Digital Transformation หรือการปฏิวัติดิจิทัล เป็นปรากฎการณ์ที่แทบทุกองค์กรธุรกิจต้องเผชิญหน้า และต้องปรับตัว ปรับธุรกิจ ให้ตอบสนองกับเทรนด์ดิจิทัลมากขึ้น เพราะฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ในยุคนี้จะเกิดการแข่งขันหนักมาก โดยทุกองค์กรเลือกที่จะงัดเอากลยุทธ์การพัฒนานวัตกรรมตอบสนองความต้องการลูกค้า ยิ่งทำได้แบบ Real-time คลิกต่อคลิก ยิ่งสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นปัจเจกบุคคลที่ต้องดำรงอยู่ในยุคแห่ง Digital Transformation หรือองค์กรธุรกิจที่ต้องปรับตัวเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้เพื่อความอยู่รอดขององค์กร หนึ่งใน mindset หรือ แนวคิดที่ต้องติดตั้งไว้ คือ การเปิดรับ ติดตาม และรู้เท่าทันทุกกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล ให้ได้
และเพื่อสร้างความตระหนักให้กับทุกองค์กรธุรกิจ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) จึงได้ออกมาฟันธง 8 แนวโน้ม ที่คาดว่าจะมีอิทธิพลต่อการปรับเปลี่ยนในกิจการอีคอมเมิร์ชโลกและในประเทศไทยเองด้วย

รู้ทัน พร้อมฉกฉวยโอกาส Micro-Moments
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย เหล่านี้ล้วนเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนยุคนี้อย่างมาก และสามสิ่งนี้ก็เหมือนจะแทบเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนเมืองทุกเพศทุกวัยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาหนึ่งที่ต้องการอยากรู้ อยากซื้อ อยากไป คนยุคนี้ก็มักจะหันหาการช้อปปิ้งออนไลน์ในทันที ในวินาทีนั้น ซึ่ง Google นิยามช่วงเวลาเล็กที่ว่านี้ว่า ไมโครโมเม้น (Micro Moment) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ ช่วงเวลาเพียงแว้บเดียว ลูกค้าเกิดความรู้สึกอยากซื้ออยากรู้ และต้องการได้รับการตอบสนองในทันทีเมื่อค้นหาบนสมาร์ตโฟน ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ จึงต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้สินค้าตนเองไปอยู่ในจุดจุดนั้นเมื่อลูกค้ากำลังมองหา และพร้อมให้บริการได้โดยทันที ดังนั้น ปรากฎการณ์นี้จึงส่งผลต่อยอดขายมหาศาล
วาร์ปเข้าไปในใจลูกค้าด้วย VR & AR VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality)
เทรนด์นี้ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างมาก ด้วยการใช้เทคโนโลยี VR & AR VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality) สร้างศักยภาพการ “วาร์ป” เข้าไปในการรับรู้ของลูกค้าให้ไปยังอีกโลกหนึ่ง ด้วยการเรนเดอร์ด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกอย่างสวยงามสมจริง เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงร้านค้าอีคอมเมิร์ซด้วยความแปลกใหม่ เปรียบเสมือนการทัวร์เสมือนจริง และนำเสนอโดยโมเดล 3 มิติ เพื่อให้ลูกค้าสามารถดูสินค้าได้โดยละเอียดกว่ารูปแบบเดิม ๆ และจะนิยมมากขึ้นในปี 2561 อย่างแน่นอน
Virtual reality หรือ VR คือการจำลองสภาพแวดล้อมจริงเข้าไปให้เสมือนจริง โดยผ่านการรับรู้จากการมองเห็น เสียง สัมผัส แม้กระทั้งกลิ่น โดยจะตัดขาดเราออกจากสภาพแวดล้อมปัจจุบันเพื่อเข้าไปสู่ภาพที่จำลองขึ้นมา
Augmented reality หรือ AR คือ การรวม สภาพแวดล้อมจริง กับ วัตถุเสมือน เข้าด้วยกันในเวลาเดียวกัน โดยวัตถุเสมือนที่ว่านั้น อาจเป็นในรูปแบบของ ภาพ วิดิโอ เสียง ข้อมูลต่างๆที่ประมวลผลมาจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน เทปเล็ต หรืออุปกรณ์สวมใส่ขนาดเล็กต่างๆ ที่ทำให้เราสามารถตอบสนองกับสิ่งที่จำลองนั้นได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการใช้งาน AR ก็คือ เกม Pokemon Go ถือเป็นปรากฎการณ์ครั้งสำคัญของนักเล่นเกมทั่วโลก นั่นเอง

