เจ้าชายแฮร์รี่ องค์รัชทายาทลำดับที่ 6 ของราชวงศ์วินด์เซอร์ แห่งสหราชอาณาจักร และเมแกน มาร์เคิล ศิลปินดารานักแสดงเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน ได้ผ่านพระราชพิธีเสกสมรสอันยิ่งใหญ่ตระการตาไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมๆ กับสถานะของเมแกน มาร์เคิล ที่แปรเปลี่ยนจากสามัญชน ไปสู่ความเป็นสมาชิกราชวงศ์วินด์เซอร์ ภายใต้ชื่อเรียกขานใหม่ตามราชอิสริยยศที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทานให้…”ดัชเชสออฟซัสเซ็กซ์”




พระราชพิธีเสกสมรสที่ว่า ได้ถูกตั้งข้อสังเกต และวิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ในหลากหลายมิติ
มิติแรก แขกเกียรติยศจำนวน 600 คนที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ คราคร่ำไปด้วยคณะบุคคลที่มีเกียรติประวัติในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณะ โดยไม่เลือกเชื้อชาติ แต่กลับไม่ปรากฏเงาของนักการเมืองเลย แม้กระทั่งบุคคลสำคัญยิ่งทางการเมืองอย่างนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ ก็มิได้อยู่ในทำเนียบแขกรับเชิญ

มิติที่สอง บทบาทของคนผิวดำ ได้รับการยกย่องเชิดชูอย่างโดดเด่นอย่างชนิดไม่เคยปรากฏมาก่อนในงานพระราชพิธีสำคัญของราชวงศ์
ข้อพิสูจน์ยืนยันความโดดเด่นของคนผิวดำ ในพระราชพิธีเสกสมรสครั้งนี้ สังเกตได้อย่างน้อยที่สุด 4 ประการ

1). บาทหลวงที่ขึ้นกล่าวแสดงเทศนาในพระราชพิธี คือบิชอป ไมเคิล เคอร์รี่ นักบวชผิวดำ วัย 65 ปี จากชิคาโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งกล่าวย้ำถึงพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของความรัก หรือ “Power of Love”

2). นักดนตรี ที่ถูกเลือกให้เล่นเชลโล่ ประกอบในงานพระราชพิธีสำคัญนี้ คือ เชคู เคนเนช์ เมสัน หนุ่มผิวดำชาวอังกฤษวัย 19 ปี ซึ่งเป็น ชาวผิวดำคนแรก ในรอบ 36 ปี ที่สามารถคว้ารางวัล BBC Young Music of the Year มาครอบครองได้เมื่อปี 2559


3). “คาเรน กิบสัน” และคณะนักร้องคิงดอมชอยร์ ที่ถูกเลือกให้มาเปิดการแสดงในงานพระราชพิธีสำคัญนี้ ล้วนเป็นคนผิวดำทั้งหมด

4). เพลง Stand by Me ที่เจ้าชายแฮร์รี่และเจ้าสาวเลือกมาใช้ประกอบงานพระราชพิธีเสกสมรส ก็เป็นเพลงของศิลปินผิวดำ “เบน อี. คิง”


มิติที่สาม กฏระเบียบของราชสำนักได้รับการยืดหยุ่นผ่อนปรนครั้งใหญ่ มิเช่นนั้นโอกาสที่เจ้าชายแฮร์รี่ จะได้เสกสมรสกับ “หญิงม่าย-สูงวัยกว่า-ต่างสัญชาติ-ชาติพันธุ์ผิวสี” ไม่มีวันเป็นจริงได้เด็ดขาด

มิติที่สี่ คือนัยยะสื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของสหราชอาณาจักร ที่แฝงไว้ในเวล หรือผ้าคลุมหน้า ซึ่งทำด้วยผ้าไหมโปร่งยาว 5 เมตร ปักลวดลายดอกไม้ประจำชาติของ 53 ชาติในเครือจักรภพอังกฤษ อันเป็นสิ่งสะท้อนความยิ่งใหญ่ของสหราชอาณาจักร ที่มีพลเมืองมากมายถึง 1 ใน 3 ของโลก และครอบครองพื้นที่ถึง 1 ใน 4 ของทั้งโลก


ศิลปะการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกลมกลืนไปกับพลวัตของทัศนคติ-ค่านิยมทางสังคมและวัฒนธรรมที่หมุนไปของโลก น่าจะเป็นเคล็ดลับสำคัญยิ่งที่ทำให้ราชวงศ์วินด์เซอร์ ดำรงความยิ่งใหญ่อย่างมั่นคงแข็งแรง และยั่งยืนมาได้แล้วเกินกว่าศตวรรษ










