เคยได้ยินคำพูดที่ลอยมาเข้าหูอยู่บ่อยๆว่า “การแข่งขันฟุตบอลกับการพนันบอล เป็นของคู่กัน” ซึ่งจากคำพูดนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีมูลความจริงเพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมานาน ยิ่งในโอกาสที่มีการแข่งขันแมตซ์หยุดโลกแทบทุกแมตซ์ใน ฟุตบอลโลก ทีไร ผีการพนันก็พร้อมแฝงตัวไปอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย


ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้กล่าวสรุปขึ้นมาลอยๆเพราะสอดคล้องกับข้อมูลทางสถิติล่าสุด จากเวทีประชุมวิชาการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันปี 2561 ในประเด็น “ชีวิตเสี่ยงพนัน…จะป้องกันเยาวชนอย่างไร?” ที่ช็อคสังคมไทยไม่น้อย

“ปี 2560 คนไทยเล่นพนันเกือบ 29 ล้านคน เริ่มเล่นพนันครั้งแรกอายุต่ำสุด 6 ขวบ ฮิตเล่นสลากกินแบ่งฯ หวย ไพ่พนัน ผลบอล และพนันพื้นบ้านมากสุด โดยวงเงินพนันสลากกินแบ่งฯโตขึ้นเกือบเท่าตัว ทะลุ 1.4 แสนล้านบาท กลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มผู้สูงอายุ เข้าสู่วงจรการพนันมากขึ้น และมีพฤติกรรมบ่งบอกชัดเจนว่ายิ่งเล่นนานยิ่งเล่นหนัก พบมีหนี้สินรวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยคนละ 1.3 หมื่นบาท”

ชี้เป้า ตัวเลขพนันบอลออนไลน์พุ่งรับ “ฟุตบอลโลก 2018”

ช่วงต้นของเวทีประชุมวิชาการฯครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยการอภิปรายของ วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่กล่าวว่า

“ปัญหาการพนันมีผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อตัวบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคม ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาวะ หนี้สิน ความยากจน และอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับการพนันมากขึ้น ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงกลุ่มอาชีพแรงงานด้วย และปรากฎการณ์ที่น่าเป็นห่วงในช่วงนี้คือในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ที่จะมีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้การพนันฟุตบอลออนไลน์เพิ่มมากขึ้นด้วย”

โดย วิเชษฐ์ ชี้ชัดว่า กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในข่ายการเฝ้าระวังและปกป้องเป็นพิเศษในช่วงนี้ คือ เด็กและเยาวชน เพราะมีผลวิจัยระบุชัดว่า เยาวชนที่เริ่มเล่นพนันจากการพนันฟุตบอลมีแนวโน้มจะเล่นพนันต่อเนื่องสูงถึงร้อยละ 82.6 สูงกว่ากลุ่มที่เริ่มต้นจากการเล่นพนันประเภทอื่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเยาวชนชายที่เริ่มเล่นพนันจากการพนันฟุตบอล พบว่าร้อยละ 87.3 จะเล่นพนันต่อเนื่อง

ไม่เพียงเท่านั้น จากผลสำรวจสถานการณ์การเล่นพนันของนักเรียนมัธยมต้น ปี 2561 พบว่า เด็กเริ่มเล่นพนันครั้งแรกตอนอายุน้อยที่สุดที่ 6 ปี ส่วนผลสำรวจประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป พบผู้เริ่มต้นเล่นพนันครั้งแรกอายุต่ำสุดที่ 7 ปี เหตุผลที่เริ่มเล่นพนันเพราะอยากลอง เล่นสนุกชั่วครั้งชั่วคราว พนันด้วยเงินเล็กน้อย แต่จะเพิ่มระดับขึ้น ทั้งวงเงินและความถี่ในการเล่น ยิ่งเล่นนานยิ่งเล่นหนัก อาการที่เห็นชัดคือ ถ้าไม่ได้เล่นพนันจะรู้สึกกระสับกระส่ายเหมือนติดเหล้า ติดบุหรี่

