไทยในการรองรับงานอีเวนท์ขนาดใหญ่ต่าง ๆ จากทั่วโลก เพราะไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ แล้วยังมีรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน สามารถรองรับการเดินทางของนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว และการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการจัดงานขนาดใหญ่

ความสำเร็จในเบื้องต้นคือสามารถดึงผู้ประกอบการไมซ์ญี่ปุ่นเข้ามาจัดงานในไทยกว่า 10 งาน คำนวณเป็นรายได้เข้าประเทศกว่า 575 ล้านบาท โดยในปี 2562 กลุ่มงานแสดงสินค้านานาชาติจะมาจัดในไทย 3 งาน ประกอบด้วยงานด้านอุตสาหกรรมสุขภาพ อาหาร และสันทนาการ
จากนั้นในปี 2563 เป็นต้นไปมี 3 งาน เป็นกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโดรน ออแกนิค และเกม รวมทั้งมีงานทางด้านสุขภาพและความงาม ไอที และของขวัญ ให้ความสนใจจะมาจัดงานในไทย อยู่ระหว่างการพูดคุย
ส่วนงานประชุมนานาชาติมีผู้จัดงานที่ให้ความสนใจเข้ามาจัดในไทยเช่นกัน เช่น งานประชุมนานาชาติด้านความร่วมมือขององค์กรภายในอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก (Asia Pacific Aerospace Quality Group Meeting : APAQG) ขององค์การนานาชาติด้านการพัฒนามาตรฐานระบบบริหารคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมการบิน (International Aerospace Quality Group) เคยจัดในไทยมาแล้วเมื่อปี 2560 คาดว่าจะกลับมาจัดอีกครั้งในปี 2562 หรือ 2563
และการจัดประชุมนานาชาติสมัชชาด้านวิทยาศาสตร์การสื่อสาร (General Assembly of the International Union of Radio Science : URSI) ของสหภาพวิทยาศาสตร์สากล (International Union of Radio Science) มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน คาดว่าจะจัดขึ้นในปี 2566

สำหรับปี 2561 จะมีงานประชุมขนาดใหญ่จากญี่ปุ่นมาจัดในไทยหลายงาน อาทิ งานประชุมนานาชาติของสมาคมพิษวิทยาแห่งเอเซีย (The 8th International Congress of Asian Society of Toxicology : ASIA TOX 2018) ระหว่างวันที่ 17-20 มิถุนายน ที่ศูนย์ประชุมพีชและรอยัล คลิฟ โฮเต็ล กรุ๊ป พัทยา
และงานประชุมนานาชาติว่าด้วยองค์ความรู้ด้านการเร่งปฏิกิริยาทางเคมีและผลิตภัณฑ์ที่มีการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบและเทคโนโลยีการผลิตสะอาด (International Symposium on Catalysis and Fine Chemicals 2018 : C&FC 2018) ระหว่างวันที่ 10-14 ธันวาคม ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สาเหตุที่ผู้จัดงานไมซ์ญี่ปุ่นเลือกไทยเป็นจุดหมายสำคัญในการจัดงานกิจกรรมต่างๆ ระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลักหรือเมืองรอง ทั้งกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ หัวหิน ขอนแก่น และกระบี่ เนื่องจากไทยมีความพร้อมทั้งด้านสถานที่จัดงาน ข้อเสนอที่ดึงดูดใจของโรงแรมที่พัก มีปัจจัยแวดล้อมที่พัฒนามาอย่างดีเพื่อจัดงานไมซ์ มีความพร้อมที่ดึงดูดทั้งผู้จัดงาน ตัวแทนท่องเที่ยว และผู้ที่มีความชำนาญด้านการจัดประชุมนานาชาติ ได้อย่างดี ล้วนเป็นจุดแข็งของไทย

และเมื่อไทยสามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้จัดงานไมซ์จากต่างชาติได้แล้ว ก็จะก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติมักจะจัดในสถานที่เดิมเป็นประจำทุกปี ไม่นิยมเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ ยิ่งถ้าหากโครงการ EEC ของไทยคืบหน้าเป็นรูปธรรมแล้ว จะยิ่งเพิ่มศักยกภาพพื้นที่ภาคตะวันออกในการรองรับงานมหกรรมขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มที่อย่างแน่นอน
ขอบคุณภาพประกอบจาก www.businesseventsthailand.com