ยกระดับการบริการ ด้วยแอป Messenger และ AI แชตบอต
ต่อไปนี้แอป Messenger และ AI แชตบอต จะมีบทบาทในตลาดอีคอมเมิร์ซมากขึ้น โดยจะช่วยยกระดับการให้บริการลูกค้าในแง่ของการตอบสนองได้แบบทันที โดยผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเฝ้าอยู่ที่หน้าจอ แถมยังสามารถแนะนำสินค้า ส่วนลดต่าง ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นในปี 2561 แชตบอตจะมีส่วนร่วมอยู่ในทุก ๆ แอปพลิเคชันของอีคอมเมิร์ซอย่างแน่นอน
สร้าง Personalized Shopping Experience ให้ได้
ปัจจุบันผู้ค้าหลายรายต่างทำ Personalized Shopping กันแล้ว โดยเก็บข้อมูลความสนใจของลูกค้าแต่ละคน รวมถึงพฤติกรรมการค้นหาสินค้าและประวัติการซื้อก่อนหน้านั้น แล้วนำเสนอสินค้าที่เข้ากับความสนใจของลูกค้าเหล่านั้น เมื่อเข้าสู่ปี 2561 เราจะเห็นการทำการตลาดแบบนี้มากขึ้น ทุกแพลตฟอร์มจะตอบสนองต่อลูกค้าแต่ละคนได้แตกต่างกันออกไป ที่สุดแล้ว ปรากฎการณ์นี้จึงสามารถสร้าง “การตลาดเลือกได้ ขายของตรงคน สินค้าตรงใจ” ได้ในที่สุด
ค้นหาสินค้าได้ครบครัน ด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง
ลูกค้าจะค้นหาสินค้าผ่านระบบผู้ช่วยและระบบสั่งการด้วยเสียง โดยตัวอย่างของผู้ช่วยยุคดิจิทัลนี้ เช่น Siri จาก Apple หรือ Alexa จาก Amazon รวมถึง Google Assistant ด้วย โดยระบบนี้จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในการทำอีคอมเมิร์ช เพราะระบบสั่งการด้วยเสียงเพื่อพูดคุยกับผู้ช่วยเหล่านี้ได้มีการนำมาใช้เป็นวิธีเพื่อค้นหาสินค้า หรือเช็กยอดเงิน รวมถึงการโอนเงินชำระสินค้าได้ด้วยเช่นกัน

Omni Channel Marketing อนาคตของร้านค้าปลีก
Omni Channel หมายถึง การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าแบบหลากหลายช่องทาง ด้วยการเชื่อมโยงช่องทางต่างๆ รวมให้เป็นหนึ่งเดียว ทั้งช่องทางการสื่อสารในแบบออนไลน์ (Online) และการขายหน้าร้านในแบบออฟไลน์ (Offline) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อ โดยความน่าเกรงขามของ Omni Channel ในยุคใหม่นั้นก็คือ ความสามารถในการตรวจจับพฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างทะลุทะลวง และในปี 2018 นี้ เราคงมีโอกาสได้เห็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ Omni Channel ออกมาอีกมากแน่นอน
Delivery Trend ส่งเร็วขายรวย
การเพิ่มขึ้นของตัวเลือกการจัดส่งที่รวดเร็ว ช่วยให้ผู้ซื้อได้รับสินค้าของพวกเขาในวันถัดไป หรือแม้แต่วันที่ซื้อโดยทันที ทั้งหมดนี้ เป็นการบริการ ที่หาก SMEs รายใดสามารถตอบโจทย์ลูกค้าด้วยการเดลิเวอรี่หรือส่งมอบสินค้าและบริการได้ตามออเดอร์และตอบสนองความต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิต อนาคตการทำธุรกิจนั้นย่อมมีแววรุ่ง ทั้งในแง่ของรายได้ กำไร และความพึงพอใจของลูกค้า

Big Data Trend ต้องเข้าถึงข้อมูลลูกค้าอย่างแม่นยำ
เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าเมื่อมีอุปกรณ์ต่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น ข้อมูลก็จะมากขึ้น หลายรูปแบบ และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นธรรมดา เพราะทุกความเคลื่อนไหวของลูกค้าจะได้รับการบันทึก และกลายเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ที่เหล่าผู้ประกอบการต่างใช้เพื่อเรียนรู้พฤติกรรม และความคิดของกลุ่มลูกค้าตัวเอง ดังนั้น ยุคนี้ หากใครสามารถนำข้อมูลมหาศาลเหล่านี้มาวิเคราะห์อย่างถูกต้องและเหมาะสม ย่อมจะได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างแน่นอน
ที่มา : เรียบเรียงจาก บทความ เรื่อง “8 เทรนด์อีคอมเมิร์ซ ที่จะครองโลกในปี 2561” จากเว็บไซต์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
https://www.etda.or.th/content/8-trends-e-commerce-in-2018.html