แสงสว่างปลายอุโมงค์เกิดแน่ ถ้าร่วมแก้ปัญหาการพนันบอลอย่างถูกทาง

ด้าน ศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า

“จากการที่ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ สำรวจสถานการณ์ พฤติกรรม และผลกระทบการพนันในประเทศไทยล่าสุด ในปี 2560 พบว่าประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 25 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 7,008 ตัวอย่าง พบว่า คนไทยร้อยละ 75.2 หรือเกือบ 40 ล้านคนเคยเล่นพนัน เกินครึ่งเริ่มเล่นพนันครั้งแรกตอนอายุไม่เกิน 20 ปี กลุ่มเริ่มเล่นพนันครั้งแรกอายุต่ำสุดที่ 7 ปี โดยผู้เล่นพนันถึงร้อยละ 20 มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบทางสุขภาพ ร้อยละ 20.4 หรือ 5.9 ล้านคน เช่น รู้สึกเครียด ขาดเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มีปากเสียงทะเลาะกับคนในครอบครัว เสียเวลาทำงานหรือการเรียน เป็นหนี้ สุขภาพเสื่อมโทรม เป็นต้น”

ศ.ดร.นวลน้อย สรุปว่า สถานการณ์ที่บอกเล่ามานี้ สะท้อนให้เห็นว่าการพนันเป็นปัญหา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสังคม จำเป็นต้องเร่งแก้ไขและหามาตรการป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและผู้สูงอายุ ไม่ให้เข้าสู่วงจรนักพนัน รวมถึงหามาตรการช่วยเหลือผู้ติดพนันในกลุ่มวัยต่างๆ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบาย มาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการจัดการปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการพนันต่อไป 

และต้องยอมรับว่าในประเด็นเรื่องการแก้ปัญหาพนันบอลนี้ ได้มีการพูดถึงมาหลายยุคสมัยเป็นเวลานานแล้ว โดยหนึ่งในผู้ที่เคยนำเสนอทางออกไว้ในเรื่องนี้อีกหนึ่งท่าน คือ ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดย ดร.วิษณุ ได้ให้มุมมองที่แตกต่างว่า

“หากมองด้านสังคม พนันฟุตบอลที่อยู่นอกเหนือกฎหมายจะกลายเป็นปัจจัยให้เกิดการธุรกิจคอร์รัปชัน โดยเฉพาะบทลงโทษและการเอาผิดการเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ยังไม่ชัดเจนมากพอ ด้วยเหตุนี้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจควรปฏิบัติการก่อกวนและบล็อกเว็บไซต์พนันฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ขณะเดียวกันถึงเวลาที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องทบทวนกันอย่างจริงจังว่า การพนันฟุตบอลควรถูกกฎหมายหรือไม่และจะควบคุมอย่างไร โดยเฉพาะการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน ตลอดจนเงินที่ได้รับจะถูกนำไปแปรสภาพ กลายเป็นผลประโยชน์ของประเทศในด้านใด”  

ที่สุดแล้ว การแก้ปัญหาพนันบอล นอกจากจะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่หน่วยงานภาครัฐที่ต้องทำหน้าที่สอดส่องดูแลไม่ให้มีการพนันบอลออนไลน์เถื่อนเกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างสุดความสามารถแล้ว ภาคเอกชน ไปจนถึงครอบครัว สถาบันการศึกษา ก็ต้องไม่ละเลยในการดูแลบุตรหลาน นักเรียน นักศึกษา ให้มีความตระหนักในและควบคุมตัวเองให้ไปข้องเกี่ยวในเรื่องการพนันบอลออนไลน์ให้น้อยที่สุด และที่สำคัญที่สุด ตัวผู้เสี่ยงทุกเพศทุกวัยเองที่ต้องมีจิตสำนึก คอยย้ำเตือนตัวเองให้ได้ว่า “ไม่มีใครรวยจากการพนันได้” จงท่องจำไว้ให้ขึ้นใจ


ที่มา : http://www.thaihealth.or.th/Content/42491

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.144/61
Next articleรู้ไว้ใช่ว่า… เตือนภัย ไวรัสนิปาห์ ระบาดครั้งใหม่ที่อินเดีย ติดแล้วตายได้
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์