แน่นอนว่า ปีนี้ คือปี 2018 แต่รู้หรือไม่ว่า เหล่ากูรูบิวตี้ได้มองข้ามช็อต อัพเดท เทรนด์ ความงาม ทั้งของคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงในปี 2019 กันแล้ว ซึ่งถ้าคุณอยู่ในฐานะของผู้ประกอบ SMEs หรือ สตาร์ทอัพ ยิ่งขอแนะนำให้รีบศึกษา และเรียนรู้ เทรนด์เหล่านี้ไว้ อย่างน้อยก็เพื่อวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้ก้าวล้ำนำหน้าแบรนด์คู่แข่ง สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้านการตลาดได้ไม่ยาก


โดย สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ ได้เผยแพร่บทความเรื่อง “ยุคค่านิยมสวย-หล่อมาแรง 7 เทรนด์ ธุรกิจความงาม 2019 รู้ก่อนรวยก่อน” โดยมุ่งหวังให้เหล่า SMEs และ สตาร์ทอัพ รู้ทัน เทรนด์ ความงามแห่งอนาคต ซึ่งมีทั้งหมด 7 เทรนด์ ที่คาดว่าในปี 2019 จะมาแรงและนำไปปรับใช้เป็นกลยุทธ์การตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างโดนใจ

เครื่องสำอางออแกนิกส์ ครองใจผู้บริโภคหัวใจสีเขียว

ด้วยกระแสรักสุขภาพและชื่นชอบในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติหรือได้ชื่อว่า ออแกนิกส์ 100 เปอร์เซ็นต์ มาใช้ของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ ส่งให้ เครื่องสำอางออแกนิกส์ ได้รับความนิยมอย่างสูงตั้งแต่ในปีนี้ และ จะยังคงร้อนแรงและโดดเด่นที่สุดในปีหน้าด้วย ซึ่งจะไม่ใช่แค่พืชพรรณสมุนไพรที่จะถูกหยิบเอามาเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางเท่านั้น แต่ผู้บริโภคจะยังพิจารณาไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่ต้องสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย เช่น ผู้บริโภคจะมองว่าบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางยุคนี้ ควรใช้ขวดแก้วแทนขวดพลาสติก หรือเป็นกล่องสินค้าที่ย่อยสลายและมีกลิ่นอ่อนๆของธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อผู้ใช้แล้ว ยังมีส่วนช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเท่ากับลดการใช้สารเคมี ยิ่งแพคเกจจิ้งเครื่องสำอางนั้นดูคลีน ดูมีความเป็นธรรมชาติ ออกแบบสไตล์ “น้อย แต่ มาก”  ก็ยิ่งพิชิตใจลูกค้ายุคนี้ได้ไม่ยาก

นวัตกรรม เทคโนโลยี ความงาม ไอเทมมาแรงแซงโค้ง

นวัตกรรมและเทคโนโลยี จะกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี  ซึ่งผู้ดำเนินธุรกิจควรเริ่มใส่ใจตั้งแต่ การคิดค้นสูตร วิจัย ต่อเนื่องถึง กระบวนการผลิต เช่น การผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย การใช้วัตถุดิบที่แตกต่าง ระบบควบคุมคุณภาพที่ใช้ในระหว่างการผลิต การจัดเก็บ ตลอดจนถึงขั้นตอนการขนส่งถึงลูกค้า และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เช่น การใช้นวัตกรรมลดริ้วรอย ส่วนผสมเพื่อการบำรุงผิวพรรณ นวัตกรรมยกกระชับต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จำเป็นต้องพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อวิถีผู้บริโภคสมัยใหม่ ขณะเดียวกัน หากแบรนด์ใดทำได้ ย่อมเป็นการสร้างแบรนด์ให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นที่ยอมรับในระดับสากลด้วย

http://pataweproducts.co.uk/info/essential_ingredients

นิยมไทย ใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทย Thailand only !

