สาลิกาคาบข่าว Vol.154/61

184

EEC เร่งผลิตแรงงานรุ่นใหม่ 1 ล้านอัตราป้อน S-Curve

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ EEC ชี้ว่าในอนาคตอันใกล้จะเกิดการสร้างคนทั้งระดับอาชีวะ อุดมศึกษา ตามความต้องการของการพัฒนาในพื้นที่ EEC จะเกิดธุรกิจใหม่ๆ เช่น SME และ Start Up เงินลงทุนจะไหลเข้ามา ส่งผลให้เกิดตำแหน่งงานที่มีคุณภาพกว่า ประเมินว่าระหว่าง ปี 2560-2566 จะมีความต้องการแรงงานใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) สูงถึง 1 ล้านตำแหน่ง

แต่จากการสำรวจหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในระดับอุดมศึกษาเขตพื้นที่ EEC พบว่ายังไม่ครอบคลุมตามที่ต้องการ จึงคาดว่าบุคลากรจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงต้องเร่งวางแนวทางผลักดันการศึกษาโดยด่วน ที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบาย EEC ได้อนุมัติร่างแผนการพัฒนาบุคลากร การศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยี ไปแล้ว

คนที่ว่างงาน ทำงานต่ำกว่าระดับการศึกษา ขาดความรู้ใหม่ จะได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมความรู้เพื่อใช้งานได้ทันที ส่วนระบบการศึกษาระดับต่างๆ จะต้องปรับหลักสูตร เพิ่มหลักสูตรระยะสั้นเพื่อให้ทำงานได้ทันที ส่วนหลักสูตรระยะยาวจะต้องรู้จริง ทำงานได้จริง และมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับที่ใช้กับเทคนิคแต่ละด้าน ผู้จบการศึกษาจะมีประกาศนียบัตรคุณภาพเพื่อประกันรายได้ รวมถึงการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาทำงานเป็นครู และดึงคนไทยที่มีฝีมือในต่างประเทศกลับมาทำงานใน EEC

ไทยถกทวิภาคีฮ่องกง จัดตั้ง สนง.เศรษฐกิจฯ

wikipedia.org

ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ ได้หารือทวิภาคีอย่างไม่เป็นทางการกับนายเอ็ดเวิร์ด เยา (Edward Yau) รมว.พาณิชย์และพัฒนาเศรษฐกิจของฮ่องกง ในประเด็นการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (HKETO) ประจำประเทศไทย ซึ่งจะช่วยขยายช่องทางการค้าและการลงทุนของทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งสร้างโอกาสให้ไทยเชื่อมโยงการค้าจากฮ่องกงไปยังจีน และจากฮ่องกงมายังอาเซียน รวมถึงกลุ่มประเทศ CLMV

ฮ่องกงจัดตั้งสำนักงานฯ ในหลายประเทศสำคัญทั่วโลก และในอาเซียนมีแล้ว 2 แห่ง คือ ที่สิงคโปร์กับกรุงจาการ์ต้า ของอินโดนีเซีย และจะก่อตั้งสำนักงานฯ แห่งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ ของไทย เนื่องจากฮ่องกงเล็งเห็นว่าอาเซียนเป็นคู่ค้าสำคัญลำดับที่ 2 ในด้านสินค้า และเป็นลำดับที่ 4 ในด้านธุรกิจบริการ

ไทยเป็นฮับอาหารญี่ปุ่น กระจายผลผลิตสู่อาเซียน

www.thaigov.go.th

นายฮิโรกิ มิทสึมะตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) เผยว่า JETRO ได้ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท เจแวลู เป็นบริษัทของกลุ่มสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ และบริษัท ซากาวะ แอดว๊านซ์ ผู้ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ในญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรและประมงจากญี่ปุ่น โดยจะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน อินเดีย และประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง

ก่อนหน้านี้ ได้เข้ามาเปิด “47 fresh from Japan” ในห้างสรรพสินค้าโตคิว พาราไดซ์ พาร์ค เป็นร้านขายวัตถุดิบและอาหารสด รวมของดีจากท้องถิ่นในญี่ปุ่น และยังเตรียมเปิดตลาดสดค้าส่งผลผลิตจากญี่ปุ่นกว่า 300 รายการ บนพื้นที่กว่า 700 ตารางเมตร ในซอยทองหล่อ เพื่อเป็นแหล่งเลือกซื้อสินค้าของร้านอาหารญี่ปุ่น โรงแรมต่าง ๆ ในไทย รวมทั้งจากประเทศเพื่อนบ้าน

ลดบ้านร้อน ประหยัดค่าแอร์

ด้วยหลังคายางพาราของ มรส.

facebook.com/GarnYang

โครงการ “การผลิตหลังคายางพาราผสมวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) กับกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ด้วยการใช้คุณสมบัติของยางพาราที่มีความยืดหยุ่น ทนทานต่อการฉีกขาด และการซึมผ่านของน้ำ รวมถึงไอน้ำได้ดี อีกทั้งเป็นฉนวนกันความร้อน

