Thursday, August 6, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.137/61

“สมคิด” ชวนโสมลงทุน EEC

พร้อมรองรับด้าน BIO

www.thaigov.go.th
www.thaigov.go.th

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา “Korea-Thailand 60th Anniversary of Diplomatic Relations: Maekyung Thailand Forum” ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-เกาหลีใต้ มีนายเพค อุน-กยู รมต.การค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน และนักธุรกิจชั้นนำของเกาหลีใต้กว่า 150 คน ร่วมฟัง

เชิญชวนนักธุรกิจเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะ EEC ทางภาคตะวันออก ซึ่งมีความพร้อมรองรับการลงทุนด้านนวัตกรรมและดิจิทัลในพื้นที่ EECi และ EECd รวมทั้งการลงทุนพัฒนาสมาร์ทซิตี้ในไทย ซึ่งเกาหลีใต้มีความชำนาญในด้านเทคโนโลยีระดับโลกในหลายด้าน โดยเฉพาะไบโอเทคโนโลยี

นายสมคิดชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มสดใส กำลังฟื้นตัวและเติบโตอย่างมีเสถียรภาพจาก 1% ในปี 2557 สู่ 3.9% ในปี 2560 และมั่นใจว่าปี 2561 เศรษฐกิจไทยจะโตทะลุ 4% เงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศอยู่ในระดับสูงกว่า 200,000 ล้านดอลลดาร์ ขณะที่หนี้สาธารณะมีสัดส่วน 45% ของ GDP พร้อมยืนยันว่าไทยจะมีการเลือกตั้งช่วงต้นปี 2562 อย่างแน่นอน

www.thaigov.go.th
www.thaigov.go.th
www.thaigov.go.th

ส่งออกไทยโตประวัติการณ์

ปี 60 ทะลุ 8 ล้านล้านบาท

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยได้แรงขับเคลื่อนสำคัญจากการส่งออก โดยปี 2560 ไทยส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 8,008,000 ล้านบาท ขยายตัว 9.9% สูงสุดในรอบ 6 ปี สินค้าส่งออก 5 อันดับแรก คือ 1. รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ 2. เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ 3. อัญมณีและเครื่องประดับ 4. ผลิตภัณฑ์ยาง และ 5. เม็ดพลาสติก ส่วนปี 2561 ตั้งเป้าการส่งออกจะขยายตัว 8%

ไทยพร้อมประชุมอ่าว “เป่ยปู้”

เชื่อมเศรษฐกิจ จีน-อินโดจีน

ไทยเตรียมส่งผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เข้าร่วมประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจรอบอ่าวเป่ยปู้ (ตังเกี๋ย) ครั้งที่ 10 (10th Pan-Beibu Gulf Economic Cooperation Forum) ที่เมืองหนานหนิง ประเทศจีน ในสัปดาห์หน้า เพื่อพัฒนาให้อ่าวเป่ยปู้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ขยายการค้าการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก โดยเฉพาะการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการขนส่งทั้งทางทะเลและทางบก รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างท่าเรือของประเทศสมาชิก

หัวข้อหลักในการประชุมคือ The Southern Transport Corridor-A New Route of International Trade Across Land and Over Sea (ระเบียงการขนส่งทางตอนใต้-เส้นทางการค้าสายใหม่เหนือภาคพื้นและคาบสมุทร) เกี่ยวกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบกและทางทะเล การอำนวยความสะดวกด้านพิธีการทางศุลกากร และการพัฒนาด้านการขนส่งในหลายรูปแบบ สอดคล้องกับข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative: BRI) ของจีน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การการพัฒนาประเทศของไทย โดยไทยพร้อมใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ขยายความร่วมมือด้านต่างๆ กับจีน เพื่อยกระดับทั้งภาคการผลิตและการขนส่ง ต่อไปยังประเทศในกลุ่ม CLMV

สำหรับชาติสมาชิกที่มีพรมแดนติดกับอ่าวเป่ยปู้และทะเลจีนใต้มี 8 ประเทศ ได้แก่ จีน เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และไทย

5 อาชีพไม่นั่งออฟฟิศ

มาแรง 4 เดือน ต้นปี 61

www.jobthai.com รวบรวมข้อมูลช่วง 4 เดือนแรกของปี 2561 ในสายงานที่ไม่ต้องนั่งประจำสำนักงาน พบว่ามี 5 สายงาน กำลังมาแรง เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ประกอบด้วย

1. งานขาย ต้องการ 20,420 อัตรา เป็นงานยอดนิยม มีความสำคัญ และเป็นที่ต้องการของแทบทุกองค์กร เพราะเป็นสายงานที่มีหน้าที่หารายได้ให้องค์กร และมีโอกาสสร้างรายได้ได้มากกว่าสายงานอื่น

2. งานออกแบบกราฟิก ต้องการ 2,370 อัตรา สำหรับผู้มีความคิดสร้างสรรค์และรักการออกแบบ มีผลตอบแทนสูงน่าพอใจ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าและมีบทบาทสำคัญ

