ท่ามกลางสถานการณ์ความเป็นไปของโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วยการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย คำถามนี้ก็ยิ่งทวีสำคัญและต้องการคำตอบมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากปากของผู้ที่อยู่ในฐานะผู้นำประเทศ ที่จะแสดงวิสัยทัศน์ว่า ผู้นำที่ดีในสายตาของเขาเป็นอย่างไร รวมถึงปณิธานที่ตัวผู้นำท่านนั้นได้ตั้งไว้กับการเป็น “ผู้นำที่ดี” ด้วย
นาทีนี้ น้อยคนนักที่จะไม่คุ้นหน้า คุ้นตา และคุ้นชื่อของ จัสติน ทรูโด Justin Trudeau นายกรัฐมนตรีของประเทศแคนนาดา ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น ทั้งด้านคุณวุฒิและความรู้ ส่วนด้านวัยวุฒิ เขาได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จและสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากนั้น ทรูโดยังคว้าหัวใจสาวๆทั่วโลกไปครอง ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลา สมาร์ท เรียกได้ว่าเป็นผู้นำในฝันของสาวๆทั่วโลกทีเดียว
ต่อคำถามที่ว่า “ผู้นำ ที่ดีต้องเป็นอย่างไร” หากให้ นายกรัฐมนตรีชาวแคนาเดียนท่านนี้ตอบ เชื่อว่าคำตอบที่ได้น่าจะสะท้อนมุมมองและวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศที่แตกต่างออกไป ซึ่งจากการปราศรัยล่าสุดในพิธีมอบปริญญาบัตรให้กับบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก New York University ทรูโด ได้แสดงวิสัยทัศน์ในประเด็นว่า ความเป็นผู้นำช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้นได้อย่างไร และนี่ก็เป็นคำตอบที่ใครหลายคนอยากรู้จากปากของผู้นำประเทศที่อายุน้อยที่สุดคนหนึ่งของโลก
ผู้นำที่ดี ไม่จำเป็นต้องถูกตลอด
ในความคิดของผู้นำประเทศแคนาดา เขาสื่อสารออกมาว่า คุณไม่จำเป็นต้องชนะในทุกการเจรจา ทุกการโต้เถียงก็ได้ ดังนั้น ตลอดเวลาที่ทรูโดทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี เขาจึงพยายามที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเลือกที่จะเงียบและนิ่ง แม้บรรยากาศรอบตัวนั้นกำลังตึงเครียดและมีการถกเถียงกัน โดยบุคลิกนี้หลายคนพูดตรงกันว่าเป็นบุคลิกที่อยู่คนละขั้วกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ที่มักจะรักษาคอนเซปความโผงผาง ดูก้าวร้าวตลอดเวลา เพียงเพื่อรักษาคอนเซปความเป็นผู้นำในอีกสไตล์หนึ่ง
“ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มีการนำบุคลิกของผู้นำประเทศสองคนมาเปรียบเทียบกัน หนึ่งในตัวอย่างที่คลาสสิคมาก คือ การเปรียบเทียบระหว่าง อับลาฮัม ลินคอร์น และ เจฟเฟอร์สัน เดวิส อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่ระหว่างดำรงตำแหน่ง เดวิส มักได้รับชัยชนะในการโต้เถียง หรือ Debate หลายเรื่อง ขณะที่ ในสมัยของลินคอร์นนั้น เขาอาจไม่ได้รับชัยชนะทุกการ Debate แต่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของผู้นำประเทศอย่างลินคอร์น คือ การนำพาประเทศชาติชนะสงครามได้ในที่สุด”
เมื่อกล่าวจบในประเด็นนี้ ทรูโด ได้ถามกลับไปยังผู้เข้าฟังการปราศรัยในวันนั้นว่า “แล้วอย่างนี้ คุณจะต้องการเป็นเพียงแค่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชนะการ Debate หรือ คุณต้องการได้ชื่อว่าเป็นผู้มีส่วนเปลี่ยนโลกใบนี้ดีล่ะ”
หาจุดสมดุลให้เจอ
ทรูโดสื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ผู้นำอยู่ท่ามกลางความคิดเห็นจากคนที่มีความแตกต่างทั้งความคิด background รวมถึงประสบการณ์ ด้วยเหตุนี้ สำหรับเขา การเป็นผู้นำที่ดีคือการหาจุดสมดุลทางความคิดให้เจอ ไม่โน้มเอียงไปตามหลักหรือแนวคิดใดแนวคิดหนึ่งอย่างสุดโต่งจนเกินไป
