ความเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ของโลก ได้ถาโถมเปลี่ยนแปลงรวดเร็วต่อเนื่อง จนส่งผลต่อการดำรงชีพและเศรษฐกิจในกระเป๋าผู้คนชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ! คำถามถึง “สิ่งที่หายไป” จากการหาอยู่หากินของคนกลุ่มสังคมรากฐานที่กว้างใหญ่ของประเทศจึงแผ่กระจายไปทั่ว!
ในสังคมฐานราก มีคำถามทางเศรษฐกิจขึ้นมากมาย!!! เศรษฐกิจท้องถิ่นไม่ดีเลย ค้าขายลำบาก ไม่รู้คนหายไปไหน? เงินไปไหนหมด? มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว เดี๋ยวนี้เงียบ บางครั้งเหมือนดีขึ้น แต่ก็เงียบไม่เหมือนแต่ก่อน! ร้านข้างๆ เพิ่งปิดไป มาทำได้ไม่นาน ไม่รู้ทั้งคนทั้งเงินทำไมเงียบจัง? วันนี้ต้องเอาตัวให้รอดให้ได้ ยังงงๆ อยู่ว่าทำไมมันไม่คล่องเหมือนก่อน!
เสียงจากความรู้สึกที่สะท้อนออกมานี้ มีนัยสำคัญต่อ “ความต้องการคำอธิบาย” และ “การไปต่อ” ของผู้คนอย่างยิ่ง! โดยเฉพาะท่ามกลางกระแสเปลี่ยนผ่านของโลกใบใหม่ ที่ทุกมุมโลก ทุกภูมิภาค และทุกประเทศ ที่กำลังเร่งปรับตัวอย่างหนัก ทั้งในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐกิจ การเชื่อมตัวเองเข้ากับโหมดที่เปลี่ยนไปของเทคโนโลยียุคใหม่ฯ ซึ่งมวลความเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การสื่อสาร-คมนาคม และการดำรงชีวิตโดยตรงกระจ่างชัดขึ้นทุกขณะ!
ถ้ากล่าวกันอย่างตรงไปตรงมา คงต้องยอมรับความจริงว่า โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศนั้นบิดเบี้ยวมานาน สภาพที่ผู้คนต้องพบเจอคือ การพึ่งพา “know who” มากกว่า “Know how” ซึ่งระบบการพึ่งพา “know who” นั้น เป็นปัจจัยที่บ่อนเซาะทำลายศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน มีผลให้โครงสร้างเศรษฐกิจต้องพึ่งพิงระบบราชการและกฎกติกาที่เทอะทะ ล้าหลัง สร้างภาระต้นทุนในการผลิตและบริการขึ้นมากมายฯ ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่บั่นทอนการพัฒนาพลังและศักยภาพการผลิต การบริการ และการตลาดอย่างรุนแรง! คลื่นของระบบอุปถัมภ์ที่ว่านี้ ได้ตอกตรึงให้ชีวิตและสังคมเศรษฐกิจต้องพึ่งพา-ขึ้นต่อกับอำนาจที่ไม่เป็นคุณต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ!
มาวันนี้ โครงสร้างเศรษฐกิจโลกลอกคราบจากสภาพเก่าๆ เดิมๆ ไปแล้ว! ระบบเศรษฐกิจการค้าแบบแองโกแซกซ่อน-ไล่ล่าอาณานิคม (ที่กลุ่มโลกตะวันตกกระทำกับกลุ่มประเทศที่อ่อนแอกว่า) ถูกทำให้อ่อนอำนาจลง แทนที่ด้วยระบบเศรษฐกิจพันธมิตรที่มีจีนเป็นหัวขบวน!
ขณะเดียวกันก็มีเส้นทางการค้าและโลจิสติกส์ใหม่เกิดขึ้นท่ามกลางความผุพังของกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจในโลกเก่า ที่ส่งผลต่ออำนาจทางการค้า-การเมืองโลกที่เปลี่ยนจากอำนาจเดี่ยว สู่ดุลอำนาจใหม่ที่ถ่วงกันระหว่าง วอชิงตัน-ปักกิ่ง-เครมลิน! ที่สำคัญคือการผลิต การบริการ และอุตสาหกรรมใหม่ ได้เคลื่อนสู่ยุคนวัตกรรม-เทคโนโลยีใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและการบริโภคทรัพยากรลงมากมหาศาล ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้บริการได้ทั่วถึงแบบไร้อคติในสังคมโลกที่เชื่อมต่อกันแบบไร้พรมแดน ที่สำคัญคือมีศักยภาพในการเชื่อมกายภาพ-ชีวภาพเข้ากับดิจิทัล สามารถส่งผ่านผลิตผลถึงทุกคนในระบบการสื่อสารแบบ “สมาร์ท” อีกด้วย นี่คือโลกที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง!!!
