แนวคิดหลักในการดำเนินโครงการ EEC หรือ โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก คือ ความมุ่งหมายที่จะใช้โครงการนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ภาครัฐใช้ดึงดูดการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญของประเทศในปัจจุบัน และหากการลงทุนระลอกใหม่นี้เกิดขึ้นได้จริง ย่อมสามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้เศรษฐกิจดีขึ้นตามลำดับ
จากบทวิเคราะห์ล่าสุดของ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ อีไอซี เรื่อง “เจาะลึกอุตสาหกรรมเด่นขานรับ EEC” ได้มายืนยันอีกหนึ่งเสียงว่า ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมทั้ง 10 S-curve คือ การที่ภาครัฐสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านกายภาพ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ในด้านคมนาคม ที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการเดินทางและการขนส่งสินค้า ทั้งทางราง ทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศ
ไม่เพียงเท่านั้น โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภค ได้แก่ การพัฒนาระบบส่งและกระจายไฟฟ้า การพัฒนาระบบกักเก็บและส่งน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค การพัฒนาสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และสาธารณสุข ก็ได้รับการพัฒนาและเดินหน้าวางรากฐานอย่างชัดเจนจนในหลายด้านเกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว
ส่วนในด้านการกำกับดูแล ทาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก็ได้ให้สิทธิพิเศษทั้งด้านภาษี อย่างการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้ส่วนบุคคล การยกเลิกอากรเครื่องจักรนำเข้าและวัตถุดิบผลิตเพื่อส่งออก เงินทุนสนับสนุนและการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนในบริเวณ EEC ด้วย

ฟันธง 3 อุตสาหกรรมดาวเด่น เกิดและเจิดจรัสแน่ใน EEC
และด้วยการวิเคราะห์ถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมที่พร้อมเติบโต อีไอซี พบว่ามีอย่างน้อย 3 อุตสาหกรรมที่เป็นดาวเด่นและมีแนวโน้มเติบโตขานรับการเดินหน้าโครงการ EEC นำหน้าอุตสาหกรรมอื่น ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัล, อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ และ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยทั้ง 3 อุตสาหกรรมจะเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ควรเร่งผลักดันให้ขยายตัวมากที่สุดในพื้นที่ EEC เพราะเป็นรากฐานในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ และทำให้ประเทศก้าวสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ ซึ่งจะสร้างความเติบโตให้กับประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต
ยิ่งเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยด้านบุคลากรและแรงงานในอุตสาหกรรมทั้ง 3 ด้าน ก็พบว่าประเทศไทยมีบุคลากรที่มีทักษะความรู้ความสามารถทั้ง 3 ด้านอยู่พอสมควร ทั้งในด้านการเขียนโปรแกรมและพัฒนาซอฟต์แวร์ ทักษะการซ่อมบำรุงและผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน และการออกแบบพัฒนาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์
ขณะที่อุตสาหกรรมดิจิทัลและอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ ถูกจัดให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสูง สะท้อนจากสัดส่วนกิจการที่ได้รับสิทธิพิเศษสูงที่สุด ส่วนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติถูกจัดให้เป็นเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพและสามารถใช้ได้กับการผลิตในอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท

อุตสาหกรรมการบินโอกาสที่มาพร้อมความท้าทาย
ต่อมา บทวิเคราะห์นี้ได้เริ่มเจาะลึกไปยัง 3 อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตเด้นชัดนี้ทีละด้าน เริ่มจากอุตสาหกรรมการบิน ที่ในระดับภูมิภาคเอเชียในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีความต้องการในการเดินทางทางอากาศเพื่อทำธุรกิจและการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ดึงดูดการลงทุนด้านอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยานมากขึ้นไปด้วยเป็นเงาตามตัว
ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงตระหนักถึงแนวโน้มดังกล่าว เตรียมพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกบนพื้นที่ EEC เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางการอุตสาหกรรมการบินแห่งใหม่ในภูมิภาค ในส่วนนี้ อีไอซีประเมินว่า ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่สามารถให้บริการได้ครบวงจรและเน้นรองรับเครื่องบินลำ ตัวแคบ (narrow body) จะเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มต้น ส่วนในระยะกลางการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกจะสร้างโอกาสแก่ผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการบินที่มีมูลค่ามหาศาล

