Wednesday, August 5, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.152/61

โครงการ Thai Food to Space

ปั้น “ทุเรียนอบกรอบ” สู่อวกาศ

ผลิตภัณฑ์อาหารอวกาศ (Space Food) เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตที่เป็นความหวังของไทย โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ร่วมกับคณะนักวิจัยด้านการสำรวจอวกาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์อาหารและบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มบริษัทแปรรูปอาหารไทย นำร่องวิจัยและพัฒนาทั้งด้านคุณค่าทางอาหารและหีบห่อที่คงเอกลักษณ์อาหารไทย สำหรับนักบินอวกาศในอนาคต ตั้งเป้าจะผลักดันให้ “ทุเรียนอบกรอบ” เป็นอาหารไทยชนิดแรกที่ได้ขึ้นไปสู่อวกาศ ภายใต้โครงการ “Thai Food to Space”

โดยจะทดลองส่งทุเรียนอบกรอบขึ้นสู่อวกาศเป็นเวลาประมาณ 4 – 5 นาที แล้วส่งกลับลงมายังพื้นโลก เพื่อดูสภาพความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและบรรจุภัณฑ์ว่าคงเดิมหรือไม่ รวมทั้งศึกษาผลกระทบของแรงโน้มถ่วงและสภาวะไร้น้ำหนัก ต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับด้านอาหารให้มีศักยภาพต่อการใช้งานในอนาคต

UNWTO ปักหมุดไทย ร่วมพัฒนาท่องเที่ยว 10 ด้าน

www.thaigov.go.th
www.thaigov.go.th

นายซูรับ โปโลลิคาซวิลลี่ (Zurab Pololikashvili) เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ UNWTO หารือกับนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ระหว่างเดินทางมาไทย เล็งจะร่วมมือกับไทยในหลายด้าน เพราะไทยมีพลังด้านการท่องเที่ยวสูง ทั้งความใส่ใจของสังคมและภาครัฐ ผ่านการส่งเสริมด้านท่องเที่ยวมายาวนาน

เบื้องต้นได้หารือกันใน 10 โครงการกิจกรรม ซึ่งจะค่อย ๆ ดำเนินการร่วมกันในเชิงโครงสร้าง คือ

1. ร่วมกันพัฒนาและสนับสนุนระบบ Digital Tourism

2. การทำยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวตามแนวการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goal : SDG)

3. Education and skills training in tourismเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค

4. Innovation hub for start up in tourismเพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

5. Budhism tourismซึ่งเป็นจุดเด่นของไทย

6. Community based & community benefited Tourismซึ่งจะสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

7. Tourism facilitation for regional connectivityซึ่งไทยมีจุดเด่นด้านภูมิศาสตร์ เป็นจุดตัดของการคมนาคมของภูมิภาค

8. Tourism investment developmentซึ่งทาง UNWTO พร้อมจะชักชวนสำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์มาร่วมกิจกรรมนี้ที่ไทย

9. Sports innovation competition for tourism อาจจัดประกวดแนวคิดนี้ในไทย

10. Culinary tourism and street food system design & developmentต่อยอดจากการประชุมworld gastronomy tourism ที่จะจัดในไทยเป็นครั้งแรกในเอเซีย

GIT เบิกทางอัญมณีไทย จับมือแบรนด์จีนเจาะตลาด

คณะจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) เดินทางไปหารือกับผู้บริหารบริษัทอัญมณีและเครื่องประดับชั้นนำในเมืองเซินเจิ้นและกวางโจวของจีน เพื่อแสดงหาความร่วมมือในการผลักดันสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยส่งออกไปยังตลาดจีน

เบื้องต้นบริษัทชั้นนำของจีนอย่าง Chow Tai Fook Jewellery Group, LukFook Group และ Sense Jewelry พร้อมที่จะร่วมมือกับ GIT ในการส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยไปยังจีน เพราะยอมรับในคุณภาพและมาตรฐาน จากนี้จะจัดทำโครงการความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งการเจรจาธุรกิจระหว่างบริษัทของจีนกับผู้ประกอบการอัญมณีของไทย การร่วมมือกันทำตลาดในจีน และการป้องกันการปลอมแปลงเอกสารใบรับรองอัญมณี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค

ทรูฯ ยืนยันความโปร่งใส ลิขสิทธิ์โฆษณาฟุตบอลโลก

คนไทยดูฟรีหลายช่องทาง

นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านคอนเทนต์และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ในฐานะได้รับมอบหมายเป็นตัวแทนไทยในการเจรจาและลงนามสัญญากับฟีฟ่า เรื่องการถ่ายทอดสดแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับการโปรโมตและจัดกิจกรรมของผู้สนับสนุนหลัก (สปอนเซอร์) ในไทยทั้ง 9 ราย

