วันนี้ใครก็รู้ว่าโลกใบใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 ต่างจากโลกยุคที่ผ่านมาอย่างเหลือเชื่อ! โลกใบเก่าที่เคยทำมือพึ่งพาแรงงาน พึ่งพาทรัพยากร พึ่งพาสถานศึกษา ฯ เปลี่ยนเป็นโลกใบใหม่ที่พึ่งความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี ฯ ทรงประสิทธิภาพ-มีพลังการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว! เป็นโลกยุคที่ผสานกายภาพเข้ากับโลกชีวภาพและดิจิทัล เปลี่ยนการผลิตเดิมๆ สู่ระบบออโตเมชั่น มีความเร็ว-ความละเอียดแม่นยำสูงคุณภาพเยี่ยม เปลี่ยนผ่านความคิด-ค่านิยมเดิม สู่ความคิด-คุณภาพชีวิตใหม่


ความเปลี่ยนแปลงศตวรรษที่ 21 ไม่ได้ส่งผลเแค่กับการผลิต การบริโภค เท่านั้น แต่มีผลต่อถึงค่านิยม ความเชื่อ การสื่อสารเชื่อมโยง จนถึงการดำรงชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ! โดยนัยนี้ กระบวนระบบการศึกษาทั้งระบบ-กระบวนการจึงกลายเป็นอื่นและเป็นความล้าหลังไปโดยปริยาย! ไม่ตอบสนองชีวิตปัจจุบันไปสู่อนาคต!

หมายความว่าการศึกษาที่ขาดนวัตกรรม ขาดความเข้าใจการเปลี่ยนแปลง ขาดความรู้เท่าทันความคิด-ค่านิยม-ทัศนคติ-มโนทัศน์ใหม่ ฯ จะถูกเบียดขับออกไป! เป็นแค่เพียงความสูญเปล่าที่ดิ้นรนอยู่รอดไปวันๆ เท่านั้น! มหาวิทยาลัย-สถาบันการศึกษาที่เคยรุ่งเรืองยุคที่ผ่านมานับหมื่นแสนแห่งทั่วโลกต้องกำลังปิดตัวลง ไม่ก็ต้องปรับตัว-สร้างความอยู่รอดในบริบทใหม่ที่เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกวันนี้!

สำหรับประเทศไทย การพัฒนายุคใหม่ตามนโยบายรัฐบาลและการสร้างประเทศสู่อนาคตใหม่ ส่งผลให้การศึกษาที่เคยย่ำวนในความสูญเปล่าและความล้มเหลว ที่ผลิตบัณฑิตตกงานมาเกลื่อนเมือง! ได้เวลาต้องปรับตัว-ปรับระบบสู่คุณภาพใหม่ ที่ตอบสนองความเป็นจริงตามทิศทางการพัฒนาประเทศ และมาตรฐานการทำงานตามความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคมยุคใหม่ ซึ่งหากกล่าวถึงคุณภาพการศึกษา จะมีหลักพิจารณาสำคัญ 4 ประเด็นหลักกล่าวคือ


 

:: 1 ::

ประเด็นทิศทางการพัฒนาประเทศที่เป็นหมุดหมายการพัฒนาและความก้าวหน้าของประเทศ วันนี้คงทราบกันดีว่าการศึกษาที่ได้ผลิตบัณฑิตตกงานเกือบห้าแสนคน สร้างความสูญเปล่ามหาศาลทั้งกับงบประมาณและกับตัวเด็กเยาวชนที่จบการศึกษานั้น เป็นผลมาจากความจำนนในค่านิยมที่ผิดๆ ของผู้ปกครองและสังคมโดยรวม กับการขาดความรู้เท่าทัน ความไม่รับผิดชอบของสถาบันการศึกษาที่มุ่งทำมาหากินอย่างขาดความรับผิดชอบจนได้สร้างความสูญเปล่ามหาศาลขึ้น! สถาบันการศึกษาไม่มีทิศทางการผลิตบุคคลากรตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของประเทศ มุ่งช่วงชิงแสวงอำนาจในสถาบัน ใช้ระบบพวกพ้องในการบริหารจัดการ สร้างนโยบายและตัวชี้วัดที่ผิดพลาดมหันต์ ตอบสนองกาครช่วงชิงอำนาจในสถาบันจนมองไม่เห็นความต้องการ-ความก้าวหน้าของสังคมโดยรวม! สภาพที่เป้นมาดังกล่าวข้างต้นนี้ สถาบันการศึกษาต้องจัดปรับทิศทางใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่จริง (demand driven) ตามนโยบายเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ การจัดปรับทิศทางนี้จะเป็นหลักการสำคัญที่ช่วยให้สถาบันการศึกษาในโลกเก่า สามารถพยุงตัวขับเคลื่อนไปสู่อนาคตใหม่ได้ ในกระแสเปลี่ยนผ่านของประเทศ!


