แค่เปลี่ยนความคิด โลกที่อึมครึมก็สว่างสดใสแวววาวในบัดดล เฉกเช่นกรณีการกระชับมือสานไมตรีครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 65 ปีระหว่างกันของ “คิม จอง อึน” ผู้นำแห่งเกาหลีเหนือ กับ “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำแห่งสหรัฐอเมริกา พร้อมๆ กับการเปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์จาก “คู่ปรปักษ์” ก้าวไปสู่ความเป็น “คู่มิตร”


อังคารที่ 12 มิถุนายน 2561 คือวันที่หน้าประวัติศาสตร์สันติภาพโลก จะต้องจารึกในฐานะวันสำคัญแห่งการเริ่มต้นกระบวนการสันติภาพของประเทศคู่ปรปักษ์ คือสหรัฐอเมริกา และ เกาหลีเหนือ หลังจากที่อยู่ในสภาวะ “สุญญากาศ” มายาวนานถึง 65 ปี หลังจากสงครามเกาหลี

โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซ่า ประเทศสิงคโปร์ คือสถานที่ ซึ่งจะต้องถูกบันทึกไว้ในฐานะสถานที่สำคัญอันเป็นจุดเริ่มต้นเดินหน้ากระบวนการสันติภาพของประเทศคู่ปรปักษ์


korea.net

240 นาทีทองจุดประกายสันติภาพ :

มิติมหัศจรรย์แห่งสันติภาพระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดี คิม จอง อีน แห่งเกาหลีเหนือ ที่ถูกจุดประกายขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561 และหวุดหวิดจาก ”แท้ง” ด้วยพิษน้ำลายผู้นำสหรัฐอเมริกาที่ทำมือลั่นรัวข้อความ ”ยุติการประชุมสุดยอด” ผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ก่อนหน้ากำหนดเวลานัดหมายวันที่ 12 มิถุนายน 2561 แบบฉิวเฉียด กระทั่งถูกประชาคมโลกสะท้อนทัศนะโจมตีถากถางอย่างรุนแรง จนต้องรีบกลับลำแบบปัจจุบันทันด่วน พร้อมกับยืนยันการประชุมสุดยอดตามกำหนดการเดิม

ฤกษ์งามยามดีที่สองผู้นำคู่ปรปักษ์มาเผชิญหน้ากันและกระชับมือแสดงความเป็นมิตรไมตรีต่อกันเป็นครั้งแรกในรอบระยะเวลา 65 ปี ต่อหน้าผืนธงชาติ 2 ประเทศ บริเวณระเบียงหน้าโรงแรมคาเปลลา ตรงกับเวลา 9 นาฬิกา 9 นาทีพอดิบพอดี

asia.nikkei.com

หลังจับไม้จับมือกันเรียบร้อย ทั้งคู่ก็พากันเดินเคียงกันเข้าสู่ห้องประชุม แล้วปิดห้องคุยกันแบบ 2 ต่อ 2 นานกว่า 30 นาที ก่อนที่ขยับขยายวงเจรจาแบบทวิภาคีอีกกว่า 70 นาที และต่อเนื่องด้วยการใช้เวลาพูดคุยต่อเนื่องกันระหว่างมื้ออาหารกลางวันอีก รวมเบ็ดเสร็จประมาณ 240 นาที

โอกาสสำคัญนี้ผู้นำสหรัฐอเมริกา วัย 72 ปี ที่เดินทางไกลข้ามทวีปมาถึงสิงคโปร์ กล่าวยืนยันด้วยประโยครื่นหู…

“เราจะมีความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมต่อกัน อย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง”

ทำนองเดียวกันผู้นำเกาหลีเหนือ วัย 34 ปี ก็หยอดคำหวานกลับไป….

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะก้าวมาถึงจุดนี้ และเชื่อว่านับจากนี้ไปโลกจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้น”


korea.net

โรดแมปสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี :

การประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือ และผู้นำสหรัฐอเมริกา ลงเอยด้วยความชื่นมื่น โดยมีการลงนามของ 2 ผู้นำในข้อตกลงร่วมเป็นหลักฐานยืนยัน

สาระสำคัญที่ปรากฏในข้อตกลงร่วม มีอยู่ 4 ประการ

1. สหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ ยืนยันจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน บนความต้องการของพลเมืองทั้ง 2 ประเทศ เพื่อนำไปสู่สันติภาพที่สดใส

2. สหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ จะร่วมกันสร้างสันติภาพที่มั่นคงยั่งยืน ให้เกิดขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี

3. สหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ สนับสนุนสาระสำคัญใน ”แถลงการณ์ร่วมปันมุนจอม” ที่ผู้นำเกาหลีเหนือและผู้นำเกาหลีใต้ ได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 โดยเกาหลีเหนือยืนยันจะผลักดันให้คาบสมุทรเกาหลี เป็นพื้นที่ปลอดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์

4. สหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ จะร่วมกันค้นหาเชลยศึกและผู้สูญหายจากสงครามเกาหลี

นอกเหนือจากสาระสำคัญ 4 ประการที่ผู้นำทั้งสองชารติลงนามร่วมกัน ยังได้กำหนด

แนวทางในการพัฒนาให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 ฝ่ายได้จัดประชุมพูดคุยกันตามกรอบในข้อตกลงร่วมโดยเร็วที่สุด

abcnews.go.com

จีน-สิงคโปร์…พลังหนุนปั้นสันติภาพ :

ความสำเร็จอย่างงดงามของการประชุมสุดยอดระหว่างคิม จอง อึน และโดนัลด์ ทรัมป์ มีผู้นำของรัฐบาล 2 ชาติคือจีนและสิงคโปร์ สวมบทบาท ”ผู้ปิดทองหลังพระ”

ผู้นำจีน ใจดีจัดเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 747 พร้อมด้วยเครื่องบินลำเลียง ไปให้บริการแก่คณะของผู้นำเกาหลีเหนือในการใช้เป็นพาหนะเดินทางไปร่วมประชุม

ผู้นำสิงคโปร์ สวมบททั้งเจ้าภาพและเจ้ามือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมทั้งหมด รวมทั้งค่าที่พัก โรงแรมเซ็นต์ริจิส ของคณะผู้นำเกาหลีเหนือ เบ็ดเสร็จเป็นเงินจำนวน 20 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 480 ล้านบาท

เงินที่รัฐบาลสิงคโปร์ใช้จ่ายออกไปในการทำหน้าที่เจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดที่ว่า นับว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากกองทัพสื่อมวลชนไม่น้อยกว่า 3,000 คน จาก 415 สำนักข่าว จาก 44 ประเทศทั่วโลก มาทำข่าวเผยแพร่ออกไปทั่วทั้งโลก

ดีต่อสันติภาพโลก…ดีต่อภาพลักษณ์ประเทศสิงคโปร์ ชนิดที่เงินตราไม่สามารถบันดาลได้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here