คงไม่ต้องบอกกันแล้วว่าต่อจากนี้ไป หุ่นยนต์ จะเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตมนุษย์มากเพียงใด เพราะแทบทุกภาคส่วน ได้นำเอาเทคโนโลยีทั้ง AI และหุ่นยนต์ เข้าไปเป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


กอปรกับประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงานในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตร ดังนั้น การที่หุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมเกษตร จึงเป็นคำตอบของการทำเกษตรในอนาคต แต่การพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้ให้ผสานและเอื้อต่อการพัฒนาด้านการเกษตรของไทย ก็ต้องยอมรับว่ามีความละเอียดอ่อนและไม่ใช่เรื่องง่าย

ด้วยเหตุนี้ ดร.มหิศร ว่องผาติ กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เอชจี โรโบติกส์ จำกัด หนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อการเกษตร ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ ขั้นตอน และอุปสรรคในการพัฒนาหุ่นยนต์ เพื่อเป็นแนวทางให้เห็นว่ากว่าจะไปถึงความสำเร็จนั้น นักออกแบบและนักพัฒนาหุ่นยนต์ จำเป็นต้องมีวิธีคิดและกระบวนการอะไรบ้าง เพื่อผลิตหุ่นยนต์การเกษตรออกมาให้ตอบโจทย์ภาคเกษตรกรรมของไทย

และในฐานะนักพัฒนาหุ่นยนต์ ซีอีโอของ บริษัท เอชจี โรโบติกส์ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการประยุกต์เอาเทคโนโลยีทางการเกษตรล่าสุด มาผนวกกับกระบวนการทำเกษตรในประเทศ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในรูปแบบของ เกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้เก็บ ‘ข้อมูล’ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญ จากนั้นค่อยนำไปประมวลผลและใช้ในการวางแผนทางการเกษตร เพื่อสร้างผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน โดยกระบวนการดังกล่าวจะมีหุ่นยนต์เข้ามาช่วยทำงานทั้งระบบ และขั้นตอนนี้ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้

1. การเก็บข้อมูล (Data Collection)

เริ่มเก็บข้อมูลด้วยการพัฒนาโดรนถ่ายภาพที่สามารถปล่อยลำแสงอินฟราเรด (Multispectrum Camera Drone) เพื่อเก็บข้อมูลสุขภาพของข้าว โดยแสงอินฟราเรดที่มีคลื่นสีต่างกันจะฉายลงไปในพื้นที่การเกษตรพร้อมการเก็บภาพ และด้วยหลักการทำงานของแสงอินฟราเรดที่จะไม่ดูดซับสีแดง ทำให้เก็บข้อมูลพืชสุขภาพดีที่มีสีเขียวสูงซึ่งจะดูดซับลำแสงอินฟราเรดได้ ทำให้ภาพถ่ายที่ได้จากโดรนสามารถบันทึกข้อมูลสุขภาพของพืชผ่านการประมวลผลคลื่นแสงที่ปรากฏ ซึ่งนอกจากจะได้ข้อมูลที่มีความละเอียดสูงแล้ว ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นสิ่งที่เกษตรกรทั่วไปไม่อาจแยกแยะด้วยตาเปล่าได้อีกด้วย

2. การตีความข้อมูล (Data Analysis)

นำข้อมูลที่ได้มาคำนวณเพื่อวางแผนการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างจากภาพที่แสดงช่วงสีของแสงที่บ่งบอกถึงสุขภาพของข้าว ทำให้เกษตรกรเลือกแก้ปัญหาเฉพาะจุดที่แสดงในภาพได้ จึงช่วยลดปริมาณค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก

3. การวางแผน (Management Decision) และ 4. การทำให้เกิดขึ้นจริง (Farming)

เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ทีมวิศวกรต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญและเกษตรกรเพื่อวางแผนการจัดการทางการเกษตร หน้าที่ของวิศวกรคือพัฒนาโดรนหรือหุ่นยนต์ปฏิบัติการให้บินได้ในระยะเวลาการใช้งานที่เหมาะสม โดยต้องทดสอบบินและปรับแก้จนกว่าจะประสบความสำเร็จ

ส่วนเกษตรกรมีหน้าที่นำผลที่ได้จากการทดลองใช้โดรนสำรวจสุขภาพมาคำนวณการใช้ปุ๋ยที่พอเหมาะ เพื่อให้ข้าวเจริญเติบโตได้ดี ทั้งนี้หากเปรียบเทียบจากวิธีการเดิมที่ใช้แรงงานมนุษย์ในการฉีดปุ๋ยนาข้าว แรงงานจะได้รับค่าแรงประมาณ 50 บาทต่อไร่ และต้องขนน้ำปริมาณกว่า 20 ลิตรเพื่อทำการฉีดพ่นพื้นที่นาประมาณครึ่งไร่ ทำให้ฉีดปุ๋ยได้เพียง 10-15 ไร่ต่อวัน และข้อจำกัดทางสุขภาพร่างกายยังทำให้แรงงานที่มีอาชีพฉีดปุ๋ยมีอายุการทำงานเพียง 1-2 ปีเท่านั้น ดังนั้นการเข้ามามีบทบาทของหุ่นยนต์ในภาคการเกษตรจึงถือเป็นก้าวแรกของการพัฒนาเกษตรเพื่ออนาคต ที่จะช่วยการลดภาระแรงงานคน ระยะเวลาในการจัดการ และต้นทุนจากการบำรุงรักษาพืชเฉพาะจุดได้

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีในภาคการเกษตรที่มาจากการพัฒนาโดรนหรือหุ่นยนต์ปฏิบัติการ แต่ในโลกแห่งหุ่นยนต์การเกษตรที่อุบัติขึ้นแล้วในประเทศต่างๆทั่วโลกยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์เพื่อการเกษตรอีกหลากหลายประเภท ทั้งหุ่นยนต์เพื่อการเก็บเกี่ยว หุ่นยนต์ตัดหญ้า หุ่นยนต์ตัดแต่งทรงพุ่ม แม้กระทั่งหุ่นยนต์ช่วยผสมเกสร

ทว่า ประเด็นหลักที่ ดร.มหิศร เน้นย้ำให้คำนึงถึงก่อนนำหุ่นยนต์มาใช้ คือ ความเหมาะสมต่อเกษตรของท้องถิ่น เพราะกระบวนการที่จะทำให้เกิดเกษตรแม่นยำสูง ต้องใช้องค์ประกอบอีกมากมาย รวมถึงข้อมูลทั้งหมดในระบบจะต้องถูกนำกลับมาประมวลผลซ้ำ เพื่อให้เกิดการวัดผลและพัฒนาต่อยอดอย่างครบวงจร รวมทั้งจุดประสงค์การใช้งานและความคุ้มทุน เพราะต้องยอมรับว่าการลลงทุนในหุ่นยนต์เป็นสิ่งที่มีความละเอียดสูงและมีราคาสูงมาก ผู้ลงทุนจึงต้องคำนึงถึงจุดประสงค์การใช้งาน ความจำเป็น และจุดคุ้มทุน ด้วย


ที่มา : เรียบเรียงจากบทความ “Farming Drone ก้าวแรกสู่หุ่นยนต์การเกษตรไทย”

https://web.tcdc.or.th/th/Articles/Detail/Farming-Drone


การบรรยาย “ก้าวแรกสู่หุ่นยนต์การเกษตรไทย” โดย ดร.มหิศร ว่องผาติ กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เอชจี โรโบติกส์ จำกัด ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2561