ช่วงที่ผ่านมา ข่าวหนึ่งอยู่ในความสนใจของคนส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น การบุกทลายเครือข่ายเครื่องสำอาง เมจิกสกิน ที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการบุกทลายเครือข่ายผู้ผลิตเครื่องสำอางปลอมในอีกหลายพื้นที่ทั่วไทย โดยทาง เภสัชกรสมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้เคยกล่าวเตือนในกรณีนี้ไว้ว่า

เภสัชกรสมชาย ปรีชาทวีกิจ

“ขอเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังการซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ อย่าหลงเชื่อสรรพคุณที่อวดอ้างเกินจริงผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น ผอมภายใน 7 วัน หยุดกินแล้วไม่โยโย่ ขาวใสภายใน 7 วัน และรักษาโรคต่างๆ เป็นต้น โดยเฉพาะทางสื่อโซเชียลมีเดีย เพราะนอกจากจะเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้วยังอาจได้รับอันตรายแบบคาดไม่ถึงได้”

ด้าน สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ก็ได้ออกมาเตือนภัยผู้บริโภคให้เลือกใช้เครื่องสำอางที่มีคุณภาพ อย่าเน้นสินค้าที่มีราคาถูกหรือสินค้าเลียนแบบแบรนด์เนมที่มีราคาถูกเกินจริง ตลอดจนให้ระวังการซื้อเครื่องสำอางปลอมที่อยู่ตามตลาดนัดและในสื่อโฆษณาขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะที่มีคนมารีวิวแนะนำสินค้าสร้างความน่าเชื่อถือ เนื่องจากอาจมีส่วนผสมของสารอันตราย ซึ่งรวมถึงปรอทหรือสารสเตียรอยด์ เป็นอันตรายต่อผิวหนังและร่างกายได้อีกด้วย

รศ.นพ.ป่วน สุทธิพินิจธรรม นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า

รศ.นพ.ป่วน สุทธิพินิจธรรม

“จากการกวาดล้างเครื่องสำอางปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานตามท้องตลาดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่ามีเครื่องสำอางปลอมอยู่ในสังคมไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งการเลือกใช้เครื่องสำอางหรือยาเพื่อเสริมสวยต่างๆ จะใช้ได้ดีแค่ในระยะเริ่มต้น แต่ถ้าในระยะยาวก็อาจจะเกิดผลเสียได้”

โดยทั่วไป รศ.นพ.ป่วน อธิบายว่า เครื่องสำอางที่เราใช้กัน มี 2 ชนิด คือ Decorative Cosmetic ที่ใช้เติมแต่งสีสันต่าง ๆให้กับผิวหนัง ซึ่งต้องระมัดระวังในเรื่องการแพ้ ส่วนประเภทที่สองเป็นพวกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ที่จะบำรุงได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะผิวหนังของเรามีเลือดมาเลี้ยงจำนวนมาก เมื่อรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม ออกกำลังกาย  ผิวหนังของเราก็จะดีในระยะยาว ดีกว่าการใช้เครื่องสำอางเป็นไหนๆ

ในอีกด้าน หากใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพ สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นเซลล์ผิวหนังในระยะสั้น หากถูกกระตุ้นมากๆ ความเสื่อมก็จะเกิดขึ้นและจะเกิดผิวหนังภูมิแพ้ต่างๆ โดยทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า ไฮเปอร์เซ็นส์ซิทีฟสกิน นั่นเอง

นอกจากนั้น ต้นเหตุของปัญหาเครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภาพ คือ เครื่องสำอางที่ได้รับการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย. บางครั้งเมื่อได้รับการรับรอง ครั้งที่ 1 แต่เมื่อมีการติดตามผลไปเรื่อยๆ และมีการติดตามผลไปนานๆ คุณภาพของเครื่องสำอางนั้นๆ มันจะตกลงไป เมื่อไม่มีการติดตามในระยะยาว ผลเสียก็จะเกิดกับประชาชนผู้บริโภค นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังฯ จึงฝากเตือนว่าให้ธรรมชาติรักษาตัวเองจะดีที่สุด

ต่อคำถามว่า แล้วผลิตภัณฑ์จำพวกยาบำรุงหรือวิตามินที่มีวางขายอยู่ตามท้องตลาดนั้น มีมากเกินความจำเป็นไปหรือไม่ รศ.นพ.ป่วน ชี้ว่า

