ช่วงที่รับเชิญไปประชุมกับ GNF ที่เบอร์ลิน คณะฟอรั่ม 21 ได้ประสานขอพบ ศาสตราจารย์ ดร.คุสมานน์ (Prof.Dr.Klaus R.Kunzmann) ที่บ้านในเมืองเทมปริน ศาสตราจารย์คุสมานน์ เป็นสถาปนิกและนักผังเมืองระดับโลก ชาวเยอรมัน ในอดีตเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเบอร์ลินและดอตท์มุนท์ และได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยนานกิงในจีน และอีกหลายมหาวิทยาลัยทั่วโลก


ศาสตราจารย์คุสมานน์ ผู้มีประสบการณ์ด้านวางแผนการพัฒนาเมือง ผังเมือง และภูมิภาคหลายเมืองของโลก ผลงานที่สำคัญคือผังเมืองและการพัฒนามหานครเซี่ยงไฮ้ มหานครระดับโลกของจีน ประสบการณ์ที่หลากหลายจึงเป็นแหล่งความรู้ที่น่าใส่ใจยิ่ง อาจารย์จัดพื้นที่ต้อนรับเพื่อพูดคุยกับเราที่สวนหลังบ้านริมทะเลสาปในเมืองเทมปริน

เปิดฉากสนทนาศาสตราจารย์คุสมานน์ก็พูดถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก ที่เรากำลังเดินหน้าเต็มสูบอยู่ขณะนี้ พร้อมกับชี้ว่ามูลค่าและคุณค่าการพัฒนาที่สำคัญอยู่ที่การรักษาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และการสร้างความก้าวหน้าอย่างมีส่วนร่วม “ผมคิดว่าเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาอยู่ที่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่เศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างเดียว ประสบการณ์ในหลายประเทศ ชี้ให้เห็นความล้มเหลวในบั้นปลายมาแล้ว ปลายทางของการพัฒนาต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และกระจายสู่ผู้คนอย่างมีส่วนร่วม ไม่งั้นถ้าเราพยายามก้าวออกจากกับดักหนึ่งก็จะไปติดอีกกับดักหนึ่ง อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องระวังอย่างที่สุด เช่นกรณีที่จะหนีออกจากกับดักรายได้ปานกลางแต่ต้องก้าวหน้าอย่างถดถอยกลายเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจไปโดยไม่รู้ตัวก็น่าเป็นห่วง อันนี้ต้องสำรวจตรวจตราดูดีๆ Smart city ไม่ใช่กลไก economic first แต่ต้องเป็นเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตจริงๆ”

เมื่อเสวนาถึงแนวปฏิบัติ ศาสตราจารย์คุสมานน์ชี้ถึงความสำคัญของประเด็นการมีส่วนร่วม “ประสบการณ์ของเยอรมันเรามีมาก การจัดการสาธารณูปโภคพื้นฐานสำคัญเป็นเรื่องที่เรารับฟังประชาชนและชุมชนมาก ใช้เวลานานและต้องปรับตามสภาพความเป็นจริงที่ได้รับข้อมูลมา ยิ่งถ้าคนปฏิบัติเป็นพวกราชการที่หมกมุ่นกับความคิดเรื่องระบบระเบียบการใช้อำนาจ โดยไม่เข้าถึงความเป็นจริงและไม่เข้าใจความก้าวหน้าแบบมีส่วนร่วมด้วยแล้วก็จะสร้างความผิดพลาดขึ้นได้มาก การรับฟังและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสมบัติที่เหลืออยู่กับสังคม ชุมชน และประเทศชาติในที่สุด”