จากผลการทดลองพบว่าห้องที่มุงด้วยหลังคายางพารา สามารถลดอุณหภูมิได้ประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นผิวที่รับความร้อนจากดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิเฉลี่ยน้อยกว่าหลังคากระเบื้องประมาณ 1.05 องศาเซลเซียส เมื่อเปิดปรับอากาศขนาด 9000 BTU ระหว่าง 09.00 ถึง 17.00 นาฬิกา สามารถลดการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศได้ 32.63% คำนวณเป็นค่าไฟฟ้าลดลงประมาณ 8.49 บาทต่อวัน หรือประมาณ 3,098.85 บาทต่อปี ขณะที่ต้นทุนการผลิตหลังคายางพาราอยู่ที่ประมาณ 52.62 บาทต่อแผ่น มีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 3 ปี

ไทยเร่งเจรจาสหรัฐฯ ขอยกเว้นภาษียานยนต์

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อม กรณีที่สหรัฐฯ ริเริ่มการไต่สวนสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศ ตามมาตรา 232  กฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ เป็นแนวทางเดียวกับที่สหรัฐฯ สั่งขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอลูมิเนียมไปก่อนหน้านี้

ซึ่งภาครัฐของไทยอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานของสหรัฐฯ เพื่อขอยกเว้นการขึ้นภาษีรายประเทศ โดยชี้ให้เห็นว่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนจากไทย ไม่กระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ อีกทั้งไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 18 ที่ส่งสินค้ากลุ่มนี้เข้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่าเพียง 1 พันล้านดอลลาร์ จากมูลค่าที่สหรัฐฯ นำเข้าปีละกว่า 290,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ภาคเอกชนไทยต้องหารือกับคู่ค้าหรือผู้นำเข้าในสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ยื่นขอยกเว้นภาษีนำเข้าเป็นรายสินค้าควบคู่กันไป

คาดว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะใช้เวลา 9 เดือน ในการศึกษาผลกระทบ ก่อนเสนอนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้พิจารณาตัดสินใจใน 3เดือน ว่าจะขึ้นภาษียานยนต์และชิ้นส่วนนำเข้ากับประเทศใดบ้าง

ประชุม G7 ตึงเครียด

6 ชาติรุมกดดันสหรัฐฯ ล้มภาษีเหล็ก-อลูมิเนียม

ในการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง (G7) ที่เมืองวิสต์เลอร์ของแคนาดา ประเด็นสำคัญในการหารือคือกรณีที่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งชาติสมาชิก G7 บังคับใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม กับแคนาดาและสหภาพยุโรป (EU) ส่วนญี่ปุ่นไม่ได้รับการผ่อนผันตั้งแต่ต้น

โดยชาติสมาชิก 6 จาก 7 ประเทศ ประกอบด้วย แคนาดา ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ร่วมกัน แสดงความวิตกกังวลและผิดหวังอย่างยิ่งต่อมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งไม่สอดคล้องกับกลไกทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ด้านนายสตีฟ มนูชิน รมว.คลัง ซึ่งเดินทางมาร่วมประชุมยอมรับว่า การประชุม G7 ครั้งนี้กลายเป็น G6+1 แต่ยืนยันว่าการเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมอยู่ภายใต้ข้อตกลงของ G7 ทุกประการ

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทวีตข้อความว่า สหรัฐต้องได้รับการดูแลด้านการค้าอย่างเป็นธรรมมากขึ้น และไม่มีทางที่เขาจะเก็บภาษี 0% อีก เพราะประเทศอื่นเก็บภาษีสินค้าของสหรัฐฯ 25% 50% และ 100% กับสินค้าบางรายการ

สื่อแฉ “ทรัมป์” จนลง 4,200 ล้านบาท

เหตุคนรังเกียจ นักธุรกิจตัดสัมพันธ์

twitter.com/realdonaldtrump

The Sun สื่อของอังกฤษรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีมูลค่าทรัพย์สินลดลงกว่า 100 ล้านปอนด์ (4,200 ล้านบาท) ในเวลาแค่ 1 ปี เนื่องจากผลประกอบการอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ในนครนิวยอร์ก และสนามกอล์ฟหลายแห่ง ของเขามีผลกำไรดิ่งลงอย่างหนัก ถือว่าเป็นช่วงที่นายทรัมป์จนที่สุด นับตั้งแต่บริษัท บลูมเบิร์ก เริ่มให้บริการข้อมูลด้านการเงิน แต่ก็ยังมีมูลค่าทรัพย์สินรวมสูงถึง 2 พันล้านปอนด์ (8.4 หมื่นล้านบาท)

ในปี 2561 อาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ มีห้องว่างเป็นจำนวนมาก ผลมาจากผู้คนไม่ชอบนายทรัมป์ ทั้งจากพฤติกรรมส่วนตัวและนโยบายทางการเมือง รีสอร์ตบางแห่งที่เคยทำธุรกิจร่วมกับนายทรัมป์ ก็ประกาศตัดความสัมพันธ์

The Sun รายงานว่า สนามกอล์ฟและรีสอร์ต 16 แห่งของนายทรัมป์ มีมูลค่าลดลง 52 ล้านปอนด์ เหลือมูลค่าประมาณ 450 ล้านปอนด์ แต่ก็ยังมีธุรกิจที่สร้างผลกำไร นั่นคือธุรกิจโรงแรม “ทรัมป์ อินเตอร์เนชั่นแนล” ในกรุงวอชิงตัน สร้างกำไรถึง 29 ล้านปอนด์ และกำไรจากธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่าในนิวยอร์กและซานฟรานซิสโก

https://www.thesun.co.uk/news/6430460/donald-trumps-net-worth-falls-by-100-million-making-him-poorer-now-than-at-any-time-since-experts-started-tracking-his-wealth/