การเดินหน้าพัฒนาอีอีซีที่ก้าวหน้าไปโดยลำดับ ตั้งแต่ประสานพื้นที่จนถึงเชื่อมต่อสร้างความมั่นใจกับนานาชาติ รวมทั้งการจัดปรับกฎกติกาหลายเรื่อง จนตราออกเป็นกฎหมาย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา การสานงานให้บรรลุเป้าหมาย ท่ามกลางบางกลุ่ม-บางเสียง ที่ต่อต้านคัดค้าน กับกลุ่มคนส่วนใหญ่ในสังคมที่สนับสนุนความก้าวหน้าใหม่ เป็นธรรมชาติการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ ที่คุณภาพงาน-การปฏิบัติที่มีเป้าหมายต่อความเจริญก้าวหน้ายุคใหม่ จะเป็นหมุดหมายสำคัญ!


การขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากร-สรรพกำลังหน้างาน ที่จะสำเร็จเดินไปข้างหน้าได้นั้น ประเด็นเรื่อง “คน” เป็นปัจจัยสำคัญในเกือบทุกมิติ ทั้งในแง่ความเข้าใจ ความพร้อม การรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงใหม่ จนถึงการเข้าเป็นกำลังสำคัญในการผลิตหลากหลายอุตสาหกรรมและการประกอบการในพื้นที่

เราได้สนทนากับ “อาจารย์ญัค” อภิชาต ทองอยู่ เลขาธิการฟอรั่ม 21 และที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก หนึ่งในแกนหลักของการพัฒนากำลังคนในเขตอุตสาหกรรม อีอีซี ที่เลขาธิการฯดร.คณิศ แสงสุพรรณ มอบหมายให้ดูแลจัดการเรื่องนี้ โดยเฉพาะการสร้างสถาบันฯอีอีซี เพื่อประสานความต้องการในกลุ่มการลงทุน 10 S curves และการมุ่งปรับฐานอาชีวะศึกษา ที่ใช้สัตหีบโมเดลเป็นกลไกขับเคลื่อนสร้างประเทศครั้งใหม่นี้ อาจารย์ญัค อธิบายการทำงานโดยรวมอย่างสั้น กระชับ เป็นขั้นเป็นตอนตั้งแต่ต้นจนจบดังนี้

“เลขาฯ ดร.คณิศ ให้โจทย์ผมกับ ดร.ชิต (ดร.ชิต เหล่าวัฒนา) ผู้อำนวยการ FIBO ในเรื่องพื้นที่และการศึกษาพัฒนากำลังคนและบุคลากร ให้ตอบโจทย์ความต้องการแบบดีมานด์ ไซด์ ผมก็เลยพุ่งเป้าไปที่อาชีวะศึกษา ประสานกับ ดร.วัชรินทร์ ศิริพานิชย์ อดีต ผอ.เทคนิคสัตหีบ ที่ชำนาญเรื่องสัตหีบโมเดล จึงได้ลุยงานนี้ร่วมกันตั้งแต่นั้นมาตั้งแต่ต้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการภาคการผลิตที่จะสร้างความก้าวหน้าใหม่ทั้งกรอบโครงสร้างเลย”

“เรามุ่งที่ 2 กลุ่มคนหลัก ที่เป็นทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ กลุ่มแรกเป็นกลุ่มอาชีวะศึกษา ที่เราประสานกับ BOI ปรับฐานการศึกษาสู่รูปแบบสัตหีบโมเดล สร้างการศึกษาให้ได้ผลิตผลตามความต้องการของผู้ประกอบการ ผู้เรียน และสถานศึกษา ซึ่งจะร่วมมือกันตลอดทั้งกระบวนการ เด็กที่เรียนจบมีงานทำแน่นอน มีเงินเดือนสูง ทำงานได้ทันที ส่วนที่สองนำกลุ่มบัณฑิตตกงาน มาอบรมระยะสั้นส่งเข้างานในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการ เพื่อสร้างงาน ลดภาระสังคม วันนี้มีเด็กจบมหาวิทยาลัยตกงานอยู่สี่แสนกว่าคน น่าเป็นห่วงมาก มันสะท้อนค่านิยมและคุณภาพการศึกษาที่ผ่านมา”

“ตอนนี้งานสำคัญหลังจากที่ทาง EEC ได้ลงนามความร่วมมือระหว่าง EEC BOI สำนักงานการอาชีวะศึกษา และสำนักงานการอุดมศึกษา ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา คุณหมอธี เป็นประธานเมื่อเดือนที่ผ่านมา คณะทำงานเราก็เร่งงานจัดตั้ง สถาบันพัฒนานักปฏิบัติการเทคโนโลยีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้เป็นแกนการทำงานวิจัยพัฒนากำลังพล พัฒนามาตรฐานเฉพาะทาง และมาตรฐานวิชาชีพ ซี่งมีเครือข่าย 12 วิทยาลัยอาชีวะเข้าเป็นเครือข่ายนำร่อง มุ่งสร้างคุณภาพมาตรฐานใหม่ร่วมกับผู้ประกอบการและ BOI”



“งานนี้เน้นตอบโจทย์ความต้องการในการสร้างบุคลากรให้เพียงพอ เท่าทันการผลิตและเทคโนโลยีที่ก้าวไกลและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยใช้ฐาน S curves เป็นเป้าหมายขับเคลื่อนผลิตบุคคลากร และสร้างคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามดีมานด์ ไซด์ สร้างการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง เอาอาชีวะเป็นกระดูกสันหลังขับเคลื่อนประเทศยุคใหม่ ซึ่งเยอรมนีและกลุ่มยุโรปเป็นต้นแบบที่ดีในเรื่องนี้ เราได้ประสานกับ GIZ GNF และหลายสถาบันในเยอรมนี ออสเตรีย เพื่อร่วมมือสร้างการศึกษายุคใหม่ ส่วนในเอเชียเราประสานกับทางจีน ญี่ปุ่น”



“การพัฒนาคนเพื่อเศรษฐกิจสังคมยุคใหม่เป็นหัวใจของการพัฒนาปัจจุบัน โดยเฉพาะในกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานสู่ความรู้ยุคใหม่ การปรับฐานคิดและปฏิบัติการผ่านสถาบันยุคใหม่คู่ไปกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือ จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์ความต้องการทุกมิติได้ การรื้อสร้างครั้งนี้ จะช่วยขับเคลื่อนพลังคนและเศรษฐกิจประเทศ สู่ความก้าวหน้าใหม่แน่นอน”

“ปัจจัยสำคัญคือ ปรับความคิดใหม่ให้ทันความเปลี่ยนแปลง ส่วนภาคปฏิบัติต้องเร่งสร้างความร่วมมือในกลุ่มที่มีวิสัยทัศน์ เพื่อร่วมคิดสร้างความก้าวหน้าใหม่ด้วยกัน เชื่อมโยงกลุ่มแวดล้อมรอบข้างทั้งผู้ผลิต ผู้เรียน สถานศึกษา เข้ากับเป้าหมายนโยบายการพัฒนาประเทศ งานไม่ง่ายแต่ไม่ยาก ถ้ามุ่งมั่น”