3. งานล่ามและมัคคุเทศก์ ต้องการ 885 อัตรา เป็นงานที่มีโอกาสได้พบปะผู้คนและได้เดินทางบ่อย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

4. งานด้านกิจกรรมการตลาด หรืองานอีเว้นท์ ต้องการ 421 อัตรา เป็นงานด้านการวางแผนสร้างสรรค์กิจกรรมด้านการตลาด มีโอกาสไปทำงานในสถานที่ต่าง ๆ และประสานงานกับผู้คนจำนวนมาก

5. งานนักเขียนบทความ ต้องการ 169 อัตรา เพราะธุรกิจในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์ จึงต้องการนักเขียนมาสร้างสรรค์เนื้อหาให้ได้ผลลัพธ์ตามที่วางไว้ ประกอบกับเทคโนโลยีด้านการสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้ผู้ที่อยู่ในสายงานนี้ทำงานได้ทุกที่และทุกเวลา

2 กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ

ฟุตบอลโลก-เลือกตั้งท้องถิ่น เงินสะพัดกว่าแสนล้าน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าช่วงมหกรรมฟุตบอลโลกที่กำลังจะเปิดฉากแข่งขันที่ประเทศรัสเซีย ระหว่างเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม จะมีเม็ดเงินสะพัดในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 60,000-70,000 ล้านบาท ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวอีกประมาณ 0.4-0.5% นอกจากนี้

ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นคาดว่าจะมีการต่อสู้กันดุเดือด ส่งผลให้มีการใช้จ่ายเงินประมาณ 30,000-50,000 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวอีกประมาณ 0.2-0.3% จาก 2 ปัจจัยนี้ จะมีเงินสะพัดรวมกันประมาณ 90,000-120,000 ล้านบาท ช่วย ให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวประมาณ 0.6-0.8%

ธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์จากทั้ง 2 กิจกรรมดังกล่าว เช่น เครื่องดื่ม ทีวี สื่อ สิ่งพิมพ์ ร้านทอง การจัดทำป้ายหาเสียง เป็นต้น โดยในส่วนของร้านทองที่จะมียอดขายเพิ่มมาจากห้างร้านต่างๆ มีการจัดทำกิจกรรมชิงโชค ทายผลฟุตบอล เป็นต้น

สหรัฐฯ ขู่กดดันโสมแดง

หากประชุมสุดยอดไม่เกิดขึ้น

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี บอกว่ายังไม่ได้รับแจ้งใดๆ ว่ากำหนดนัดประชุมสุดยอดกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ในวันที่ 12 มิถุนายน ที่สิงคโปร์ จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่ยืนกรานว่าสหรัฐฯ จะไม่ผ่อนปรนเงื่อนไขว่าเกาหลีเหนือต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร

ด้านนางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว แถลงยืนยันว่าผู้นำสหรัฐฯ พร้อมที่จะหารือกับผู้นำเกาหลีเหนือ แต่ถ้าการประชุมดังกล่าวไม่เกิดขึ้น รัฐบาลสหรัฐฯก็จะเดินหน้ามาตรการกดดันต่อรัฐบาลเกาหลีเหนือต่อไป

ขณะที่นายหลู่ กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเรียกร้องไปยังสหรัฐและเกาหลีเหนือ ว่าควรให้หลักประกันว่าการประชุมสุดยอดระหว่างนายทรัมป์ กับนายคิม จะเกิดขึ้นตามกำหนดและจะนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ เพราะเป็นแนวทางเดียวที่จะคลายความตึงเครียดและสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี

สตช.อังกฤษประกาศ เตือนภัยก่อการร้ายขั้น 2

คุมเข้มพิธีเสกสมรส

สำนักงานตำรวจแห่งชาติอังกฤษใช้มาตรการเตือนภัยก่อการร้ายทั่วประเทศขั้นรุนแรงขั้น 2 พร้อมทั้งระดมกำลังตำรวจ พลแม่นปืน สุนัขตำรวจ และโดรน ตรวจเข้มสิ่งปกติบริเวณโบสถ์เซนต์ จอร์จ ภายในปราสาทวินด์เซอร์ และพื้นที่โดยรอบ ซึ่งจะถูกใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี กับนางสาวเมแกน มาร์เคิล ในวันที่ 19 พฤษภาคม รวมไปถึงการตรวจตราท่อระบายน้ำและถังขยะบริเวณใจกลางเมือง

นายสตีฟ เฮย์ค็อก ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาวัตถุต้องสงสัย เผยว่าแม้ระดับอันตรายจากการก่อการร้ายจะอยู่ในขั้นต่ำกว่าเมื่อครั้งเจ้าชายวิลเลียม เสกสมรสกับเจ้าหญิงแคเธอรีน ในปี 2554 แต่ก็มีคำขู่เข้ามาก จึงต้องใช้มาตรการป้องกันขั้นสูงเพื่อสร้างความมั่นใจ