จากข่าวล่าสุดของสองดาราฮอลลีวูดที่ชื่นชอบ ซึ่งรับบทซูเปอร์ฮีโร่ในใจใครหลายคน อย่าง วูฟเวอรีน และ เดดพูล ที่ในชีวิตจริง ดาราหนุ่มขวัญใจสาวๆทั่วโลกทั้ง 2 คน ฮิวจ์ แจคแมน และ ไรอัน เรย์โนล สนิทสนมกันเป็นการส่วนตัวด้วยนั้น ได้มาร่วมโปรเจคก่อการดีกัน ภายใต้การเปิดธุรกิจเพื่อสังคม ของ ฮิวจ์ แจคแมน “Laughing Man Coffee”


โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เรย์โนล ได้ทำเซอไพรส์เพื่อนรักของเขาด้วยการปรากฏตัวในร้านกาแฟ Laughing Man Coffee ในฐานะบาริสต้าสุดหล่อประจำร้านคนใหม่ เรื่องเล่าชวนยิ้มนี้เริ่มมาจากที่ แจคแมน โพสต์ใน อินสตาแกรม ส่วนตัวว่าตอนนี้ เรย์โนล รับหน้าที่เป็นบาริสต้าอยู่ที่ร้านของตน พร้อมบรรยายใต้ภาพที่เขาถ่ายรูปกับเรย์โนลพร้อมพนักงานเสิร์ฟในร้านกาแฟของเขาอีก 2 คน ว่า

“ทันทีที่เราโพสต์ไปว่า @laughingmancoffee กำลังเปิดรับสมัครบาริสต้าคนใหม่ @vancityreynolds ก็เข้ามาสมัคร #makeevercupcount”

และในเวลาต่อมาไม่นาน รูปของเรย์โนล ก็ปรากฏบน Instagram Story ของร้านกาแฟ Laughing Man Coffee อีกครั้ง และครั้งนี้มีข้อความว่า

“ผมถูกจ้างเป็นบาริสต้าของร้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

ที่มาบอกเล่า เรื่องชวนยิ้มของดาราผู้สวมบทบาทซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลทั้ง 2 ท่านนี้ เพื่อนำเข้าสู่ เรื่องเล่าน่าชื่นชมต่อไปกับอีกบทบาทหนึ่งของ ฮิวจ์ แจคแมน ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง มูลนิธิ The Laughing Man Foundation ร่วมกับ เดวิด สเตรนการ์ด ในปี ค.ศ. 2011 จนก่อเกิดต้นแบบการบริหารจัดการการซื้อขายกาแฟจากเกษตรกร ประเทศเอธิโอเปีย ในรูปแบบการซื้อขายที่เป็นธรรม หรือ Fair Trade

จุดกำเนิด ร้านกาแฟเพื่อสังคม ใจกลางเมืองแมนฮัตตัน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 ฮิวจ์ แจคแมนและภรรยา ได้เดินทางไปเยือนประเทศเอธิโอเปียในฐานะตัวแทนของมูลนิธิศุภนิมิต (World Vision) ไปยังเมืองเยอร์กาเชฟ แหล่งปลูกกาแฟใหญ่แห่งหนึ่งของโลก และการเดินทางครั้งนี้เองที่ทำให้แจคแมนได้รู้จักกับสหายใหม่ชาวเอธิโอเปียน ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟชื่อ ดูเคล หลังจากได้สนทนากัน ดาราหนุ่มก็ได้เปิดโลกใหม่และได้ทำความรู้จักกับโลกของกาแฟและธุรกิจส่งออกกาแฟจากปากของเกษตรกรท้องถิ่นตัวจริง ตั้งแต่นั้นมา เรื่องราวของดูเคลก็ไปอยู่ในใจของแจคแมน ถึงขั้นทำให้เขาเข้าใจและเข้าถึงหัวอกคนปลูกกาแฟว่าพวกเขาต้องเจอการเอาเปรียบอะไรบ้างในกระบวนการซื้อขายกาแฟ และเขาก็ได้เข้าใจสิ่งที่เขาสงสัยมาตลอดว่า ทำไมร้านขายกาแฟจึงเอาแต่รวยเอา รวยเอา ขณะที่เกษตรกรอย่างดูเคล กลับมีคุณภาพชีวิตเหมือนเดิม หรือบางเวลา แย่ลงเรื่อยๆ

https://www.laughingmanfoundation.org/#visit-our-cafe

ดูเคล เป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่ต้องอาศัยความทรหดอดทน หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน เป็นหลายชั่วโมงต่อวัน เพื่อเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟจากฟาร์มปลูก ด้วยความคาดหวังว่าจะนำเงินที่ได้จากการขายเมล็ดกาแฟนั้นมาเลี้ยงดูครอบครัว ทว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอในขั้นตอนการซื้อขาย คือการโดน “รัฐ” เอาเปรียบ และถูกพ่อค้าคนกลางหรือโรงงานที่รับซื้อกดราคา ซึ่งชะตากรรมนี้เป็นสิ่งที่เกษตรกรต้องแบกรับโดยไม่มีสิทธิอุทธรณ์