จากพลวัตที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการบินในพื้นที่ EEC ภาครัฐจึงมุ่งสร้างให้อู่ตะเภากลายเป็นเมืองการบินภาคตะวันออก (aerotropolis) บนพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ ซึ่งการพัฒนาจะตามรอยความสำเร็จอย่างเมือง Schiphol เนเธอร์แลนด์, Songdo เกาหลีใต้, และ Zhengzhou จีน ที่กลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญและก่อให้เกิดการพัฒนาเมืองโดยรอบได้อย่างน่าพึงพอใจ

อุตสาหกรรมดิจิทัล โอกาสที่ต้องมาพร้อมความเข้าใจ
ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการผลิตและบริการมากขึ้นเรื่อยๆ ภาครัฐจึงมีนโยบายจัดตั้ง Digital Park Thailand ขึ้นในพื้นที่ EEC เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในธุรกิจดิจิทัลใหม่ๆ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ Internet of Things (IoT)เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีคลื่นลูกใหม่ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเริ่มถูกนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก
แต่สำหรับในไทย พบว่าอุตสาหกรรมเกษตรซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศกลับไม่มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มากนัก อีไอซี พบว่าการใช้ IoT solution ด้านการควบคุมการให้น้ำ การควบคุมโรคและศัตรูพืช และการติดตามสภาพดิน เป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้ถึง
30-50% แต่อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรคำนึงถึงประเด็นด้านความคุ้มทุนเช่นกัน เช่น กรณีของการเพาะปลูกข้าว เกษตรกรควรใช้ IoT เพาะปลูกข้าวมากกว่า 4 ไร่ จึงทำให้เกิดความคุ้มทุนจากการลงทุน
จากการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ นำมาสู่การสรุปข้อเท็จจริงที่น่าสนใจที่ อีไอซี คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมดิจิทัลในพื้นที่ EEC อาทิ
- การปรับตัวของภาคธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะจะกลายเป็นตัวชี้วัดว่าธุรกิจนั้นจะสามารถอยู่รอดและหรือล้มหายไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว และคาดว่าการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจจะมีอัตราเร่งที่เร็วกว่าในอดีตหลายเท่าจากการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
- อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นอุตสาหกรรมที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้มข้น และนำข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดต้นทุน และสร้างอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ที่เป็นพื้นฐานของการพัฒนาภาคการผลิตและบริการอื่นๆ ในอนาคต

อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โอกาสที่มาพร้อมกับความเสี่ยง
ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และราคาหุ่นยนต์ที่ลดลง ถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้ความต้องการใช้งานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติทั่วโลกและในไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อประเมินปัจจัยด้านเทคโนโลยีในการผลิต ปริมาณการผลิตและตราสินค้า อีไอซี พิจารณาว่าโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอยู่ที่การเป็นผู้ให้บริการด้านการรวมระบบ (System Integrator: SI) และติดตั้งระบบอัตโนมัติให้กับผู้ใช้งาน (end-users) มากกว่าการเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์

นอกจากนั้น ผลกระทบจากการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติต่อตลาดแรงงานเป็นประเด็นที่ทุกๆ ฝ่ายไม่ควรละเลย ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องควรมุ่งพัฒนาและส่งเสริมทักษะให้กับแรงงาน เพื่อให้แรงงานในสายการผลิตสามารถทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ หรือสามารถเปลี่ยนไปทำงานในลักษณะอื่นๆ ได้ด้วย
ที่มา : เรียบเรียงจาก บทวิเคราะห์ “เจาะลึกอุตสาหกรรมเด่นขานรับ EEC” https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/4424/eybkxjz5u2/Insight_EEC_20180215.pdf











