หากย้อนเวลากลับไป อย่างน้อยสัก 3 ทศวรรษ ชาวยโสธรในสมัยนั้น จะคุ้นชินกันดีกับข่าวน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในพื้นที่ชุมชนหนองอึ่ง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เพราะเมื่อถึงหน้าฝนทีไร ที่ราบลุ่มต่ำแห่งนี้จะถูกน้ำท่วม ทำให้ราษฎร 7 หมู่บ้านโดยรอบพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนทั่ว ข้าวนาปีที่คาดหวังจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตกลับต้องมาเสียหายไปบางส่วนหรือแทบทั้งหมด เส้นทางสัญจรไปมาถูกตัดขาด
สืบสานแนวพระราชดำริ ในหลวง รัชกาลที่ 10
ขณะเดียวกัน ในหน้าแล้ง พื้นที่เดียวกันนี้ก็ยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ซึ่งสาเหตุของปรากฎการณ์นี้ก็มาจากความขาดไร้ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเหตุให้ชาวบ้านต้องบุกรุกป่า ทั้งเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ทำไร่เลื่อนลอย หาของป่า ตัดไม้เพื่อมาทำฟืน สภาพป่าโดยรอบพื้นที่นี้จึงเข้าขั้นเสื่อมโทรม ซึ่งนี่ก็เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อุทกภัยที่เกิดขึ้นในแต่ละปีรุนแรงขึ้นเพราะการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อความอยู่รอดนี้เอง


วัฏจักรปัญหาของชุมชนแห่งนี้ดำเนินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งวันที่ 28 พฤศจิกายน 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ทรงเยี่ยมราษฎรผู้ประสบภัยซ้ำซาก ณ โรงเรียนบ้านคำน้ำสร้าง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร และในครั้งนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริให้พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่โดยรวม ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่ได้ครบทุกมิติ แบ่งเป็น 3 แนวทาง
1. พัฒนาขุดลอกหนองอึ่งเพื่อเป็นแหล่งน้ำ สำหรับทำการเกษตรและขยายพันธุ์ปลา
2. พัฒนา ปรับปรุงพื้นที่ สภาพดิน รอบหนองอึ่ง ด้วยการปลูกต้นไม้และหญ้าแฝก ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน
3. ฟื้นฟูสภาพป่าโดยรอบหนองอึ่ง เพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูลกัน
จากแนวพระราชดำริที่ทรงพระราชทานไว้นี้ ได้ก่อเกิดความร่วมมือและนำแนวทางพระราชดำรินี้ไปขยายผลอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมจนทำให้โครงการพัฒนาพื้นที่หนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนาลำดับต้นๆ ในประเทศได้ในที่สุด

พลิกฟื้น คืนความอุดมสมบูรณ์ให้ ป่าดงมัน
ดังที่เกริ่นข้างต้นว่า ที่ผ่านมา ชาวบ้านมีความจำเป็นต้องบุกรุกแผ้วถางทำกินในป่าชุมชนผืนเดียวในพื้นที่ คือ ป่าดงมัน ซึ่งกินพื้นที่ถึง 1,000 ไร่ กระทั่งกลายเป็นป่าเสื่อมโทรมที่ไร้การเหลียวแลลงไปทุกที ทว่า ทันทีที่มีแนวพระราชดำริฯ ก็ได้เกิดความร่วมมือจากประชาคมชาวบ้านทั้ง 7 หมู่บ้านรอบโครงการ เพื่อขอคืนพื้นที่ป่าและเดินหน้าเข้าไปอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าผืนนี้อย่างจริงจัง โดย สมศักดิ์ ทวินันท์ หัวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดยโสธร รับหน้าที่กล่าวถึงการดำเนินโครงการนี้ว่า
“นับจากปี 2543 ที่ ในหลวง รัชกาลที่ 10 ได้ทรงพระราชทานพระราชดำริไว้ ผ่านมา 3 ปี ในปี 2546 ผลจากโครงการก็ค่อยปรากฎเป็นความอุดมสมบูรณ์ที่เริ่มกลับคืนสู่ป่าชุมชนดงมัน ชาวบ้านโดยรอบ 7 หมู่บ้าน มีความเป็นอยู่ที่ขึ้นจากการเก็บของป่าขายไม่ต่ำกว่าปีละ 3 ล้านบาท โดยผลิตผลสำคัญ ได้แก่ สารพัดเห็ด ตั้งแต่ เห็ดโคน เห็ดเผาะ เห็ดระโงก เห็ดตะไค เห็ดก่อ ไปจนถึง แมงจินูน จิ้งโก่ง ไข่มดแกง โดยชาวบ้านสามารถเก็บเกี่ยวผลิตผลจากป่าชุมชนดงมันได้ถึง 5-6 ตัน ต่อปี ทีเดียว”

