Emotional Intelligence หรือความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ เป็นสิ่งที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองเห็นว่าทักษะในด้านนี้จำเป็นสำหรับตนเองหรือไม่ หากคำตอบคือใช่ บทความนี้จะช่วยแนะนำแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้เพื่อสร้างความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ได้จริง

อย่าปล่อยให้ใครมากำหนดความสุขของคุณ

ถ้าความพึงพอใจของคุณหรือใครขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบกับคนอื่น นั่นหมายถึงตัวคุณไม่ได้เป็นผู้สร้างความสุขได้ด้วยตัวเองอีกแล้ว ซึ่งสถานการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นหากคุณเป็นคนที่มี ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ แน่นอนว่าการจะควบคุมหรือหยุดปฏิกริยาที่แสดงออกมาเวลามีใครมาวิพากษ์วิจารณ์คุณนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งที่คุณสามารถควบคุมได้นั่นคือการยับยั้งชั่งใจตัวเองไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น มันไม่มีประโยชน์อันใด แต่ละคนย่อมมีคุณค่าแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ใครมาตัดสินว่าคุณดีหรือแย่เลย

ให้อภัยเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่จะไม่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง  

ส่วนใหญ่ ผู้ที่ได้ชื่อว่ามีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ มักจะเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้จะลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไปเสียหมด การให้อภัยก็เป็นเพียงการปล่อยวาง ไม่เก็บสิ่งนั้นมาเป็นทุกข์ เพื่อที่จะเริ่มก้าวต่อไปเท่านั้น ในทางกลับกัน การให้อภัย ไม่ได้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำผิดนั้นสามารถทำผิดได้อีกรอบ เพราะวิถีของคนที่มีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์จะทำทุกทางเพื่อไม่เปิดโอกาสให้คนที่เคยทำผิดกับพวกเขาเข้ามาคุกคามและทำให้เสียความรู้สึกได้อีกนั่นเอง

อย่าปล่อยตัวเองให้จมดิ่ง

การมีชีวิตอยู่เพื่อต่อสู้ในวันต่อไป คือหมุดหมายในการใช้ชีวิตของผู้ที่มีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ โดยเมื่อสิ้นสุดวัน พวกเขาจะตรวจสอบและทบทวนอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อถอดบทเรียนว่าการปะทะในแต่ละรูปแบบ จะต้องตอบสนองอย่างไร ขณะที่ หากเกิดความรู้สึกไม่ดีเป็นตะกอนหลงเหลืออยู่ในวันนั้น ต้องพยายามขจัดและปล่อยวางมันให้ได้อย่างเร็วที่สุด อย่าปล่อยให้สิ่งนั้นตกตะกอนและดึงตัวเองให้จมดิ่งลงไป ย่อมดีที่สุด    

ความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

ความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่จุดมุ่งหมายที่ผู้มีความฉลาดทางอารมณ์จะคิดถึงเป้ฯอันดับต้นๆอยู่แล้ว เพราะพวกเขาจะรู้ว่า ความสมบูรณ์แบบ ยากที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำงานในแต่ละวัน ดังนั้น การปล่อยให้ความสมบูรณ์แบบ กลายมาเป็นเป้าหมายในการทำงาน สิ่งที่จะเกิดขึ้นนั่นคือ ตลอดการทำงาน คุณจะถูกรบกวนด้วยเรื่องผิดพลาด ความไม่พึงพอใจ ที่จะมาทำให้อารมณ์ของคุณขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น เป็นการดีกว่าแน่นอน ที่จะใช้ชีวิตอยู่บนความเป็นจริง และมองว่าคุณจะทำให้การงานตรงหน้าสำเร็จได้อย่างไร โดยไม่ได้คาดหวังผลของงานถึงขั้น สมบูรณ์แบบ

อย่ามัวจมอยู่กับอดีต

ผู้ที่มีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์จะสามารถเปลี่ยน ความผิดพลาด ให้กลายมาเป็นพลังในการทำงานและเปลี่ยนความผิดพลาดนั้นให้กลายมาเป็นความเชื่อมั่นว่าจะไม่ปล่อยให้ตนเองผิดในรูปแบบเดียวกันนั้นอีก ขณะเดียวกัน คนเหล่านี้จะรู้ดีว่า ความสำเร็จนั้นซ่อนอยู่ในกองความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น เพราะฉะนั้น คุณจะเข้าถึงความสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าไม่ยอมน้อมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ความจริงข้อนี้จึงนำมาสู่ความจริงที่ว่า จงให้ความผิดพลาดในอดีตเป็นครู และไม่มีประโยชน์ที่จะไปจมอยู่กับอดีต

โฟกัสอยู่กับโอกาสแทนที่จะโฟกัสกับปัญหา

การเอาใจไปจับกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วหรือกำลังจะเกิดขึ้น อาจไม่ใช่หนทางที่ฉลาดนักในการดำเนินชีวิต เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณเก็บเอาปัญหานั้นมาคิด ความขุ่นมัวและความเครียดก็จะเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว ในทางกลับกัน หากคุณเอาใจไปโฟกัสกับการหาทางออกของปัญหา นั่นเป็นทางที่สร้างสรรค์มากกว่า แถมยังช่วยสร้างอารมณ์ในแง่ดีให้เกิดขึ้น เพิ่มพลังในการทำงานได้แบบไม่รู้จบด้วย

อยู่ให้ไกลจากคนคิดลบ

คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล” คำกล่าวนี้ยังคงเป็นความจริงเสมอ และเบื้องหลังของคำกล่าวนี้ก็ใช้อธิบายได้ด้วยว่า ทำไมเราจึงต้องอยู่ให้ไกลจากคนคิดลบหรือคนที่ชอบก่นด่าแต่ไม่ลงมือทำสักที แต่การอยู่ในสังคมนี้ การหลีกเลี่ยงไม่คบค้าสมาคมกับคนในลักษณะนี้ หรือปิดหู ปิดตา ไม่รับฟังคำบ่น คงเป็นไปได้ยาก ดังนั้น ทางออกของปัญหานี้ คือการใช้ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์แยกแยะและปิดการรับรู้ นำเอาเรื่องไม่ดีเข้ามาทำให้จิตใจและสมองของคุณขุ่นมัว หากอธิบายให้เห็นภาพ สิ่งทีต้องการจะบอก ก็เหมือนกับการที่คุณบังเอิญไปนั่งใกล้กับคนที่สูบบุหรี่ สิ่งที่คุณต้องทำคือ การมองหาที่นั่งที่อื่น เพื่ออยู่ให้ไกลจากคนที่ทำร้ายสุขภาพของคุณด้วยควันบุหรี่มือสอง คุณคงไม่ยอมนั่งดมควันบุหรี่ทั้งวี่ทั้งวันหรอก จริงไหม


ที่มา : https://www.weforum.org/agenda/2017/04/9-things-you-can-do-to-increase-your-emotional-intelligence