Friday, August 7, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.150/61

ทัพนักธุรกิจจีนบุกไทย ศึกษาลู่ทางลงทุน EEC

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นำนายจ้าว เทา (Mr. Zhao Tao) ประธานสมาคมการค้า Air Business College พร้อมคณะนักธุรกิจจากจีน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างเดินทางมาเยือนไทยเพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุนในไทย โดยเฉพาะในโครงการ EEC ทางภาคตะวันออกและให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมยา อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา การเงิน วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และโรงงานอุตสาหกรรม

นายจ้าวระบุว่าจีนตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษมานานกว่า 40 ปี จึงพร้อมที่จะนำความรู้และประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกับไทยเพื่อพัฒนาร่วมกัน เชื่อมั่นว่าไทยมีความเหมาะและศักยภาพที่จะรองรับลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว

สำหรับสมาคมการค้า Air Business College เป็นองค์กรธุรกิจชั้นนำของจีน มีสมาชิกเป็นนักธุรกิจจีนระดับแนวหน้ากว่า 600 คน ซึ่งมีความพร้อมและสนใจจะมาขยายการลงทุนใน EEC

“สมคิด” เร่งเครื่องอุตฯอาหาร

สร้าง Start Up ขยายส่งออก

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พูดถึงการส่งออกของไทยในกลุ่มอาหารว่ามีมูลค่าสูงถึงปีละ 1 ล้านล้านบาท มีส่วนแบ่งในตลาดอุตสาหกรรมอาหารโลก 2.3% และอันดับ 15 ของประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลก และตลาดโลกยังต้องการปริมาณอาหารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่ 80% มาจากภาคการเกษตร ไทยจึงต้องผลักดันการส่งออกด้านอุตสาหกรรมอาหารให้เพิ่มขึ้นจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจฐานราก

โดยจะต้องมุ่งเน้นใน 5 ด้าน คือ 1.การผลักดันภาคการผลิตอาหารของไทยให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย 2.สร้างความเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน 3.ส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยี และดิจิทัล 4.เชื่อมโยงอุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน และ 5.ป้องกันการใช้แรงงานผิดกฎหมาย

พร้อมสั่งการกระทรวงพาณิชย์ให้จัดสรรงบประมาณปี 2562 และร่วมมือกับหอการค้าไทย กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแห่งประเทศไทย เร่งสร้าง Start Up ด้านอาหาร เพื่อผลักดันการส่งออกอุตสาหกรรมอาหาร ส่งต่อการขยายตัวภาคเกษตร และเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 2561ให้โตเกิน 8%

แนะผู้ประกอบการไทยศึกษา การค้าเสรี อาเซียน-ฮ่องกง

มีผลบังคับใช้ ม.ค. 62

หลังจากที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและฮ่องกง ได้ลงนามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง (AHKFTA) และความตกลงด้านลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง (AHKIA) เมื่อพฤศจิกายน 2560 จะมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2562 เป็นช่องทางสำคัญสำหรับผู้ประกอบการชาวไทย เพราะฮ่องกงเป็นคู่ค้าและนักลงทุนที่สำคัญของไทย เป็นประตูการค้าและการลงทุนไปสู่ตลาดใหญ่อย่างจีน ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเรียนรู้และเตรียมความพร้อมรับความตกลงดังกล่าว

ในปี 2560 ฮ่องกงเป็นคู่ค้าอันดับ 8 ของไทย มูลค่าการค้ารวม 15.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น16.42 % จากปี 2559 สินค้าส่งออกสำคัญจากไทยไปฮ่องกง ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เม็ดพลาสติก ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง

ส่วนสินค้านำเข้าจากฮ่องกง ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ และผ้าผืน ขณะที่การลงทุนในปี 2560 ฮ่องกงได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก  BOI เป็นอันดับที่ 8 จำนวน 41 โครงการ มูลค่า 7.16 พันล้านบาท

ชาวสวนมะพร้าวร้อง “ลุงตู่”