“เราไม่ควรปฏิบัติหน้าที่ผู้นำ โดยปล่อยให้แนวคิดใดแนวคิดหนึ่งมาครอบงำการทำงาน การตัดสินใจ ในฐานะผู้นำประเทศ เพราะสิ่งนั้นจะมาเป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้การพัฒนาต่างๆดำเนินไปได้อย่างที่มันควรจะเป็น ต้องทำอย่างไรก็ได้ที่จะพาตัวเองออกมาจากแนวคิดนั้น แม้ว่าหลักการนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นระบบความคิดอันเป็นรากฐานของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ก็ไม่ควรไปยึดติดมากเกินไป”
ดังนั้น การขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า จึงควรแสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่าย อย่างน้อยเพื่อเปิดรับแนวคิด แนวการทำงาน ที่หลากหลาย และ “หมดยุคเชื่อมั่นและยึดติดกับความคิดในรูปแบบชาตินิยมหรือแนวคิดเฉพาะในแบบเผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่งแล้ว มนุษยชาติต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความร่วมมือกัน”
ที่สุดแล้ว ในประเด็นที่น่าสนใจนี้ ทรูโดแนะนำบัณฑิตที่เข้ารับฟังการปราศรัยของเขาว่า “ถ้าคุณคิดจะเดินหน้าไปให้ไกลกว่าเดิม ไกลกว่าที่ที่คุณยืนอยู่นี้ ผมแนะนำให้ตั้งเป้าหมายโดยเบนเข็มมุ่งไปยังคนที่มีความเชื่อและให้ค่ากับสิ่งต่างๆ การกระทำต่างๆที่แตกต่างจากคุณ เมื่อเจอแล้ว ผมอยากให้ทุกคนเปิดใจ รับฟังพวกเขาด้วยจิตใจเป็นกลาง ทำความเข้าใจ เพื่อค้นหาสัจธรรมที่วางอยู่บนความสมดุล และสิ่งนี้ก็จะขับเคลื่อนชีวิตคุณไปได้ในทางที่ถูกที่ควร”

ผู้นำที่ดี ต้องชักนำผู้คนต่างเชื้อชาติให้มาร่วมมือกันสร้างสิ่งดีๆให้กับโลกใบนี้ให้ได้
“โลกกำลังต้องการผู้นำที่สามารถก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดของเชื้อชาติ และทุกความแตกต่าง แล้วสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ชักนำให้ทุกคนในโลกร่วมมือกันสร้างสิ่งดีๆให้กับโลกใบนี้” นี่คือสาส์นที่ทรูโดต้องการสื่อไปยังว่าที่กำลังคนของโลกที่มานั่งฟังเขาปราศรัยอยู่ในวันนั้น
“ผู้นำที่ดีควรโฟกัสกับภารกิจที่จะขยายความร่วมมือ ขยายโอกาส ให้กับทุกคน ทุกฝ่าย รวมถึงสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม ให้ผู้คนอย่างเท่าเทียม เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดในเรื่องของชนชั้น ฐานะ ที่ยังคงมีอยู่ในหลายสังคม”
นอกจากนั้น แนวคิดเรื่องความเท่าเทียมนี้ ยังถูกสื่อออกมาจากปากของทรูโดในแง่ของความเท่าเทียมกันทางเพศด้วย ซึ่งเขาถือว่าเป็นอีกหนึ่งภารกิจของเขาที่ต้องเป็นแบบอย่างและเป็นผู้นำในการลุกขึ้นเรียกร้องความเท่าเทียมกันทางเพศให้กับโลกใบนี้ ซึ่งสำหรับทรูโดแล้ว เขาเลือกที่จะเปลี่ยนจากครอบครัวของเขาก่อน เขาเล่าว่า เขาตั้งใจเลี้ยงดูทั้งลูกสาวและลูกชายของเขาให้ตระหนักถึงความเท่าเทียมกันทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ตระหนักในความสำคัญของกระแส Feminist

มาถึงตอนนี้ ทรูโด สื่อถึงหลักสำคัญที่เขามุ่งมั่นจะยึดถือตลอดการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศว่า เขาจะเป็นผู้นำประเทศที่คิดบวก เพราะเขาเชื่อว่าถ้าทำได้ ตัวเขาจะมีบทบาทในการสร้างโลกในอุดมคติ โลกที่น่าอยู่ ซึ่งความคิดดีนี้จะเผื่อแผ่ไปสู่ประชาคมโลกได้ไม่ยาก
บทความที่เกี่ยวข้องและคุณน่าจะสนใจ
An Astronaut’s Guide to Life on Earth บทเรียนจากอวกาศ สู่คัมภีร์การใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขบนพื้นโลก
SMART CITY IS HERE & NOW เปิดแนวคิดจัดการเมือง ด้วยโมเดลเมืองอัจฉริยะ