จากเรื่องเล่าจับใจนี้ ทำให้ แจ็คแมนและภรรยา ได้ตกลงใจร่วมกับ เดวิด สเตรนการ์ด พันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมก่อตั้ง  มูลนิธิ The Laughing Man Foundation ขึ้น โดยตั้งวัตถุประสงค์หลักในการก้าวเข้าสู่ธุรกิจเม็ดกาแฟครั้งนี้ เพื่อก่อการดี ช่วยเหลือความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟให้ดีขึ้น ผ่านการสนับสนุนการค้าในรูปแบบ Fair Trade หรือการซื้อขายอย่างเป็นธรรมกับทางเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโดยตรง

https://www.laughingmanfoundation.org/#visit-our-cafe

สานฝันเกษตรกร ให้มีกาแฟแบรนด์ตัวเอง

ปี 2011 แจคแมนและหุ้นส่วน ก็ตัดสินใจเปิดร้านกาแฟชื่อเดียวกับมูลนิธิ “Laughing Man Coffee” ตั้งอยู่ในแมนฮัตตันทั้งสองสาขา ซึ่งแจคแมนได้ร่วมกับดูเคลคิดค้นเม็ดกาแฟงานคราฟต์ของร้าน ทั้งหมด 4 แบบ โดยกาแฟตัวที่ขายดีที่สุดคือ Dukale’s Blend กาแฟเบรนด์ในแบบของดูเคล นั่นเอง ซึ่งมีชื่อแบบเป็นทางการว่า Dukale’s Blend Medium Roast | Rich. Fruity. Full-bodied. ได้รับการการันตีโดยนักชิมกาแฟทั่วโลกที่ให้คำจำกัดความว่าเป็นกาแฟ Full-bodied ที่มีคุณภาพเม็ดกาแฟหนาแน่นดีมากที่สุดแบรนด์หนึ่ง โดยมีกาแฟอีก 3 แบบ ที่มีวางจำหน่ายที่ร้าน Laughing Man Coffee เท่านั้น คือ

  1. Colombia Huila Dark Roast | Dark. Smoky. Sweet.
  2. Hugh’s Blend Medium Roast | Bright. Sweet. Balanced.
  3. Ethiopia Sidama Light Roast | Aromatic. Complex. Elegant.
https://www.laughingmanfoundation.org/#visit-our-cafe

และในปี 2018 ในนามของมูลนิธิ The Laughing Man Foundation ก็จะเริ่มคืนกำไรสู่สังคมในรูปแบบของกิจกรรมดีๆ อย่าง การมอบทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสตามประเทศต่างๆทั่วโลก การสร้างบ้านพักอาศัยให้กับผู้ลี้ภัย ผู้อพยพ หรือชนกลุ่มน้อยที่ด้อยโอกาสตามพื้นที่ห่างไกลทั่วโลก เป็นต้น

“สิ่งที่ผมรักที่สุดในชีวิตตอนนี้ มี 3 สิ่ง นั่นคือ ครอบครัว การแสดง และกาแฟ”

เราขอยกคำพูดของแจคแมนนี้มาใช้เป็นเหมือนบทสรุป ต้นแบบของดารานักแสดงที่นอกจากจะเต็มที่ในบทบาทที่ได้รับแล้ว ยังไม่ลืมใช้ต้นทุนที่เขามี เผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนร่วมโลก ก่อเกิดเป็นธุรกิจที่มีส่วนในการขับเคลื่อน “สังคมที่น่าอยู่” ให้กับโลกใบนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนคงไม่คิดว่าความคิดและความหวังที่เป็นรูปธรรมนี้จะเกิดขึ้นได้จริง แต่นักแสดงหนุ่มคนนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถทำได้จริงและยั่งยืนเสียด้วย

หากใครต้องการรับรู้เรื่องราวเพิ่มเติมในแบบภาพยนตร์สารคดี ก็สามารถไปรับชมเรื่องราวการก่อร่างสร้างธุรกิจเพื่อสังคม สร้างการซื้อขายที่เป็นธรรมของ Laughing Man Coffee ได้ในสารคดีที่สร้างจากชีวิตจริง การลงพื้นที่จริงในประเทศเอธิโอเปียของแจคแมน ในเรื่อง ‘DUKALE’S DREAM’ ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย


ที่มา :  https://www.laughingmanfoundation.org/#visit-our-cafe 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here