ในแวดวงธุรกิจระดับโลก หากเอ่ยชื่อ ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง Virgin Group เชื่อแน่ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเขาผู้นี้มี profile ที่ทำทุกคนต้องอ้าปากค้าง ด้วยการครอบครองธุรกิจมากมายในเครือ Virgin Group ซึ่งในนั้นมีธุรกิจที่สร้างชื่อให้กับเขาอย่าง Virgin Record, Virgin Atlantic นี่ยังไม่นับบริษัทน้อยใหญ่อีกมากมายที่กระจายไปทั่วโลกกว่า 400 บริษัท อันมีมูลค่าโดยประมาณทะลุ 4.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ  หรือกว่า 170,000 ล้านบาทไปแล้ว


หากจะกล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จของ ริชาร์ด แบรนสัน ต้องบอกกันไว้ก่อนอ่านเลยว่า จงลืมหลักการการทำธุรกิจแบบพ่อสอนลูก เจ้านายสอนลูกน้องตามตำราที่คุณรับรู้มาไปเสียให้หมด เพราะเส้นทางสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกคนนี้ ไม่ได้มาตามครรลองนั้นโดยสิ้นเชิง

เพราะแบรนสันก่อร่างสร้างธุรกิจมาด้วยสไตล์การทำงานที่สุดโต่ง ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีกรอบ เน้นเชื่อเสียงหัวใจตัวเองเป็นหลัก ซึ่งเสียงนั้นเองบอกให้เขาลงทุนและเดินหน้าสร้างธุรกิจที่หลากหลาย แบบไม่มีหลักการหรือเหตุผลอะไรมาจำกัดไอเดียบรรเจิดของเขาได้ จนก่อเกิดเป็น ธุรกิจสายการบิน ดนตรี และการเงิน ไปจนถึงธุรกิจนอกสายตา โดยผู้ที่คิดจะทำ ต้องมีลูกบ้าพอสมควร และเมื่อมีโอกาสมา ชายชื่อ ริชาร์ด แบรนสัน ไม่เคยลังเลที่จะทำ นั่นก็คือ Virgin Galactic หรือ ธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยวอวกาศ นั่นเอง

Image from Virgin.com

ครั้นมาพลิกดูประวัติของแบรนสัน ก็ต้องแปลกใจอีกรอบ เมื่อทราบว่า ผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกแบบนี้มีประวัติโรคประจำตัว เป็น โรค Dyslexia หรือโรคความบกพร่องในการอ่าน การเขียน แต่เขากลับไม่ได้มองว่านั่นเป็นอุปสรรคในชีวิตของเขา และได้พลิกวิกฤตนี้เป็นโอกาสในการเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ในแบบของเขา

แม้จะมีปัญหาด้านการอ่าน การเขียน จากอาการของโรคที่แบรนสันเป็น แต่เพื่อทดแทนทักษะที่บกพร่องนี้ เบื้องบนกลับมอบความอัจฉริยะทางธุรกิจให้เขาแทน แบรนสันเริ่มทำธุรกิจตอนอายุ 15 ปี ด้วยการปลูกต้นคริสต์มาสและเพาะนกแก้วขาย จนเมื่ออายุ 16 ปี แม่ได้ให้เงินมา 4 ปอนด์ เขาได้นำเงินนั้นไปก่อตั้งนิตยสารรายเดือนสำหรับเด็กวัยรุ่น ซึ่งผลตอบรับนั้นดีมาก และจากจุดนี้ทำให้เขารู้ว่าเขารักในการทำธุรกิจ และตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาลุยงานธุรกิจแบบเต็มตัวในวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น

เมื่อไฟในชีวิตถูกจุด แบรนสัน ก็เริ่มจับธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการขายแผ่นเสียง ธุรกิจเกี่ยวกับดนตรี จนมาถึงการก่อตั้งธุรกิจสายการบินที่สร้างชื่อเสียงและรายได้มหามหาศาลให้เขา ซึ่งที่มาของธุรกิจสายการบินที่คนทั่วโลกรู้จักและไว้วางใจนี้ก็มาจากนิสัย กล้า บ้าบิ่น แบบรู้ที่รู้เวลาของเขานั่นเอง

Image from Virgin.com

ตอนแบรนสันอายุได้ 20 ปี เขาต้องการจะบินไปหาแฟนสาว แต่เครื่องบินที่จะโดยสารไปนั้นเกิดมีปัญหาจนต้องยกเลิกเที่ยวบินนั้นไป ริชาร์ด แบรนสัน หัวเสียมาก แต่แทนที่เขาจะโมโหหรือโวยวาย เขากลับติดต่อ Chartered flight เพื่อขอใช้บริการเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ จะได้ไปหาแฟนสาวของเขาตามกำหนด

ทว่า แทนที่เขาจะเหมาลำไปคนเดียว เหมือนคนรวยทั่วไปที่ใช้เงินแก้ปัญหา เขากลับหากระดาษและเขียนข้อความว่า “Virgin Airlines. $ 29” พร้อมกับชูป้ายกระดาษแผ่นนั้นให้กับคนอื่นๆ ที่ตกเครื่องเช่นเดียวกับเขาได้ไปด้วย แน่นอนว่ามีคนสนใจและซื้อตั๋วของเขาจนหมดภายในระยะเวลารวดเร็ว และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของสายการบิน Virgin Atlantic สายการบินแรกในเครือ Virgin นั่นเอง

มาถึงตรงนี้ หากถามถึง เคล็ดลับที่นำเขามายืนในจุดที่ประสบความสำเร็จที่สุดในชีวิตอย่างวันนี้ได้นั้น ก็ล้วนวางอยู่บนคอนเซป “กล้า บ้าบิ่น ให้ถูกที่ถูกเวลา” ทั้งสิ้น

คิดจะทำธุรกิจ อย่าป๊อด !

