วลี “ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียตังค์” ยังคงรักษาความขลังไว้ได้อย่างคงเส้นคงวาฉันใด เรื่องร้ายๆ ก็ยังคงถูกโหมกระพือให้แพร่สะพัดกลบเรื่องดีๆ ฉันนั้น
ไม่ต้องย้อนเหตุการณ์ไปไกล เอากันใกล้ๆ ตอนนี้นี่แหละ
เรื่องราวข่าวดีๆ ว่าด้วยอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้ ที่สูงถึง 4.8% ซึ่งเป็นระดับสูงลิบลิ่วที่สุดในรอบ 20 ไตรมาส หรือ 5 ปี แถมอัตราการขยายตัวของการส่งออกก็ดีวันดีคืน ถูกกลบและฝังสนิทด้วยเรื่องราวข่าวร้ายๆ ว่าด้วยภาระค่าครองชีพประชาชนที่พุ่งทะยานเพิ่มขึ้นรวดเร็วและรุนแรง
ราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของการให้บริการขนส่งสินค้าดีดตัวทะลุระดับลิตรละ 30 บาท และมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวอยู่แถวๆ ลิตรละ 30 บาทไปอีกนาน ตราบเท่าที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังดำรงสถานะเป็นผู้นำสหรัฐอเมริกา
ราคาแก๊สหุงต้ม ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของพ่อค้าแม่ขายอาหารการกินเครื่องคาวหวานสารพัด ก็ไต่ระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง จากกิโลกรัมละต่ำกว่า 20 บาท ไปเป็นจวนเจียนจะกิโลกรัมละ 30 บาทอยู่รอมร่อ
ราคาค่าไฟฟ้า ก็จ่อรอคิวจะขยับราคาเพิ่มขึ้นไปอีกภายในระยะเวลาไม่เกินสิ้นปีนี้ ตามติดด้วยราคาค่าขนส่งสินค้า ก็ส่งสัญญาณจะขอขยับเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ขณะที่ค่ารถเมล์ จะขอขึ้นราคาพรวดเดียวกว่าร้อยละ 40 จาก 9 บาทเป็น 13 บาท ไม่เว้นแม้กระทั่งค่าตั๋วเครื่องบิน…รถไฟ…รถไฟฟ้า ที่เตรียมจ่อคิวต่อพ่วงเป็นขบวนยาวเหยียด
มรสุมค่าครองชีพที่กำลังกรรโชกชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านอย่างรุนแรงและแพร่หลาย ทั่วถึงทุกหย่อมหญ้า ไม่เพียงเป็นบททดสอบทักษะการเอาตัวรอดของชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบความจริงใจของรัฐบาลและบรรดาแนวร่วมแม่น้ำ 5 สายของรัฐบาล ในการ ”เฉลี่ยทุกข์” ร่วมกับชาวบ้าน
แล้วรัฐบาล และแนวร่วมแม่น้ำ 5 สาย จะร่วม ”เฉลี่ยทุกข์” กับชาวบ้านได้ยังไง???
เรื่องนี้ทำได้ง่ายมาก และสามารถลงมือทำให้มีผลได้ทันที…เดี๋ยวนี้เลย !
1. ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้ม.44 ออกคำสั่งลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา จาก 5.85 บาทให้ลงมาอยู่ที่ลิตรละ 1 บาท แล้วเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็วพิเศษ(พรีเมี่ยมดีเซล) จากลิตรละ 5.85 บาท ให้ขึ้นไปติดเพดานที่ลิตรละ 10 บาท
2. ท่านนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ออกมติ ”ลดเงินเดือน” ข้าราชการระดับสูงทุกหน่วยงานลงร้อยละ 10 เป็นเวลา 4 เดือน จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2560 ในเดือนกันยายนนี้ โดยไม่มีการยกเว้นแม้ข้าราชการทหาร
3. ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีร่วมคณะทุกคน ตลอดจนท่านทั้งหลายที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ในแม่น้ำ 5 สาย ร่วมกันประกาศ “ลดเงินเดือนตัวเอง” ลงร้อยละ 15 เป็นเวลา 4 เดือนเท่ากับข้าราชการ
การสื่อแสดงความจริงใจในการร่วมทุกข์กับชาวบ้านในการเผชิญภาระค่าครองชีพโดยการ ”ลดเงินเดือน” แม้จะช่วยประหยัดงบประมาณรายจ่ายประเทศลงไปเพียงเล็กน้อยแค่ไม่เกิน 200 ล้านบาท แต่จะบังเกิดความรู้สึกชื่นชมในสามัญสำนึกของรัฐบาลที่ ”รู้ร้อนรู้หนาว” กับชาวบ้าน และมีส่วนร่วมใน ”ความทุกข์” ไปพร้อมๆ กับชาวบ้าน
ปัญหาค่าครองชีพประชาชน กำลังท้าพิสูจน์ความรักของรัฐบาลลุงตู่ที่มีต่อประชาชนว่าเป็น ”ของแท้” หรือ “แค่ลวงโลก”
ผู้เขียน : ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค












