เดือนที่ผ่านมา มีเหตุให้ต้องเดินทางไปเมื องเศรษฐกิจหลักของสองประเทศ คือนครกวางโจว ประเทศจีน ต่อด้วย นครมุมไบ อินเดีย สองประเทศที่โลกจั บตามมองในความเปลี่ยนแปลงยุ คใหม่!
ทั้งสองประเทศก้าวหน้าด้วยอิทธิ พลของเทคโนโลยีดิจิทัลเหมือนกัน ซึ่งถูกนำใช้ในมิติที่ส่งผลต่ อเป้าหมายต่อการพัฒนาอย่ างครอบคลุม แต่ได้รับผลลัพท์ต่างกัน!
กวางโจว มหานครอันดับ 3 ทางเศรษฐกิจของจีน เป็นหนึ่งในห้าของเมืองการค้ายุ คที่อุตสาหกรรมในจีนปรับตัวเติ บโตต่อเนื่องช่วงกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ค้ าขายกับต่างชาติมายาวนาน เป็นถิ่นฐานที่มีประวัติสาสตร์ สำคัญที่เป็นแผ่นดินบ้านเกิดของ ดร.ซุนยัตเซน บิดาแห่งการเป็นประเทศสาธารณรั ฐของชาวจีน หลังรวมประเทศเปลี่ยนผ่ านการปกครองจากแบบฮ่องเต้สู่ การรื้อสร้างปกครองประเทศใหม่ ในแบบสาธารณรัฐประชาชน

นครกวางโจว ไม่ได้มีชื่อเสียงด้านการท่ องเที่ยว แต่เป็นเมืองท่าสำคั ญของประเทศจีน เป็นกลุ่มเมืองการค้า-อุ ตสาหกรรมที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หนึ่งในห้า ผู้คนจะเดินทางมาติดต่อทำมาค้ าขาย ธุรกิจ สร้างความร่วมมือด้านพานิชย์เป็ นหลัก ตั้งอยู่บนที่ลุ่มปากแม่น้ำไข่ มุก พัฒนาขึ้นจากเมื องเกษตรกรรมยากจนที่ถูกน้ำท่ วมปีละ 2-3 ครั้ง หลังปรับตัวพัฒนาสู่อุตสาหกรรม ก็ได้มีการฟื้นฟูสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมยุคใหม่ สร้างชีวิต-อนาคตใหม่ให้ ชาวกวางโจว เปลี่ยนความยากจนเป็นความมั่งคั่ งในโลกยุคใหม่ได้อย่างเหลือเชื่ อ!
โดยเฉพาะกลุ่มชาวนาที่มีที่ดิ นถือครองสืบทอดมา ได้ปรับตัวเป็นนายทุน-คนรวยยุ คใหม่ จากการลงทุน-ร่วมลงทุนสร้างบ้ านเรือน ตลาด ร้านค้า จนถึงให้เช่าที่ดิน กลายเป็นกลุ่มคนรายได้สูง ไม่ต้องทำกินเหน็ดเหนื่อยเหมื อนแต่ก่อน! นี่คือกวางโจวใหม่ในกระแสเติ บโตทางเศรษฐกิจการค้า อุตสาหกรรม บ้านเมืองขยายตัวเติบโตทั้ งแนวราบ-แนวดิ่ง มีการจัดเมืองใหม่ สะอาด เป็นระเบียบ ก้าวข้ามความซอมซ่อแบบเดิมๆ ที่เคยถูกนินทาโจษจันเรื่ องความไร้ระเบียบ สู่เมืองที่น่าอยู่ มั่งคั่งได้อย่างน่าชื่นชม
การพัฒนาประเทศจีนกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา มีการปรับตัวตามแผนการเปลี่ยนผ่ านสู่จีนยุคใหม่อย่างเป็นขั้ นตอน มีการศึกษาสาเหตุปัญหาการพั ฒนาจากสาเหตุทางธรรมชาติ สาเหตุทางประวัติศาสตร์ สาเหตุทางนโยบาย และสาเหตุทางระบบโครงสร้าง แล้ววางยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีสร้ างประเทศยุคใหม่ เริ่มตั้งแต่การพัฒนาจีนป็ นโรงงานโลก สู่ระบบเศรษฐกิจเสรี ที่เริ่มจากเสินเจิ้น จูไห่ เซี่ยงไฮ้ ฯ ไล่ไปตามพื้นที่เมืองแนวฝั่ งทะเลตะวันออก เปิดรับการผลิต เทคโนโลยี การตลาด การค้า และการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจใหม่ คู่ไปกับการวางพื้นฐานสาธารณู ปโภคโดยรวม ทั้งถนนหนทาง ระบบราง การเดินเรือ การปรับตัวด้านอากาศยาน ในประเทศเชื่อต่อกันเพื่ อลดความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งการสร้างเส้นทางการค้ าใหม่ของโลกอย่าง “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ทำให้พื้นฐานการก่อสร้าง- การคมนาคมและโลจิสติกช่วงก่ อนหน้าการพัฒนาเศรษฐกิจยุค “สี จิ้นผิง” ได้วางแบบแผนการพัฒนาเศรษฐกิจจี นในโลกยุคใหม่ไว้อย่างลงตัว พร้อมก้าวขึ้นเป็ นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้อย่างมี พลัง

