กรุงเทพฯแม้ไม่ใช่เมืองหลวงที่น่าอยู่ที่สุดในโลก แถมยังรถติดจนใครหลายคนต้องกุมขมับแต่กรุงเทพฯก็มีดีในเรื่องของความอยู่สบายไม่มีกฎเกณฑ์อะไรที่ทำให้คนอยู่รู้สึกเคร่งเครียดอย่างเมืองหลวงของอีกหลายประเทศ แถมราคาของอสังหาริมทรัพย์อย่างที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบก็ไม่ได้ทะยานขึ้นสูงลิ่วจนคนที่มีรายได้ปานกลางถึงต่ำไม่สามารถเข้าถึงจับต้องไม่ได้


ทั้งนี้กรุงเทพฯก็เหมือนเมืองใหญ่ทั่วไปที่มีทั้งย่านที่น่าอยู่มากและน้อยลดหลั่นกันลงมาตามลำดับ ซึ่งผลสำรวจล่าสุดจากการจัดอันดับย่านด้วยดัชนีที่อยู่อาศัย ประยุกต์และปรับปรุงเข้ากับแบบจำลองการวิเคราะห์ดัชนีศักยภาพการเข้าถึงศักยภาพการเดินเท้า (www.goodwalk.org) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Baania Insights เผยถึง 5 ย่านอยู่สบาย เดินทางไปไหนก็สะดวก ที่พิชิตใจชาวกรุงล่าสุด โดยในครั้งนี้ ย่านกรุงเทพฯเหนือ คว้าแชมป์ไปครอง

www.goodwalk.org

แต่ก่อนที่จะไปเจาะลึกถึงย่านทั้ง 5 บทความจากเว็บไซต์ Baania ผู้ร่วมสำรวจในครั้งนี้อธิบายถึง วิธีการเก็บข้อมูลด้วยแบบจำลองและโมเดลการวิเคราะห์ ที่ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับการวิเคราะห์ศักยภาพการเข้าถึงสาธารณูปการของเมืองเพื่อการอยู่อาศัยมากขึ้น โดยวางอยู่บนพื้นฐานของการเคลื่อนที่และการเดินทางในพื้นที่เมืองหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้า การขับรถยนต์ส่วนบุคคล และการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ พิจารณาจากองค์ประกอบของดัชนีที่อยู่อาศัยประกอบด้วยดัชนีย่อย 3 ประเภทคือ

  • ดัชนีการเข้าถึงด้วยการเดินเท้า (Walking Index)
  • ดัชนีการเข้าถึงด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล (Driving Index)
  • ดัชนีการเข้าถึงด้วยระบบขนส่งสาธารณะ (Transit Index)

จากแนวคิดของจุดมุ่งหมายของการเดินทางในเมือง ขยายสู่การนำดัชนีแต่ละประเภทจากระยะทางในการเข้าถึงสาธารณูปการของเมืองที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แบ่งได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่ สถานที่ทำงาน สถานศึกษา ย่านการค้า สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และสถานที่บริการสาธารณะและธุรกรรม ซึ่งสะท้อนถึงความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตเพื่อการอยู่อาศัยในพื้นที่นั้นๆ ได้ว่ามีความสะดวกมากน้อยแค่ไหน

ได้เวลามาทำความรู้จักกับ 5 ย่าน บริเวณตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร ที่น่าอยู่ที่สุดในกรุงเทพฯจากการสำรวจครั้งนี้กันแล้ว


baania.com

ทำไมย่านน่าอยู่ถึงต้องเป็น กรุงเทพเหนือ ?

ด้วยย่านกรุงเทพเหนือมีถนนสายสำคัญที่เป็นถนนรัศมีมุ่งออกจากพื้นที่ศูนย์กลางเมืองทั้ง 5 เส้น ได้แก่ ถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนรัชดาภิเษก ถนนพระรามที่ 5 และถนนพระรามที่ 6 ซึ่งรองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ และเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการตั้งแต่อดีตเรื่อยมาถึงปัจจุบัน ก่อนจะกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของมหานครกรุงเทพ และเมื่อพิจารณาจากดัชนีที่อยู่อาศัยจะพบว่าย่านที่มีความสำคัญและมีคะแนนความน่าอยู่สูงสุด 5 อันดับแรกของกรุงเทพโซนเหนือนี้ คือ


 

อันดับที่ 1

:: ย่านราชเทวี-พญาไท ::

Photography by Sharp Jaruwat P.
Photography by Sharp Jaruwat P.

ที่ย่านนี้คว้าอันดับหนึ่งของย่านน่าอยู่ไปครองก็เพราะมีชัยภูมิที่ใกล้กับศูนย์กลางทางเศรษฐกิจหลักของเมืองมากที่สุด จึงมีค่าดัชนีที่อยู่อาศัยในด้านความสะดวกสบายของการอยู่อาศัยการเดินทาง รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณะที่จำเป็นในชีวิตประจำวันในเกณฑ์สูง นอกจากนั้น ในย่านราชเทวี-พญาไท มีย่านย่อยที่มีความสำคัญและเป็นย่านยอดนิยมในใจเหล่านิสิตนักศึกษา ที่จะเลือกเป็นที่พักอาศัย ส่วนวัยทำงานที่ต้องการอาศัยอยู่ใกล้ย่านออฟฟิศใจกลางเมืองที่ตนทำงานอยู่ อย่างย่านสาทร สีลม หรือย่านพระราม 9 อันได้แก่ ย่านราชเทวี พญาไท เพชรบุรีตัดใหม่ ซอยรางน้ำ ดินแดง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ราชวิถี โยธี สนามเป้า การมาพักอาศัยย่านราชเทวี-พญาไท ก็นับว่าตอบโจทย์ที่สุด

