บนเส้นทางสู่ความสำเร็จของการเป็นผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพนั้น จำเป็นต้องอาศัยความตั้งใจ จริงจัง ทุ่มเทเวลาแทบทั้งหมดกับการทำงาน จนทำให้ใครหลายคนละเลยการดูแลสุขภาพไปโดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกที ในวันที่คุณประสบความสำเร็จ สุขภาพกายและใจของคุณอาจบอกว่าเดินทางต่อไปกับคุณไม่ไหวแล้วก็ได้


ก่อนจะสายเกินไป เรามีแนวคิดดีๆจากบทความของ แอนนา โจแฮนสัน นักเขียนฟรีแลนท์ ของเว็บไซต์ entrepreneur.com ที่จะมาบอกเล่าถึงเรื่องราวของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จได้ในวงการธุรกิจ โดยไม่ละทิ้งนิสัยรักและดูแลสุขภาพไปด้วย ซึ่งแต่ละเทคนิคสามารถนำไปปรับใช้เพื่อดูแลสุขภาพแม้ในช่วงเวลาที่การงานรัดตัว ได้จริง

แจค ดอร์เซย์ นั่งสมาธิ 30 นาที ทุกวัน ช่วยให้โฟกัสกับงานดีขึ้น

ทุกวันในเวลาเช้าตรู่ ตอนประมาณ ตีห้า แจค ดอร์เซย์ ซีอีโอของทวิตเตอร์และสแควร์ จะเลือกตื่นก่อนเวลา 30 นาที เพื่อมาทำสมาธิตามแนวทางของ Mindfulness meditation ซึ่งเขาพบว่าการทำเช่นนี้เป็นกิจวัตรส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพกายและใจ เพราะการทำสมาธิในช่วงเวลาเช้าตรู่ก่อนที่คุณจะเริ่มกิจวัตรประจำวันทุกอย่างนั้น เป็นเหมือนการประกาศกับตัวเองว่าเช้านี้ฉันจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสมองอันปรอดโปร่ง ทุกสิ่งที่จะคิดและทำในวันนี้จะทำไปด้วยสติ สัมปชัญญะและโฟกัสกับสิ่งที่ทำนั้นอย่างมุ่งมั่น โดยแนวทางนี้สามารถลดทอนความเครียดและความวิตกกังวลอื่นๆที่จะแทรกเข้ามาในระหว่างการใช้ชีวิตประวันและการทำงานของคุณอย่างได้ผล

อวาร์ม มิลเลอร์ ถึงเวลานอนต้องได้นอน

“ ผมเคยเป็นคนหนึ่งที่เคยมีความคิดว่าการนอนเป็นการเสียเวลา ”

อวาร์ม มิลเลอร์ อดีตรองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ อินเทล พูดถึงแนวคิดที่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันไม่ถูกต้อง และตระหนักแล้วว่าการนอนหลับพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สุขภาพของเขาดีขึ้นในระยะยาว ดังนั้น ตอนนี้ มิลเลอร์ จึงกำหนดให้การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของการดูแลรักษาสุขภาพ โดยอีก 2 เสาหลักที่เขาให้ความสำคัญพอๆกัน นั่นคือ การออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และเพื่อให้แนวทางการดูแลสุขภาพทั้ง 3 นี้ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง มิลเลอร์จึงกำหนดเวลาและระยะเวลาในการทำทั้ง 3 สิ่งนี้ ให้เป็นเวลาเดียวกันในทุกวัน เพราะเขาเชื่อว่า หากปล่อยปละละเลย ไม่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจทำให้โรคภัยไข้เจ็บมาเยี่ยมเยือนเขาได้ โดยเฉพาะการทำงานเพลินจนล่วงเลยเวลานอน จะไม่เกิดขึ้นกับเขาอย่างแน่นอน