โดยสปอนเซอร์ฟุตบอลโลกแบ่งเป็น 2 แบบ คือ Event Sponsor เป็นสปอนเซอร์ระดับโลกที่เจรจาลิขสิทธิ์ตรงกับฟีฟ่า สามารถจัดกิจกรรมเชิงพาณิชย์ได้ทั่วโลก และสปอนเซอร์แบบที่ 2 คือ Broadcast Sponsor ได้ลิขสิทธิ์เฉพาะการโฆษณาในช่วงถ่ายทอดการแข่งขันเท่านั้น ไม่มีสิทธิจัดกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ซึ่งลิขสิทธิที่ทรูวิชั่นส์เป็นตัวแทนลงนามกับฟีฟ่า จัดอยู่ในสปอนเซอร์ประเภทที่ 2 คือถือลิขสิทธิ์โฆษณาช่วงถ่ายทอดสด ยืนยันว่าเป็นไปอย่างเสมอภาคตามเงื่อนไขของฟีฟ่าซึ่งมีความเข้มงวดมาก

และเพื่อให้เป็นไปตามกฎของ กสทช. ที่คนไทยทั่วประเทศต้องได้ชมการแข่งขันกีฬาสำคัญผ่านฟรีทีวี ทรูฯ จึงถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครบทุกแมตซ์ ผ่าน 3 ช่อง คือ ทรูโฟร์ยู ช่อง24 , อัมรินทร์ทีวี ช่อง 34 และช่อง 5 ทั้งระบบ SD และ HD ไม่จำเป็นต้องสมัครทรูวิชั่นส์เพิ่มเติมเพื่อรับชมระบบ HD รวมทั้งถ่ายทอดสดในเพย์ทีวี –ทรูวิชั่นส์ และช่องทางออนไลน์ โมบายแอพพลิเคชั่น เพื่อให้คนไทยเลือกรับชมตามความสะดวก ขณะที่ร้านอาหารหรือพื้นที่สาธารณะก็สามารถเปิดให้ลูกค้ารับชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ภาษีเหล็กของสหรัฐฯ เริ่มออกฤทธิ์

ผลผลิตจากจีนไหลเข้าไทยต่อเนื่อง

thai.stainlesssteelmetalsheet.com

ความคืบหน้าเกี่ยวกับผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐฯ ที่พุ่งเป้าไปยังจีน ล่าสุด ข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่าเริ่มมีเหล็กเคลือบสังกะสีจากจีนไหลเข้าสู่ไทยอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 200,000 ตัน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและหากเกิดกระทบมากก็ต้องเสนอกระทรวงพาณิชย์ให้ออกมาตรการดูแลเป็นการเร่งด่วน ขณะเดียวกันยังมีกรณีที่สหภาพยุโรป (EU) ใช้มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard) ซึ่งอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมเหล็กของไทยด้วยเช่นกัน

ล่าสุด EU อินเดีย รัสเซีย ตุรกี และญี่ปุ่น แจ้งต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้ากับสหรัฐฯ เช่นกัน ส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่สินค้าเกษตร คาดว่าจะกระทบต่อการค้าสินค้าเกษตรในตลาดโลก โดยเฉพาะถั่วเหลืองและข้าวโพด ที่ขณะนี้จีนหันไปนำเข้าจากเมียนมามากขึ้น หาก EUและประเทศอื่นๆ ลดการนำเข้าสินค้าเหล่านี้จากสหรัฐฯ ราคาถั่วเหลืองและข้าวโพดในสหรัฐฯ อาจลดลง ซึ่งจะกระทบต่อเกษตรกรไทย

นานาชาติรุมกดดันสหรัฐฯ ล้มภาษีนำเข้าเหล็ก-อลูมิเนียม

1 กรกฎาคม สหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมกับ แคนาดา เม็กซิโก และสหภาพยุโรป ด้านนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส โทรศัพท์หานายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำเตือนว่าเป็นมาตรการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและหากไม่ปรับแก้ก็จะมีมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ อย่างเท่าเทียม

นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ระบุว่าการกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ที่ว่าการนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากต่างประเทศเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้และแคนาดาพร้อมจะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เป็น 25% เช่นกัน

นายเลียม ฟ็อกซ์ รัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศของอังกฤษ ชี้ว่าการกระทำของสหรัฐฯ ไม่สมเหตุสมผล และเป็นเรื่องน่าเสียดายที่อังกฤษจะต้องใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้ากับประเทศที่ถือว่าเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของอังกฤษ

นายลูอิซ ไวด์เกเรย์ รัฐมนตรีต่างประเทศเม็กซิโก ประกาศว่าจะตอบโต้สหรัฐด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ หลายรายการในอัตรา 25% เช่นเดียวกัน

จีนลดภาษีนำเข้า 1,449 รายการ

หวังเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์ ลดอัตราภาษีนำเข้าปกติสำหรับสินค้าอุปโภคและบริโภค 1,449 รายการ จากอัตราเฉลี่ย 15.7% เหลือ 6.9%  หรือลดลงราว 56% มีผล 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป ตามแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของรัฐบาลปักกิ่งกับประเทศคู่ค้า เพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขัน และเพิ่มทางเลือกให้กับชาวจีนในการเลือกซื้อสินค้า

การประกาศลดอัตราภาษีของจีนในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์ของสหรัฐฯ มีกำหนดเยือนกรุงปักกิ่งสุดสัปดาห์นี้ หลังประกาศกำแพงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมต่อแคนาดา เม็กซิโก และสหภาพยุโรป และมีแนวโน้มจะขึ้นภาษีสินค้าเทคโนโลยีของจีนราว 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.6 ล้านล้านบาท)