 

:: 2 ::

กระบวนการสร้างสติปัญญา-การเรียนรู้ ที่สอดคล้องเท่าทันความเปลี่ยนแปลง ด้วยว่าความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการพัฒนาการเรียนรู้การศึกษายุคใหม่ ต่างไปจากการอบรมบ่มเพาะในกระบวนการศึกษาของโลกเก่าเกือบจะพลิกฟ้าพลิกดิน การนำใช้เทคโนโลยีไอที-การสื่อสาร เพื่อสร้างการค้นคว้า-ร่วมเรียนรู้แบบกลุ่มและเฉพาะบุคคล กลายเป็นวิธีการสร้างการเรียนรู้ใหม่ ที่ครูต้องปรับบทบาทจากผู้ชี้นำ สู่ผู้ชี้แนะ-ชี้บอก แหล่งความรู้ เป็นผู้ผสมผสานสร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ให้ผู้เรียนก้าวพ้นความเบื่อหน่าย-สู่การสร้างความรับผิดชอบ การปรับกระบวนการเรียนรู้นั้นสำคัญและมีความหมายต่อกระบวนการเรียนรู้ใหม่อย่างมีนัยสำคัญ


 

:: 3 ::

บทบาทขององค์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งหลายตั้งแต่กฏหมาย กฏระเบียบการบริหาร ค่านิยม สิ่งแวดล้อม บรรยากาศของสถานศึกษา และความรู้ความเข้าใจโลกรอบตัวครู ฯ ล้วนเป็นระบบนิเวศน์ทางการศึกษาที่สำคัญ ต้องจัดปรับฐานบริหารความรู้-นวัตกรรมแบบแพลตฟอร์ม ที่อิงความก้าวหน้าและการพัฒนา แทนการยึดระบบระเบียบจากท่ออำนาจในโลกเก่า การบริหารระบบเปิด 360 องศา เป็นระบบนิเวศน์ที่เปิดการเรียนรู้แบบไร้พรมแดน เท่าทันความเปลี่ยนแปลง และมุ่งกำจัดกฎระเบียบที่ครึให้หมดไป เพื่อเร่งเชื่อมต่อโลกกว้างที่สนองตอบความต้องการของสังคม เปิดรับความรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การบริหารการศึกษาจึงจะสร้างคุณภาพใหม่ขึ้นในโลกศตวรรษที่ 21


 

:: 4 ::

สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ ผู้จบการศึกษามีงานทำจริง มีศักยภาพมาตรฐาน-มีตัวชี้วัดชัดเจนในการเข้าสู่มาตรฐานอาชีพ ฯ ไม่ผลิตตามค่านิยม-รายได้ที่สถาบันพึงกอบโกย หรือตามความถนัดของครูอาจารย์ในโลกใบเก่าอย่างไม่รับผิดชอบ! การผลิตบุคคลากรในระบบการศึกษาวันนี้ ไม่ได้ชี้วัดที่ตัวเลขจำนวนนักศึกษาที่ผลิตได้! แต่ชี้วัดประกันคุณภาพจากจำนวนนักศึกษาที่จบมาแล้วมีงานทำหมดหรือไม่? และทำงานตามสาขาที่เรียนจบมารึเปล่า? รวมทั้งก้าวหน้าโดดเด่นเพียงใดในสาขาที่จบออกมาทำงานนั้นๆ


นายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

องค์ประกอบสำคัญทั้ง 4 นี้จะชี้บอกถึง การสร้าง-การลงทุนทางการศึกษาอย่างมีเป้าหมาย ช่วยลดความสูญเปล่าทางการศึกษาที่เกิดจากการบริหารจัดการการศึกษาที่ผิดทิศผิดทาง เปิดช่องคอรัปชั่นหาประโยชน์กันเกลื่อนกลาด จนเป็นการศึกษาที่พิกลพิการ วิ่งเต้นเส้นสายมากกว่าการพัฒนาความรู้ความสามารถและศักยภาพของประเทศมานานแล้ว

ขอให้กำลังใจ “หมอธี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ลุยรื้อสร้างการศึกษาไทย สู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยความแข็งขันยิ่ง!!!


ผู้เขียน : อภิชาต ทองอยู่