“จริงๆ แล้ว ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกทำออกมามากเกินความจำเป็น โดยสิ่งที่ใช้สังเคราะห์ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายสร้างเอง ยกตัวอย่าง คอลลาเจน ซึ่งในร่างกายของเรามีระบบคอยควบคุมให้เกิดความสมดุล ดังนั้น เมื่อมีการเพิ่มคอลลาเจนให้แก่ร่างกายไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ย่อมทำให้ปริมาณคอลลาเจนนั้นเกินสมดุลได้ ซึ่งในระยะยาวก็อาจจะมีปัญหาได้ ส่วนกรณีของ สารไฮยาลูรอนิกเเอสิด ก็เหมือนกัน เป็นสารที่มีอยู่ในผิวหนังของเราอยู่แล้วโดยมีร่างกายคอยสร้างความสมดุล  แต่เมื่อเราฉีดเพิ่มเติมเข้าไป มันก็อาจจะทำให้ดูตึงระยะแรก ๆ แต่ในระยะยาว ก็อาจจะเกิดปัญหาเรื่องการแพ้ได้”

ด้าน ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่าที่ผ่านมามีผู้เชี่ยวชาญกล่าวเตือนมาตลอดว่า การซื้อของหรือซื้อเครื่องสำอางออนไลน์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเราไม่เห็นลักษณะของผลิตภัณฑ์จริง บางครั้งเห็นมาจากรีวิวของคนดัง หรือแม้กระทั่งการพูดถึงโดยไม่มีหลักการจากคนที่เราไม่รู้จัก จนสร้างความรู้สึกให้อยากใช้ตาม อย่างสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องคุกคามในระดับสังคมที่น่ากังวลพอสมควร

ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์

“สำหรับการสังเกตเครื่องสำอางปลอม ก็ต้องยอมรับว่าทำได้ยากโดยเฉพาะสินค้าลอกเลียนแบบทั้งหลาย เพราะบางครั้งสินค้าเหล่านี้จะวางขายอยู่ตามตลาดนัด หรือมีสินค้าที่ผลิตและทำแบรนด์ยี่ห้อขึ้นมาเองหรือแพ็คเกจจิ้ง ที่มีลักษณะคล้ายกับยี่ห้อดังต่างๆ แต่ถ้ามีราคาถูกกว่ามาก ก็ให้สันนิษฐานก่อนว่าเป็นเครื่องสำอางปลอมแน่นอน และอีกวิธีหนึ่งที่พอสังเกตได้คือเมื่อดูจากเว็บไซต์ หรือ ในไอจี แล้วผู้ผลิตได้โพสภาพก่อนใช้และหลังใช้ แล้วดูดีเกินไป จนไม่น่าเชื่อถือ ก็ต้องระวัง หรืออีกเรื่องที่เตือนอยู่เสมอ คือ เรื่องของสรรพคุณสินค้า อะไรที่เขียนว่าทำได้ รักษาได้ทุกอย่างเลย เช่น สิวก็ได้  ฝ้าก็ได้ หน้าขาวกระจ่างใส ผมขึ้นดกดำ  ผิวดูดี เต่งตึงกระชับ ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ต้องระวังเหมือนกัน”

จริงๆ แล้ว เรื่องของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนั้น ศ.ดร.นพ.ประวิตร ก็ระบุว่า ทาง อย. กระทรวงสาธารณสุข ก็เตือนมาตลอดว่า ที่ผ่านมา ตรวจพบสารปรอทในยาทาฝ้าบางตัว ที่อวดอ้างสรรพคุณว่าทาแล้วหน้าขาวใสในเวลารวดเร็ว ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ก็ต้องระวังเพราะมีผลต่อ ตับ ไต ปอด ได้

ส่วนเรื่องของสีที่เราใช้ผสมในเครื่องสำอาง จะสารตกค้างจากสีที่ปนเปื้อนอยู่ อย่างพวกโลหะหนัก ๆ ซึ่งเกิดผลต่างๆ ต่อร่างกายได้ ยกตัวอย่าง สารเคมีอีกชนิดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ คือ ไฮโดรควิโนน หรือยารักษาฝ้า ที่แพทย์ผิวหนังเองก็ใช้ ซึ่งเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและอยู่ในการดูแลของแพทย์ ก็จะไม่น่ากลัว  แต่ถ้านำไปใช้ในลักษณะทำให้ผิวขาว หรือรักษาฝ้าในเปอร์เซนต์ที่สูงจนเกินไป อาจเกิดอันตรายได้ 

มาถึงประเด็นสุดท้ายที่ ศ.ดร.นพ.ประวิตร อยากเตือน คือ สารสเตียรอยด์เมื่อใช้ในทางการแพทย์มันมีข้อดีมากมาย แต่สำหรับเครื่องสำอางที่ผสมสารสเตียรอยด์ เมื่อสารนี้เข้าไปสู่ร่างกาย จะส่งผลเข้าไปกดการทำงานของร่างกาย ทำให้เกิดอาการกระดูกบางได้ กดภูมิคุ้มกัน กดฮอร์โมนได้สารพัด เพราะฉะนั้นการนำเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเหล่านี้มาใช้ทาผิวเป็นประจำ จึงไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแน่นอน