เซท โกดิน สร้างสีสันให้มื้อเช้า ด้วยการดื่มสมูทตี้ทุกวัน

สำหรับนักเขียนและบล็อกเกอร์เจ้าของผลงานหนังสือที่ขายดีที่สุดระดับโลก เซท โกดิน เขาจะเริ่มต้นมื้อแรกของวันด้วยการกินสมูทตี้สูตรที่ชอบ ซึ่งมักทำมาจาก กล้วยแช่แข็ง ผงโปรตีนสกัดจากธรรมชาติ (Hemp Powder) นมอัลมอนด์ ลูกพลัมแห้ง และวอลนัท โดยโกดินแชร์เคล็ดลับสร้างเสริมสุขภาพนี้ว่า

“คุณไม่จำเป็นต้องกินสมูทตี้ที่ทำจากผลไม้เดิมๆทุกวัน โดยคุณสามารถครีเอทสมูทตี้สูตรเฉพาะที่ชอบเองได้ทุกวัน นี่นับเป็นอีกสีสันหนึ่งในการเริ่มต้นวันใหม่ของคุณด้วย”

นอกจากนั้น เขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของมื้อเช้าว่า การได้รับประทานอาหารเช้าที่มีคุณภาพทุกเช้า จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานชั้นดีจากสารอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างร่างกาย สมอง ให้คิดและตัดสินใจ ทำงาน ทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด

มาร์ค คิวบัน ออกกำลังกาย อย่างน้อย 1 ชั่วโมงทุกวัน

มีคนมักถามมหาเศรษฐี เจ้าของทีมบาสเกตบอล Dallas Mavericks มาร์ค คิวบัน บ่อยๆว่า เขามีเคล็ดลับอะไรในการรักษาหุ่นให้ฟิตแอนด์เฟิร์มแม้ในวัยเกือบ 60 ปี แล้ว คำตอบแรกๆจากปากของเขา คือ

“ผมจะให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายในแบบต่อเนื่อง ที่เน้นการกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบเผาผลาญ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง หรือที่เรียกว่า cardiovascular exercise ให้ได้ติดต่อกัน อย่างน้อย 1 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6-7 วัน”

ซึ่ง คิวบัน พิสูจน์แล้วว่า ถ้าช่วงไหนที่งานเยอะจนไม่สามารถออกกำลังกายได้ตามความตั้งใจนี้ เขามักรู้สึกไม่สบายทั้งกายและใจ สมองก็ไม่ปรอดโปร่ง ด้วยเหตุนี้ การออกกำลังกายจึงเป็นอีกหนึ่งภารกิจในชีวิตที่เขาให้ความสำคัญและต้องพิชิตให้ได้ไม่ต่างกับความสำเร็จในธุรกิจที่ต้องมุ่งไปถึงเลย

เกร็ตเชน รูบิน ชีวิตจะดีได้ด้วยการตื่นแต่เช้าเป็นนิจ

มาถึงอีกหนึ่งนักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือขายดีตลอดกาล The Happiness Project ที่จะมายืนยันถึงผลดีของการเป็นคนตื่นเช้า โดยเธอจะตื่นนอนเวลา 6 โมงเช้าของทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันหยุด ซึ่งเธอทำเป็นประจำจนกลายเป็นนิสัย และกลายเป็นความรักที่จะตื่นเช้า “ฉันจะตื่นเช้าสัก 1 ชั่วโมงก่อนที่ทุกคนในครอบครัวจะตื่นขึ้นมา ซึ่งเวลานี้จะเป็นเวลาส่วนตัวของฉัน ที่จะใช้ไปกับการอ่านอะไรที่มีประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ และช่วงเวลาเช้าตรู่ก็มักเป็นช่วงที่เงียบสงบ ฉันจะเปิดไฟสลัวๆให้เข้ากับแสงธรรมชาติภายนอก เพื่อเยียวยาจิตใจให้ผ่อนคลายก่อนที่จะออกไปทำกิจวัตรประจำวัน และสู้รบปรบมือกับหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละวัน”


ที่มา : https://www.entrepreneur.com/article/314652