การปรับตัวสร้างอนาคตใหม่ จากสภาพบ้านเมืองเดิมที่เกือบกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวหวุดหวิด! ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจชะงักงัน-ตกต่ำปรับตัวไม่ทันโลกที่เปลี่ยนไป! ที่เป็นผลจากสงครามย่อยทางการเมืองในประเทศที่ต่อสู้ติดพันกันนานกว่าทศวรรษ! การปรับสร้างเศรษฐกิจใหม่วันนี้ด้วยนโยบายประเทศไทย 4.0 และการสร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่แบบ EEC เป็นความจำเป็นยิ่งต่อการฟื้นตัวและปรับตัวให้เท่าทันโลก! แต่การเริ่มตั้งต้นใหม่คงไม่ส่งผลเป็นรูปธรรมในทันทีทันใด เพราะการก่อรูปสร้างความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ต้องอาศัยเวลา และต้องอาศัยระบบการจัดการงานให้เชื่อมโยงกันหลายด้าน-หลายมิติ ตั้งแต่สร้างความเชื่อมั่นกับชาวโลก ปรับสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ระดมการลงทุน รวมถึงการสร้างทรัพยากรมนุษย์-บุคลากรรองรับการเติบโตโดยรวม! ที่สำคัญคือความเคลื่อนไหวก่อร่างสร้างตัวของประเทศครั้งนี้ เป็นการสร้างความก้าวหน้าท่ามกลางความล้าหลังทางความคิดและแนวปฏิบัติที่พึ่งพาระบบระเบียบราชการเป็นหลัก และยังต้องเผชิญกลุ่มต่อต้านที่รับทุนมาจากทั้งในและต่างชาติที่สนับสนุนหลายกลุ่ม เพื่อมุ่งทำลายความก้าวหน้านี้! การฝ่าสร้างประเทศสู่ความก้าวหน้าใหม่จึงเป็นงานยาก โหดหินยิ่ง!
อย่างไรก็ดีการสร้างเศรษฐกิจใหม่ เป็นการสร้างการเติบโตที่เชื่อมกับกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากอย่างจำกัด เพราะการจ้างงานไม่สูงไม่ครอบคลุมกว้างขวางเหมือนการสร้างเศรษฐกิจยุคก่อน ด้วยว่าเศรษฐกิจใหม่ได้เคลื่อนย้ายจากฐานที่พึ่งพาแรงงานและทรัพยากร สู่เศรษฐกิจนวัตกรรมฐานความรู้ ที่พึ่งพาเฉพาะกับแรงงานที่มีความรู้ทักษะ และพึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นสำคัญ การเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจฐานรากของสังคม จะเกิดขึ้นได้จากการเติบโตของการลงทุนที่จะกระจายตัวในพื้นที่อย่างค่อยเป็นค่อยไปในที่สุด
ในกรณีนี้ การปรับเร่งกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากนั้น ต้องหันไปศึกษายุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มรากหญ้าของจีนเป็นบทเรียน ที่มุ่งปลุกฟื้นพลังรากหญ้ากระตุ้นสร้าง SMEs ขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ตามฐานความรู้ความสามารถแต่ละกลุ่ม-แต่ละพื้นที่ และส่งเข้าสู่การค้าแบบอีคอมเมิร์ส โดยมีการพัฒนาจัดปรับระบบสินเชื่อให้ก้าวหน้า เชื่อมเข้ากับห่วงโซ่การผลิตแต่ละกลุ่มคลัสเตอร์ที่เป็นจริง ไม่พึ่งพาระบบสินเชื่อโบราณแบบบ้านเราที่คอยแต่จะเอาหลักทรัพย์ค้ำประกัน! โดยไม่ช่วยสร้างความเติบโตก้าวหน้าให้ประเทศเลย! แนวทางโดยรวมนี้จะขยับสร้างพื้นฐานช่วยกระตุ้นเสริมความเคลื่อนไหวกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากขึ้น โดยไม่ต้องคอยผลพวงการขยายกระจายตัวจากการลงทุนเท่านั้น! วันนี้ ทุกมิติคงต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันหลากวิธีการในหลายพื้นที่ เพื่อสร้างการพัฒนาที่ไม่กระจุกตัวและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว! อันจะสร้างคำอธิบายให้กลุ่มเศรษฐกิจฐานรากรับรู้ถึง “การไปต่อ” จากวันนี้สู่อนาคตข้างหน้าได้กระจ่างชัดขึ้น!
เรื่อง : [email protected]