เอ่ยถึงสรรพคุณของ สมุนไพรไทย ชื่อเสียงก็ขจรขจายไปไกลไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ดังนั้น อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าไทยกับแบรนด์ต่างประเทศ คือ การใช้ส่วนผสมของสมุนไพรไทยแท้ ที่หาได้ที่บ้านเราเท่านั้น เป็นจุดขาย แต่อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ใช้คู่กับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือมีผลวิจัยทางการแพทย์มารับรองด้วย หากทำได้ ย่อมเป็นหนทางที่ทำให้เครื่องสำอางนั้นน่าเชื่อถือ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไทยๆทะยานไปไกลได้ถึงตลาดโลกได้แน่นอน  

IoT Make Beauty Happen

Internet of Things หรือ IoT เป็นเทรนด์แห่งยุคดิจิทัลที่ชาวโลกกำลังสนใจ และคงจะดีไม่น้อยหากมีเครื่องสำอางที่ชาญฉลาด สร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ดีได้มากกว่า “ความสวย” ด้วยการเชื่อมโยงกับโลกอินเทอร์เน็ตไร้สายได้ตลอดเวลา เช่น การใช้เซนเซอร์ผนึกกับผิวหนังเผื่อตรวจวัดค่าแสง UV พร้อมรายงานให้ผู้ใช้ทราบผ่านมือถือแบบเรียลไทม์ การสร้างแอปพลิเคชันเสริมเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับรู้ถึงผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อร่างกาย การสแกนใบหน้าเพื่อวัดค่าอันตรายจากการใช้เครื่องสำอาง ฯลฯ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เพื่อให้เห็นภาพว่า ผู้ประกอบการควรใช้ IoT เป็นเครื่องมือเพิ่มโอกาสการจดจำแบรนด์ ดึงดูดความสนใจ รวมถึงสร้างความต้องการให้เกิดขึ้นใหม่ให้กับผู้บริโภคแบบไม่รู้จบ

https://www.preview.ph/fashion/christian-louboutin-nude-sandals-a00193-20170629

เริ่ดที่สุด ถ้าสามารถตอบโจทย์สีผิวทุกเฉด

ทุกวันนี้ เครื่องสำอางหลายแบรนด์ระดับโลกได้หันมาให้ความสำคัญในปัจจัยความหลากหลายของเฉดสีผิวผู้บริโภคมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดและทุกขั้นตอน โดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก และต้องเข้าใจทุกปัญหาของผู้บริโภคที่มีอยู่มากมาย แบบไม่มีข้อจำกัดเพื่อตอบทุกโจทย์และเข้าถึงการตลาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ เทรนด์ดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ใช้ได้ความรู้สึกแห่งความเท่าเทียม ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์นั้นสามารถเอาชนะใจผู้บริโภค และนำมาซึ่งเกิดความภักดีต่อแบรนด์ได้ในที่สุด

ต้อง Anti–Pollution ช่วยให้ดูดีได้ในทุกสภาวะ

ปัญหามลภาวะในชีวิตประจำวันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นับเป็นปัญหาหนักอกหนักใจและเป็นศัตรูความงามของคนเมืองมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็น ไอเสียจากการจราจร ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า โดยสิ่งเหล่านี้ถือเป็นภัยอันดับหนึ่งที่ทำร้ายสุขภาพได้ชนิดที่คาดไม่ถึง ดังนั้น การผลิตเครื่องสำอางเพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะจึงเป็นอีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจและเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้บริโภคจะมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

ให้กลิ่นหอมแบบไม่ต้องใส่น้ำหอม

การใช้ “กลิ่น” มาเป็นจุดขายของแบรนด์เครื่องสำอางต่างๆ ยังคงได้รับความนิยมแบบอมตะนิรันดร์กาล  โดยจะเห็นได้ว่าหลากหลายแบรนด์ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์คอลเลคชันเครื่องประทินผิวจากกลิ่นต่างๆ มาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในเรือนร่างตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่น กลิ่นผลไม้ กลิ่นขนมหวาน กลิ่นเครื่องดื่ม กลิ่นดอกไม้ ยุคนี้ก็เช่นกัน ที่ กลิ่น สามารถนำมาเป็นกลยุทธ์ สร้างสรรค์หลากผลิตภัณฑ์โดนใจผู้บริโภคได้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า กลิ่น มีอิทธิพลกับผู้ใช้ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น  การทำให้ความรู้สึกผ่อนคลาย บรรเทาอาการวิตกกังวล และให้ความรู้สึกสดชื่น 


บทความน่าสนใจที่เกี่ยวข้อง

เจาะลึก 8 เทรนด์ เขย่าวงการ อี-คอมเมิร์ช ทศวรรษนี้

 


ที่มา : Facebook : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่