“ผมชอบความหลากหลายของชีวิต ผมชอบความท้าทายใหม่ๆ”

สิ่งที่แบรนสันมักจะบอกกับทุกคน คือ ตราบใดที่คุณยังไม่กล้าก้าวออกมาจาก Comfort Zone ของตัวเอง ความก้าวหน้าและความสำเร็จก็ไม่มีวันที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้น จงกล้าที่จะเดินออกจากห้องเรียน กล้าที่จะเดินออกจากออฟฟิศที่ต้องทำแต่งาน routine ไปรับความเสี่ยงในโลกของความเป็นจริง อย่าง แบรนสัน ที่กล้าตัดสินใจหยุดเรียนตั้งแต่เด็กเพื่อมาทำธุรกิจ ซึ่งนั่นเขาไม่ได้ต้องการสื่อว่าคนอื่นควรจะเลิกเรียน จงเรียนต่อไปตามครรลองที่ควรทำ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่าหยุดหาประสบการณ์ในโลกของความเป็นจริง แม้จะรู้ว่าเสี่ยงก็ควรเดินหน้าเข้าหามัน นั่นคือรสชาติของชีวิตที่จะหล่อหลอมคุณให้แกร่งขึ้น

วันที่มั่งคั่ง อย่าหลงลืมคนที่คุณทิ้งไว้ข้างหลัง

“ความมั่งคั่งนั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่”

จงอย่ารวยแล้วลืมตัว นี่คือถ้อยความสั้นๆที่แบรนสัน ต้องการสื่อ เพราะเขาเชื่ออย่างหมดใจว่า คนเราจะประสบความสำเร็จไม่ได้อย่างยั่งยืน ถ้าสังคม ประชาชน และความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม ไม่ก้าวเดินเคียงข้างไปกับการเติบโตของธุรกิจคุณ ถ้ารวยอยู่คนเดียว แต่สังคมที่คุณอยู่ยังย่ำแย่ คนในสังคมส่วนใหญ่ยังยากจน สังคมย่อมอยู่ไม่ได้ และอีกหน่อยธุรกิจของคุณก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเมื่อคุณประสบความสำเร็จแล้ว ต้องลงทุนกลับคืนให้กับสังคมบ้าง จะมากหรือน้อย ขอให้ทำ ทั้งในรูปแบบของการให้ความรู้คืนแก่สังคม ทำการกุศลให้สังคม ช่วยสร้างให้สังคมให้แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จไปกับเราด้วย นั่นต่างหากคือความลับที่สร้างให้ธุรกิจของคุณยั่งยืน

จ้างอัศวินที่เก่งและไว้ใจได้ไว้ข้างกาย

“คนที่เก่งที่สุดจะประสบความสำเร็จเสมอ”

ในการก่อร่างสร้างธุรกิจ จงมองหาคนที่ไว้ใจได้และให้อิสรภาพเขาในการสร้างสรรค์ทำงานอย่างเต็มที่ จำไว้ว่าเก่งไม่พอ ต้องไว้ใจได้ด้วย เก่งแต่โกง ไม่ดีต่อธุรกิจของคุณแน่นอน เมื่อหาคนๆนั้นเจอ ให้มอบความไว้ใจให้เขา เพราะถ้าคุณลงทุนจ้างคนเก่ง แต่ตัวคุณกลับวางกรอบหรือให้พื้นที่เขาเล็กนิดเดียว ก็เท่ากับเป็นการจับเขาใส่กล่อง ปิดฝา ทากาวตราช้าง คนที่เก่งก็จะถูกเก็บ กลายเป็นคนธรรมดาที่ฝังตัวอยู่ในองค์กรของคุณแบบไร้ประโยชน์ ถ้าเป็นแบบนี้ แล้วจะเสียเงินจ้างเขาไปทำไม เพราะฉะนั้นปล่อยให้คนที่เก่งใช้ความเก่งของเขาอย่างเต็มที่ แล้วความสำเร็จของธุรกิจคุณจะขยับเข้ามาใกล้ขึ้นแบบไม่รู้ตัว


บทความน่าสนใจที่เกี่ยวข้อง

เจาะลึก 8 เทรนด์ เขย่าวงการ อี-คอมเมิร์ช ทศวรรษนี้

 


ที่มา: https://www.virgin.com/richard-branson/you-learn-doing-and-falling-over

Image Credit : http://is-a-cunt.com/2016/11/richard-branson-6/