ท่ามกลางกระแสความนิยมเปิดรับวัฒนธรรมอาหารต่างชาติที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อิตาเลี่ยน หรือแม้กระทั่งทางฝั่งอินเดีย “ชาบู” ถือเป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้เราได้เห็นร้านใหม่ๆ ทั้งเล็กและใหญ่เกิดขึ้นมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีร้านจำนวนไม่น้อยที่ปิดตัวลงไป


ชาบูแลนด์ นับเป็นหนึ่งในหลายๆ ร้าน ที่ยังคงดำเนินธุรกิจและสามารถต่อสู้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน จากคำบอกเล่าของ คุณเติ้ง – ภูริชญ์ อ่องศรี ผู้ซึ่งตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาลงมือลงแรงเติมเต็มความฝันของตนและกลุ่มเพื่อน โดยหันมาจับธุรกิจ ร้านชาบู ซึ่งปัจจุบันมีด้วยกัน 3 สาขา ได้แก่ สาขาศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์, สาขาพระราม 2 และสาขาสวนพลูที่กำลังจะเปิดให้บริการในไม่ช้า ทำให้เราได้รู้ว่าร้านอาหารประเภทนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อไปได้หากสามารถดึงจุดเด่นและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

ภูริชญ์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านชาบูแลนด์ว่า เกิดจากการที่ตนและกลุ่มเพื่อนสนิทมักนัดพบกันเป็นประจำ และร้านชาบูก็เป็นหนึ่งในประเภทร้านอาหารที่ใช้เป็นสถานที่นัดเจอกันบ่อยครั้ง จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการร่วมหุ้นเปิดร้านนี้ขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน

แม้ในปัจจุบัน จะมีร้านอาหารประเภทชาบูเกิดขึ้นมากมาย แต่เขากลับมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อุปสรรค ด้วยความเชื่อที่ว่า การดึงจุดเด่นของร้านทั้งในเรื่องของการตกแต่ง ใช้วัตถุดิบคุณภาพ และน้ำจิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ร้านมีความแตกต่าง



“คู่แข่งเยอะครับ แต่ผมมองว่าอาหารประเภทชาบู สุกี้ ยังไงมันก็ไม่มีวันหายไปจากวัฒนธรรมการกินของคนไทย แต่มันจะมีกี่แบรนด์ที่ยังอยู่แค่นั้นแหละ พอเวลาผ่านไปนานๆ ยกตัวอย่างหมูกระทะเคยฮิตมากอยู่ช่วงหนึ่ง ทุกวันนี้ก็ยังมีหมูกระทะอยู่ แต่ก็เหลือน้อยลง เพราะฉะนั้น โจทย์คือเราจะทำยังไงให้สามารถดำเนินกิจการไปได้เรื่อยๆ มากกว่า ถ้าจะมามองว่า เฮ้ย คู่แข่งเยอะ มันเยอะจริงๆ แต่สุดท้ายแล้ว คนก็ยังกินอาหารประเภทชาบูสุกี้อยู่ เราเลยต้องมาคิดกันแล้วว่าจะทำอย่างไรให้คนยังมากินชาบูแบรนด์เรา”



ด้วยเหตุนี้ ภูริชญ์ จึงตัดสินใจสร้างจุดเด่นให้กับ ชาบูแลนด์ ซึ่งเป็นการหยิบเอาปัญหาทั้งของลูกค้าและร้านชาบูทั่วไปมาพลิกเป็นโอกาส แบบที่ร้านบุฟเฟต์น้อยร้านกล้าที่จะทำ คือ การให้ลูกค้ารับประทานได้แบบไม่จำกัดเวลา นับเป็นการก้าวข้ามทั้งกฎเกณฑ์ที่ไปสร้างเงื่อนไขเรื่องเวลาในการกินกับลูกค้า และความกังวลของร้านชาบูเรื่องลูกค้าบางกลุ่มที่ชอบนั่งแช่ที่ร้านเป็นเวลานาน ซึ่งสำหรับชาบูแลนด์ เมื่อไม่ไปกำหนดเวลาการกินบุฟเฟ่ต์กับลูกค้า กลับเจอกับกลุ่มลูกค้าที่ตั้งใจมานั่งแช่น้อยมาก

“ส่วนใหญ่ลูกค้าจะมานั่งทาน พออิ่มแล้วก็กลับ ไม่ค่อยมานั่งเอาจนคุ้ม ทุกคนก็มาทานปกติ นอกจากว่าเขาจะมากินเลี้ยงกัน มากินดื่มกันต่อ ก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่ถ้ามาตั้งใจมานั่งกินนานๆ เลย ไม่มีครับ”