  • ค่าดัชนีที่อยู่อาศัยเฉลี่ยอยู่ที่ 91 คะแนน (สูงสุดในกลุ่มกรุงเทพเหนือ)

 

อันดับที่ 2

:: ย่านเตาปูน-บางซ่อน ::

daily.rabbit.co.th

เป็นอีกหนึ่งย่านที่ได้รับความนิยมทั้งจากบรรดานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้อยู่อาศัย เพราะการพัฒนาเส้นทางและเปิดใช้งานระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีสถานีสำคัญหลายสถานี โดยเฉพาะบริเวณโดยรอบสถานีปลายทางเตาปูน ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยในย่านนี้สามารถเดินทางเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อเข้าถึงใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้ย่านเตาปูน-บางซ่อน พุ่งทะยานเป็นม้ามืด รั้งอันดับ 2 ของย่านอยู่สบาย เดินทางสะดวกของกรุงเทพคอนเหนือได้ในที่สุด โดยมีย่านที่สำคัญที่อยู่ในพื้นที่นี้ คือ ย่านพระราม 5 เตาปูน บางโพ บางซ่อน บางซื่อ เตชะวนิช วงศ์สว่าง และประชาชื่น เป็นต้น

  • ค่าดัชนีที่อยู่อาศัยเฉลี่ยอยู่ที่ 84 คะแนน

 

อันดับที่ 3

:: ย่านอารีย์-สะพานควาย ::

facebook.com/cantinabkk
facebook.com/SummerStreet

ด้วยพลวัตการเปลี่ยนแปลงจากย่านราชการและที่อยู่อาศัยเก่าแก่มาเป็นย่านแห่งความคิดสร้างสรรค์ มีสถานที่ชิคๆ มากมาย ทั้งร้านอาหาร Co-working space รวมถึงคอนโดสวย เท่ ผุดขึ้นมากมาย ณ ย่านนี้ ซึ่งเมื่อผสานกับความหลากหลายของผู้คน จุดประสงค์ของการเดินทางเข้ามา ทำให้ทุกพื้นที่สำคัญในย่านอารีย์-สะพานควาย มีความโดดเด่น เข้าตาชาวกรุงหลายคน ซึ่งภายในกลุ่มย่านนี้มีพื้นที่สำคัญ ได้แก่ ย่านสนามเป้า ซอยอารีย์สัมพันธ์ ซอยอินทามะระ ประดิพัทธ์ สะพานควาย ไปจนถึงย่านจตุจักร เป็นต้น

  • ค่าดัชนีที่อยู่อาศัยเฉลี่ยอยู่ที่ 81 คะแนน

 

อันดับที่ 4

:: ย่านห้วยขวาง-สุทธิสาร ::

thinkofliving.com
www.vjpupe.com

เนื้องจากย่านนี้มีการกระจุกตัวของสถานศึกษาจำนวนมาก เป็นที่มาว่าทำไมย่านนี้จึงมีเหล่านิสิต นักศึกษา อาศัยอยู่จำนวนมาก ความโดดเด่นของย่านห้วยขวาง-สุทธิสาร อยู่ที่การมี ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร รวมถึงสถานบันเทิง อยู่หนาแน่น ตามแนวถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีย่านที่สำคัญได้แก่ ย่านศูนย์วัฒนธรรม พระราม 9 ประชาสงเคราะห์ ประชาราษฎร์บำเพ็ญ ย่านมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ห้วยขวาง อินทามะระ และสุทธิสาร เป็นต้น

  • ค่าดัชนีที่อยู่อาศัยเฉลี่ยอยู่ที่ 81 คะแนน

 

อันดับที่ 5

:: ย่านลาดพร้าว ::

facebook.com/ekapon.subpong
thinkofliving.com

ศูนย์กลางของย่านลาดพร้าวนี้อยู่ที่ ห้าแยกลาดพร้าว หรือปากทางลาดพร้าว ซึ่งถนนเส้นนี้นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องการจราจรที่คับคั่งหนาแน่นตลอดทั้งวันแล้ว ย่านลาดพร้าวยังมีการกระจุกตัวของแหล่งบริการสาธารณะของเมืองอย่างครบครัน และสามารถเดินทางเข้าถึงพื้นที่เหล่านั้นได้ด้วยการเดินเท้า หรือระบบขนส่งมวลชนต่างๆ อย่างง่ายดาย โดยย่านนี้ มีพื้นที่สำคัญ คือ รัชดาภิเษก ลาดพร้าว ย่านโรงเรียนหอวัง หมอชิต-จตุจักร เป็นต้น

  • ค่าดัชนีที่อยู่อาศัยเฉลี่ยอยู่ที่ 79 คะแนน

ใครอยากมีชีวิตดีๆ ที่ลงตัว ก็ลองไปหาที่พักอาศัยอยู๋ในย่านกรุงเทพฯเหนือที่กล่าวถึงทั้ง 5 นี้ดู การันตีเรื่องความอยู่สบาย เดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวก แต่แค่ต้องทำใจพบเจอกับรถติดหฤโหดทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการแค่นั้น หากใครทำใจได้ ย่านกรุงเทพฯเหนือ ก็ควรค่ากับการมาอยู่อาศัยย่านหนึ่งเชียวล่ะ


ที่มา : เรียบเรียงจาก บทความ “5 ย่านอยู่สบาย เดินทางสะดวก – กรุงเทพเหนือ” baania.com

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.139/61
Next articleCNN Travel ยก แกงมัสมั่นไทย ขึ้นชั้น อาหารที่ดีที่สุดในโลก
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์