ภาพที่สัมผัสเห็นนครกวางโจว จึงเป็นเมืองอุ ตสาหกรรมในเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่เป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน ก้าวหน้าเติบโตคึกคั กในกระแสเศรษฐกิจใหม่ ยุคที่ความรู้และเทคโนโลยี เป็นกลไกสำคัญในการขับสร้างพลั งการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมหั ศจรรย์ การพัฒนาอุ ตสาหกรรมในกวางโจวเคลื่อนสู่ยุค 4.0 ยุคอุตสาหกรรมและการผลิ ตแบบออโตเมชั่น ที่มีคุณภาพ มีความเร็วสูง มีประสิทธิภาพ และสามารถลดต้นทุนการผลิต- ความสูญเปล่าได้มากมหาศาล ทำให้ศักยภาพการแข่งขันของอุ ตสาหกรรมจีนในโลกใบใหม่ก้าวข้ ามสารพัดขีดจำกัดไปไกล

เมื่อข้ามฟากสู่นครมุมไบ อินเดีย เหมือนพาตัวเองกลั บไปในโลกปลายศตวรรษที่ 19 แม้อินเดียจะได้รับการถ่ายโยงศั กยภาพด้านไอที ดิจิทัล จากการเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สัมพั นธ์ทำงานพัฒนาไอทีที่ ซิลิคอนวัลเล่ย์ มานานคู่กับกลุ่มก่อตั้งอุ ตสาหกรรมไอทีในอเมริกา แต่การเติบโตพัฒนาเศรษฐกิจยุ คใหม่ในอินเดียถ่างช่องว่างในสั งคมเศรษฐกิจกว้างออกมาก เพราะไม่มีนโยบายพื้นฐานการจั ดการในการลดความเหลื่อมล้ำเหมื อนที่จีนทำในหลากมิติ นายกรัฐมนตรีอินเดียคนปัจจุบั นได้รับการยอมรับจากผู้คนอินเดี ยมากว่าเป็นรัฐบาลที่ดำเนิ นนโยบายที่ดี โดยเฉพาะการขจัดปัญหาคอรัปชั่ นและการคิดริ่เริ่มการพั ฒนาแนวใหม่ที่ทำให้ผลประโยชน์ กระจายตัวทั่วถึง แต่ก็เป็นช่วงเริ่มต้นที่ยังไม่ มีหลักประกันในวาระแห่งชาติ ว่าจะมีความยั่งยื่นครอบคลุมเป้ าหมายที่วางไว้ได้ยาวนานเพียงใด นี่คือวิบากกรรมของสังคมอินเดี ยที่จะต้องติดตามกันต่อไป

สภาพบ้านเมืองมุมไบ เต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน ทั้งบนถนนและในเมืองมากด้วยผู้ คน การสัญจรอื้ออึงด้วยเสี ยงแตรและควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ทุกมุมเมือง-มุมถนนมีการก่อสร้ างเต็มไปหมด ในส่วนย่านกลางเมืองแออัดมาก การเดินทาง 25 กิโลเมตรต้องใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง! พ้นออกนอกเมือง จะบพบเต้นท์ที่พักกลุ่ มคนจนกระจุกตัว กระจายกันอยู่เป็นระยะๆ สองข้างทางเกลื่อนด้วยขยะและถุ งพลาสติก โดยสภาพที่เห็นบอกว่า ยังคงอีกนาน ที่ประเทศมนุษย์นิยมประเทศนี้ จะฝ่าด่านความคิดภายในของตั วเองสู่ความก้าวหน้าใหม่! แม้จะมีกลุ่มนำที่มีความก้าวหน้ าในโลกดิจิทัลอยู่ไม่น้อยก็ตาม!
ทั้งสองนครในโลกใบใหม่ ช่วยให้เห็นความเหมือนของการนำใช้เทคโนโลยีในการพัฒนา แต่ต่างกันในแง่นโยบาย การปฏิบัติ ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ทำให้เกิดผลลัพท์แตกต่างกันไม่ น้อยทีเดียว นี่เป็นมุมมองจากการเดินทางต่ างเมือง ต่างวัฒนธรรมในกระแสโลกใบใหม่ที่ สัมผัสเห็น!!!
ผู้เขียน : อภิชาต ทองอยู่