ถูกมะพร้าวนอก-เถื่อน ตีตลาด

กลุ่มเกษตรผู้ปลูกมะพร้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร้องเรียนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จากกรณีราคาตกต่ำจากเดิมผลละ 20 – 23 บาท เหลือเพียงผลละ 6 บาท หักต้นทุนเหลือกำไรเพียง 3 บาท ทั้งที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวคุณภาพดีมากที่สุดของไทยกว่า 5 แสนไร่ สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบผลิตกะทิและน้ำมันมะพร้าว เพื่อบริโภคในประเทศและใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก

กลุ่มเกษตรกรพุ่งประเด็นไปที่การนำเข้ามะพร้าวในกรอบ AFTA และกรอบ WTO ประกอบด้วยมะพร้าวผล มะพร้าวฝอย เนื้อมะพร้าวแห้ง และน้ำมันมะพร้าว จากต่างประเทศเข้ามา และปัญหาลักลอบนำเข้ามะพร้าวเถื่อนข้ามชายแดนประเทศเพื่อนบ้านทำให้ส่งผลกระทบต่อราคามะพร้าวในประเทศ

ลุ้นสหรัฐฯ ตัด GSP ไทย บีบนำเข้าหมูเร่งเนื้อแดง

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ออกประกาศว่าได้รับคำร้องจากสภาผู้ผลิตสุกรแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่ขอให้พิจารณาทบทวนการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ที่ให้กับสินค้าจากไทย ภายใต้กรณีการพิจารณาการดำเนินการของประเทศที่ได้รับสิทธิ โดยอ้างว่าไทยไม่เข้าข่ายคุณสมบัติประเทศผู้ได้รับสิทธิด้านการเปิดตลาดสินค้าให้แก่สหรัฐฯ อย่างเป็นธรรมและสมเหตุผล จากกรณีที่ไทยห้ามนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ ที่มีสารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน)

ก่อนหน้านี้ USTR เพิ่งรับคำร้องจากสมาพันธ์สหภาพแรงงานสหรัฐฯ ขอให้พิจารณาตัดสิทธิ GSP สินค้าไทย โดยอ้างเหตุผลว่าไทยไม่ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล

ศาล รธน. มติเอกฉันท์

พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัด รธน.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ในการวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 2 ประเด็น ที่ประธานนิติบัญญัติแห่งชาติ ยื่นเรื่องเข้ามา คือ ประเด็นที่หนึ่ง เรื่องการตัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่า ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่สอง เรื่องการอำนวยความสะดวกให้หรือจัดให้มีความช่วยเหลือในการออกเสียงลงคะแนนของคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุไม่เป็นความลับ ศาลรัฐธรรมนุญมีมติเป็นเอกฉันท์เช่นกันว่า ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

สำหรับกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560  เรื่องการดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยและกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณา พร้อมทั้งนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในวันที่ 5 มิถุนายน

สิงคโปร์เดินหน้าสู้

ฟื้นเที่ยวบินไกลสุด “ชางงี-นวร์ก”

สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ของสิงคโปร์ จะกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ที่ไกลที่สุดในโลกอีกครั้ง จากสนามบินชางงีของสิงคโปร์ มุ่งสู่สนามบินนวร์ก (Newark) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ใกล้กับนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ รวมระยะทาง 16,700 กิโลเมตร ใช้เวลา 18 ชั่วโมง 45 นาที เริ่มให้บริการเดือนตุลาคม ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A350-900ULR รับผู้โดยสารได้ 161 คน แยกเป็นที่นั่งชั้นธุรกิจ 67 ที่นั่ง และพรีเมียร์อีโคโนมี 94 ที่นั่ง ไม่มีที่นั่งชั้นประหยัด

สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เคยให้บริการเส้นทางนี้มาแล้วในช่วงปี 2547-2556 แต่ยกเลิกไปเพราะผลประกอบการไม่เข้าเป้า ก่อนจะตัดสินใจกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เพราะต้องการหารายเพิ่มในสภาพการแข่งขันของธุรกิจการบิน และมีแผนที่จะเปิดเส้นทางบินระยะไกลอีกเส้น จากสิงคโปร์ไปยังนครลอสแองเจลิส