เรื่องไม่เป็นเรื่องที่กำลังก่อตัวกลายเป็นเรื่อง และออกอาการส่อเค้าจะบานปลายกันไปใหญ่ เมื่อหนึ่งหนุ่มดอดไปให้สัมภาษณ์พิเศษผู้สื่อข่าวนิตยสารไทม์ ขณะที่อีกหนึ่งหนุ่มส่งสัญญาณผ่านวิดีโอคอลจากอังกฤษเข้ามาเกทับบลั๊ฟแหลก ”พลังดูด” บริวารพรรคเพื่อไทยให้คนในเมืองไทยหมั่นไส้


หนุ่มใหญ่รายแรกนามว่า ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” มีตำแหน่งใหญ่โตเป็นถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถมด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาลให้ ”ชาร์ลี แคมพ์เบลล์” คนข่าวค่ายไทม์ ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้สัมภาษณ์พิเศษเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561

หนุ่มใหญ่มากอาวุโสกว่านามว่า “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตเคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย และถูกรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดย ”คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ” (คมช.) แต่ปัจจุบันมีสถานะเป็นนักโทษหนีคดี และผู้ต้องหาหลบหนีหมายศาล ได้ปล่อยคลิปภาพและเสียงผ่านวิดีโอคอลส่งตรงจากประเทศอังกฤษ เข้ามายังประเทศไทย ในจังหวะเวลาที่ผู้นำประเทศไทย เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ประเทศอังกฤษพอดิบพอดี



สาระสำคัญในวิดีโอคอลของทักษิณ มุ่งข่มขวัญขบวนการพลังดูด ที่กำลังออกแรงดูดลูกพรรคเพื่อไทยทำนองว่าอยากดูด..ดูดไป เลือกตั้งเมื่อไหร่ เพื่อไทยก็ชนะวันยังค่ำ ด้วยเหตุผลที่คนเพื่อไทยพูดเป็นเสียงเดียวราวกับเป็นคาถาประจำพรรค….”รับเงินหมา กาเพื่อไทย”

ห้วงเวลาที่ ทักษิณ ปล่อยคลิป เป็นห้วงเวลาเดียวกันเปะกับที่ค่ายไทม์นำภาพ พล.อ. ประยุทธ์ ขึ้นปกหนังสือโดยมีข้อความพาดหัวประกอบ ”ประชาธิปไตย หรือ เผด็จการ …ทางไหนที่ประยุทธ์จะเลือกเดิน” พร้อมกับปล่อยข้อเขียนและบทสัมภาษณ์พล.อ.ประยุทธ์ออกสู่สาธารณะ ซึ่งก่อเกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับต่อทั้งพล.อ.ประยุทธ์และทักษิณ อย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน



“หลงตัวเอง-เสียรู้” คือปฏิกิริยาที่มวลชนจำนวนมากมีต่อกรณีพล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษนักข่าวค่ายไทม์

กระแสวิพากษ์วิจารณ์คำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ เจาะจงจู่โจมไปที่การยกย่องเชิดชูจีนอย่างออกนอกหน้า แล้วตีค่าประเทศอื่นๆ เป็นเพียง ”ไม้ประดับ”

ทำนองเดียวกันก็พูดถึงบทบาทกองทัพว่ามีทั้งการป้องกันประเทศ-การรักษาความมั่นคงภายในประเทศ-การพัฒนาประเทศ ราวกับบ้านนี้เมืองนี้มีกองทัพเท่านั้นที่สำคัญเหนืออื่นใด

ปฏิกิริยาชาวบ้านชาวเมืองที่มีต่อคลิปสยบพลังดูดของ ทักษิณ ที่มี ”ยิ่งลักษณ์” น้องสาวที่ตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน ก็เป็นไปในลักษณ์ ”จวกเละสับแหลกแบบสาดเสียเทเสีย” แถมยังกระตุกให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณาว่าการกระทำของทักษิณ น่าจะเข้าข่ายครอบงำและชี้นำพรรคเพื่อไทย ซึ่งสมควรที่พรรคเพื่อไทยต้องถูกลงโทษด้วยการยุบพรรค

ประยุทธ์ กับ ทักษิณ แม้จะอยู่ต่างขั้ว แต่กลับเผชิญชะตากรรมในลักษณะเดียวกัน …มันแปลกดีนะ!!!

ประชาธิปไตย หรือ เผด็จการ