“ทิพพาภรณ์ เจียรวนนท์ อริยวรารมย์” ไม่ใช่นักบวช…เธอเป็นวิศวกรไฟฟ้า…เธอเป็นทายาทอัครเศรษฐีเจ้าของทรัพย์สินมูลค่าหลายแสนล้านบาท…เธอเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบกิจการมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท…สำคัญที่สุดคือเธอเป็นนักบุญ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “หนึ่งในยอดนักบุญแห่งเอเชียแปซิฟิค” (Heroes of Philanthropy)

เธอคือทายาทคนสุดท้องในจำนวนพี่น้องรวม 5 คน ของคุณพ่อ ”ธนินท์” ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และคุณแม่ “คุณหญิงเทวี” ซึ่งถูกปลูกฝังให้ประพฤติดี ปฏิบัติดี ตั้งมั่นในการทำดี และยึดมั่นในการทำดีมาตั้งแต่วัยเยาว์ จวบกระทั่งทุกวันนี้ในวัย 50 กะรัต ในบทบาทซีอีโอกลุ่มบริษัทดีทีกรุ๊ป อันเป็นชื่ออุดมมงคล ที่ประยุกต์มาจากพยัญชนะต้นในภาษาอังกฤษของชื่อคุณพ่อ คือ “D” และพยัญชนะต้นในภาษาอังกฤษของชื่อคุณแม่ คือ “T” เธอก็ยังคงมุ่งมั่นบำเพ็ญบทบาทความเป็นนักบุญอย่างไม่ยอมให้ขาดตกบกพร่อง
แรงบันดาลใจที่ท่วมท้นและล้นหลามในการทำความดีของเธอมาจากไหน ?
แม่ชีเทเรซ่า คือหนึ่งในแรงบันดาลสำคัญ โดยเธอเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ถึงอิทธิพลของแม่ชีเทเรซ่าที่มีต่อความเป็นนักบุญของเธอเอาไว้อย่างน่าประทับใจ….
“ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้ดูคลิปวิดีโอของแม่ชีเทเรซ่า ที่ขึ้นไปพูดในงานสัมนาแห่งหนึ่ง ท่านพูดเพียงประโยคเดียวว่า Love Your People …ประโยคนี้ทำให้เกิดความรู้สึกประทับใจ กินใจมากและยึดถือมาตลอด”
นอกเหนือจากแม่ชีเทเรซ่าแล้ว แรงบันดาลใจในการปฏิบัติดีที่มีอานุภาพและอิทธิพลสูงยิ่งต่อเธอคือคุณพ่อ ”ธนินท์ เจียรวนนท์” และคุณแม่ ”คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์”
“คุณพ่อจะสอนเสมอว่าจะทำธุรกิจอะไร ต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย และไม่ต้องรอจนเราปลดเกษียณแล้วค่อยไปช่วยเหลือ แต่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตประจำวันของเราเป็นประโยชน์ต่อสังคมไปพร้อมๆกัน….ถ้าเราทำธุรกิจได้สมบูรณ์จะช่วยเหลือผู้อื่นได้เต็มที่ แต่ถ้าเราไม่แข็งแรงจะไปช่วยคนอื่นก็ลำบาก”
“คุณแม่ นับเป็นรากฐานสำคัญของครอบครัว เป็นเหมือนศูนย์รวมหัวใจทุกคน เหมือนกาวที่ยึดเหนี่ยวหัวใจทุกคนในครอบครัวไว้ด้วยกัน…ท่านสอนพวกเราในเรื่องความกตัญญู สอนให้พวกเรามีน้ำใจกับทุกคน”
คนอย่างทิพพาภรณ์ มิได้เก็บฝังความปลื้มปิติกับความดีของแม่ชีเทเรซ่า และคำสอนที่ล้ำเลอค่าของบุพการีไว้แค่ความรู้สึกในส่วนลึกของความทรงจำเท่านั้น แต่เธอได้แปรเปลี่ยนความปลื้มปิติไปเป็นพลังในการลงมือทำโดยเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แล้วขยายขอบเขตกว้างขึ้นและใหญ่ขึ้น….
“ตอนเรียนวิศวไฟฟ้าอยู่ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา เคยร่วมกับพี่ๆ คือคุณศุภชัย และคุณณรงค์ ระดมหาเงินไปช่วยเหลือเด็กกำพร้า”
จากประสบการณ์เรี่ยไรหาทุนช่วยเหลือเด็กกำพร้าสมัยเรียนหนังสือ เมื่อจบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกากลับเมืองไทย คุณพ่อเลยมอบหน้าที่สำคัญให้ดูแลรับผิดชอบกิจการ ”มูลนิธิพุทธรักษา” ซึ่งเป็นมูลนิธิที่คนในครอบครัวเจียรวนนท์ ร่วมกันจัดตั้งขึ้น เพื่อสนับสนุนการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส….ทำนุบำรุงพระศาสนา…อุปถัมภ์ผู้ยากไร้….และบรรเทาสาธารณภัย

เธอ ยังได้รับมอบหมายความไว้วางใจให้ดูแลรับผิดชอบมูลนิธิดีทีแฟมิลี่ หรืออีกนัยหนึ่งมูลนิธิครอบครัว ”ธนินท์-เทวี” ซึ่งมีบทบาทอย่างสำคัญในการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กเยาวชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากบทบาท ”แม่พระ” ในมูลนิธิพุทธรักษา และ มูลนิธิดีทีแฟมิลี่ แล้ว เธอยังขยายขอบเขตความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลสังคมเข้าไปในกลุ่มธุรกิจดีทีกรุ๊ป ในความดูแลของเธอ โดยจัดสรรปันส่วนรายได้จากการดำเนินธุรกิจไปสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ผ่านโครงการ ”New Heart New World : โลกเปลี่ยนไปเมื่อใจเปลี่ยนแปลง” และโครงการ ”ไอ-แคร์”


ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังร่วมกับสามี คือ ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ จัดตั้ง ”สมาคมบลูคาร์บอนโซไซตี้” โดยมีปณิธานสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูท้องทะเล ตลอดจนพื้นที่ป่าไม้ เพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
ทิพพาภรณ์ เจียรวนนท์ อริยวรารมย์ กับตำแหน่งยอดนักบุญแห่งเอเชียแปซิฟิค นับเป็นสิ่งที่คู่ควรกันอย่างยิ่ง