ในมุมมองด้านเทคโนโลยี อ.คุสมานน์ชี้ว่า “เทคโนโลยี 4.0 ในหลายเรื่องเป็นวาทกรรม และมีทั้งสองด้านทั้งที่เป็นคุณและที่เป็นโทษ เทคโนโลยีใหม่ช่วยลดต้นทุนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่เราก็ต้องเป็นผู้พึ่งพาผู้อื่นอย่างสำคัญ ผมคิดว่าเราต้องมุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจและธุรกิจท้องถิ่นเป็นสำคัญ เพื่อสร้างการเติบโตแบบกระจายตัว ไม่พึ่งพาคนอื่นมากเกินไป ธุรกิจระกับโลกของเยอรมันเป็นธุรกิจของครอบครัวและท้งถิ่นที่ประสบความสำเร็จมาก Adidas, Puma หรือเครื่องจักร รถยนต์ เครื่องครัวเครื่องเรือนหลายแบรนด์ระดับโลก สร้างจากครอบครัวในท้องถิ่นทั้งนั้น ไม่ใช่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมระดับโลก การพึ่งพาเทคโนโลยีนั้นจำเป็นแต่ต้องสร้างการเติบโตและความเข้มแข็งให้กลุ่มในประเทศระดับกลางระดับเล็กคู่กันไปด้วย สร้างห่วงโซ่การผลิตที่เชื่อมโยงส่งเสริมกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางให้เติบโตด้วย”

ด้านการศึกษาและการพัฒนาบุคคลากรโดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ศาสตรจารย์คุสมานน์ มองผ่านประสบการณ์เยอรมันและเอเซียว่า “ในเยอรมันเราให้ความสำคัญกับผู้ประดิษฐคิดสร้างและการศึกษาที่สร้างงานให้กับตัวเองและสังคม แม้เราต้องการวิศวกรรมชั้นสูงแต่การศึกษาอาชีวะเป็นกลุ่มการศึกษาที่สำคัญของสังคมเศรษฐกิจเยอรมนีมาก เราไม่ปล่อยให้ค่านิยมปริญญาครอบงำสังคม เราจัดการสร้างความเข้าใจเรื่องนี้ที่ผู้ปกครองมากกว่าตัวเด็ก ให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงระบบการศึกษาและการทำงานหลังจบการศึกษา เรานำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของเด็กอาชีวะมากมาย ที่ไม่ใช่เพราะใบปริญญา เราต้องยกกรณีความสำเร็จจากการทำงานการประดิษฐคิดสร้างจริงๆ ให้สังคมรับรู้ โดยเฉพาะผู้ปกครอง จะได้ไม่สร้างการหล่อหลอมกล่อมเกลาไปในทางที่ไม่เป็นคุณกับเด็ก เรื่องนี้สังคมต้องช่วยกันสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และมีกรณีตัวอย่างชี้ให้เห็น เปรียบเทียบให้ชัด”

ในเรื่องทิศทางการพัฒนาสู่อนาคต คุสมานน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ”การเติบโตพัฒนาอย่างมีอนาคตต้องตอบสนองคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอัตลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง มีความก้าวหน้าที่ใช้สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นตัวชี้วัด ไม่ใช่ตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างเดียว ที่สำคัญคือเศรษฐกิจและธุรกิจของท้องถิ่นและผู้คนในประเทศต้องเติบโต ได้รับประโยชน์ และมีกลไกการกระจายโอกาสในความเสมอภาคในมิติต่างๆ ของการพัฒนาที่เป็นจริง ซึ่งการจัดการเรื่อง reginal planning จะเป็นความรู้ที่ประกอบช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ การเปลี่ยนผ่านของโลกใบใหม่แม้จะน่าเป็นห่วง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องกังวลมากเกินไปนัก”

อาจารย์ทิ้งท้ายบทสนทนาที่ออกรส..มากมายด้วยคำถาม-คำตอบ รวมทั้งตัวอย่างเชิงประสบการณ์จากประเทศในยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ที่ศาสตราจารย์ ดร.คุสมานน์สั่งสมมายาวนาน วัย 75 ปีของอาจารย์วันนี้ จึงเป็นวัยที่มากมายด้วยประสบการณ์และความรู้ ที่ควรค่าแก่การนำมาถ่ายทอดให้ผู้คนในการพัฒนาได้ยั้งคิด ไม่ปล่อยให้เลื่อนไหลไปผิดทิศผิดทางอย่างน่าสนใจทีเดียว


บทตวามน่าสนใจที่เกี่ยวข้อง

EEC FOCUS : ฟอรั่ม 21 จับมือพันธมิตรในเยอรมนี พัฒนาไทยอย่างยั่งยืน

 


(อภิชาต ทองอยู่ ผู้ร่วมสนทนาและบันทึก 7/6/2018 สวนหลังบ้านเมืองแทมปริน เยอรมนี)