“การบริหารคน” โจทย์สำคัญที่ต้องก้าวผ่าน

“จริงๆ อุปสรรคในการทำธุรกิจไม่ได้อยู่ที่ตอนเริ่ม เพราะตั้งแต่การสร้างร้านเรากำหนดได้หมดว่าร้านจะมีโต๊ะกี่ที่นั่ง ลูกค้าจะเป็นกลุ่มไหน อาหาร น้ำจิ้ม เราเตรียมได้หมด แต่สิ่งที่ยาก คือ เรื่องของพนักงาน เพราะเราไม่รู้เลยว่า การเปิดร้านขึ้นมาแต่ละสาขาเราจะเจอพนักงานแบบไหน ซึ่งจะเป็นพนักงานใหม่ทั้งหมด อันนั้นเราเตรียมการไม่ได้ เราจะต้องไปเจอกันหน้างานอย่างเดียว ความยากจึงไม่น่าจะอยู่ที่การเปิดร้าน แต่เป็นการหาบุคลากรและการบริหารคนมากกว่า ถ้าเราหาบุคลากรดี ทุกอย่างมันก็จะดี”

ดูเหมือนว่า การบริหารคนจะกลายเป็นปัญหาที่ไม่ว่าธุรกิจจะเล็กหรือใหญ่ต้องเจอ การรับมือและเรียนรู้ความแตกต่างของพนักงานแต่ละคน รวมถึงการลดช่องว่างให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม            

“ความจริงแล้วการเจอปัญหาเป็นปกติครับ ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับเวลา ถ้าเราอยู่ใกล้ชิดกับพนักงานหรือเราอยู่ในช่วงที่วุ่นมากๆ อย่างตอนเปิดร้านใหม่ๆ ถ้าเราอยู่ตรงนั้นพร้อมๆ กับพนักงานตั้งแต่แรก พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราจะบริหารเขาหรือจัดการอะไรมันจะง่ายขึ้น เพราะเราลำบากมาด้วยกัน ไม่ใช่อยู่ดีๆ เราโผล่มาตอนที่ทุกอย่างมันสงบนิ่งสบายแล้ว นั้นคือ วิธีการบริหารอย่างหนึ่งของผม ส่วนปัญหาใหญ่ๆ ไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่เป็นปัญหายิบย่อยมากกว่า ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของร้านอาหาร”

“ทำเลที่ตั้ง” เมื่อเกิดปัญหาต้องสามารถมาได้ทันที

คุณภูริชญ์ อ่องศรี

การเลือกทำเลที่ตั้งร้าน สำหรับผมอันดับแรกต้องเป็นโลเคชั่นที่เราสามารถมาได้สะดวก จริงๆ ไปได้ทุกที่ แต่เราเลือกที่เราไปได้สะดวกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมว่ามันมีผลต่อการบริหารด้วย เพราะถ้าอยู่ไกลเกินกว่าที่เราจะไป เกิดมีปัญหาแล้วพูดคุยแก้ไขผ่านทางโทรศัพท์ไม่ได้ คุยไลน์กันไม่ได้ มันต้องมาที่ร้าน ณ ตอนนั้น ผมอยากจะเดินทางไปได้เลยทันทีโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก พอเกิดปัญหาเราสามารถออกจากบ้านแล้วมาถึงร้านได้เลย”

“สำหรับการขยายสาขาในอนาคต ก็ยังคงมองคอมมูนิตี้มอลล์อยู่ เพราะในห้างส่วนใหญ่มีร้านชาบูหลายร้านแล้ว แต่ต้องดูเงื่อนไขด้วย ถ้าเงื่อนไขโอเคก็น่าเปิด”

ชาบูแลนด์ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดจากการหยิบเอาความสุขใกล้ตัว มาสร้างธุรกิจ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความชัดเจนในภาพลักษณ์ของแบรนด์และการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการลูกค้าและพนักงาน  

“ถ้าถามถึงแนวคิดในการดำเนินธุรกิจก็น่าจะเป็นความใกล้ชิดกับทั้งลูกค้า รวมถึงพนักงาน มีปัญหาอะไรพนักงานสามารถมาบอกเราได้ ลูกค้าติชมอย่างไร เราก็รับฟังหมด เพื่อที่จะมาปรับแก้ไข และที่สำคัญคือ เราต้องมีความจริงใจ” ภูริชญ์ กล่าวทิ้งท้าย


บทความน่าสนใจที่เกี่ยวข้อง

“ภูริ หิรัญพฤกษ์” ให้ Passion นำทางสู่ทุกความสำเร็จ