ก่อเกิดแบรนด์ “วนาทิพย์” โอทอปชุมชน คนรักษ์ป่า
การพัฒนาต่อมาที่จะกล่าวถึง ก็เกิดขึ้นได้จากการต่อยอดความสำเร็จของการพลิกฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับ ป่าชุมชน ที่ทำให้ชาวบ้านทั้ง 7 หมู่บ้านนี้ได้ “ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมชาติ” อันอุดมสมบูรณ์อย่างป่าดงมันกลับคืนมา จนทำให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าได้ในปริมาณมาก ทำให้ชาวบ้านมีความคิดที่จะรวมตัวกันเป็นเครือข่ายป่าชุมชนดงมัน 3,006 ไร่ เพื่อแปรรูปผลผลิตจากป่า เพิ่มมูลค่า รวมถึงสร้างงานสร้างรายได้ให้กับสมาชิกในเครือข่าย
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ที่กลับคืนสู่ชุมชนนี้เอง ที่ทำให้ชาวบ้านที่นี่เกิดไอเดีย จัดตั้ง กลุ่มเกษตรกรเพาะเห็ด บ้านค้อเหนือ (นิติบุคคล) เพื่อดำเนินกิจการแปรรูปอาหารจากป่าชุมชน ภายใต้แบรนด์ “วนาทิพย์” โอทอปชุมชน คนรักษ์ป่า ซึ่ง ลุนนี วิเศษแก้ว ประธานสหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำกัด ให้ข้อมูลว่า
“ทุกวันนี้ กลุ่มของเรา ยังเป็นผู้ผลิตรายเดียวในประเทศไทยที่ทำเห็ดโคน กับไข่มดแดง แปรรูปบรรจุขวดและกระป๋อง ซึ่งในปี 2552 ผลิตภัณฑ์วนาทิพย์ของเราได้รับคัดเลือกให้เป็นโอทอปห้าดาวของจังหวัดยโสธร และมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตตั้งใจจะส่งต่อความสำเร็จนี้สู่เยาวชนรุ่นใหม่ เป็นกลวิธีในการดึงคนหนุ่มสาวกลับมาสานงานต่อ เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในหมู่บ้านต่อไป ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากพระมหากรุณาธิในหลาง รัชกาลที่ 10 ทุกครั้งที่นึกถึงน้ำตาจะไหล รู้ซึ้งแล้วว่าพระองค์ท่านเสด็จฯไปที่ไหน ความเจริญก็ไปถึงที่นั่นได้จริง”

มีวันนี้ได้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง รัชกาลที่ 10
“วันนี้บ้านเราเปลี่ยนแปลงไปมากครับ เพราะพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 10 แท้ๆ” เทียนชัย เศษสุวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 บ้านคำน้ำสร้าง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร พูดไปพลางยกมือประนมขึ้นเหนือหัว เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกให้ผู้มาเยือนอย่างเราได้รู้ถึงความซาบซึ้งแบบหมดหัวจิตหัวใจของชายชาวยโสธรผู้นี้
“วันที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จมาพร้อมในหลวง รัชกาลที่ 10 ผมและชาวบ้านแทบทุกคนก็ตั้งใจมากและที่จะไปรอรับเสด็จฯ ตัวผมเห็นพระองค์ท่านจากภายในเต๊นท์รับเสด็จ และได้ตามขบวนรับเสด็จไปยังพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง ซึ่งพระองค์ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินไปสำรวจ และพระราชทานแนวทางพระราชดำริในการพัฒนา ฟื้นฟู พัฒนาพื้นที่หนองอึ่ง ซึ่งจากวันนั้น ถึงวันนี้ บ้านเราเปลี่ยนไปมากในหลายด้าน ที่เห็นได้ชัดคือ ป่าชุมชนดงมันของเราอุดมสมบูรณ์ขึ้น ชาวบ้านสามารถเก็บของป่า พืชพันธุ์ มาขายเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ทำให้ความเป็นอยู่ของพวกเราทุกคนที่นี่ดีขึ้นจริง”
ส่วน พ่อใหญ่สุบิน แสนสุข ชาวประมงพื้นถิ่น ได้สะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น หลังจากได้ดำเนินการตามโครงการพัฒนาพื้นที่หนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีแนวพระราชดำริหนึ่ง คือ การขุดลอกหนองอึ่งเพื่อเป็นแหล่งน้ำ สำหรับทำการเกษตรและขยายพันธุ์ปลา ว่า
“ผมทำอาชีพหาปลามานานหลายสิบปี แต่ก่อนพันธุ์ปลาในหนองอึ่งไม่ได้อุดมสมบูรณ์เหมือนทุกวันนี้ แต่หลังจากมีโครงการพระราชดำริ ในหลวง รัชกาลที่ 10 และมีการขุดลอกหนองอึ่ง รวมถึงปล่อยพันธุ์ปลา อย่าง ปลาบู่ ปลาตะเพียน ปลาปักเป้า ปลาช่อน และปลาพื้นถิ่นอีกมาก ทำให้ในปัจจุบันนี้ พื้นที่หนองอึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งน้ำของชุมชนแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมของปลาหลายสิบชนิด สำหรับผม ผมสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยการจับปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ขณะที่ชาวบ้านในชุมชนหลายคนเลือกจะเลี้ยงปลาในกระชัง ส่งให้บริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะมารับซื้อปลาถึงบ้าน กลับมีหนี้สิน ส่วนตัวผมกลับไม่มีหนี้สิน นี่เป็นผลดีจากการมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่นล้วนๆ เลยครับ”
ที่มา : ภาพประกอบ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้ง เสด็จพระราชดำเนินไปยัง ชุมชนหนองอึ่ง จังหวัดยโสธร จาก สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ
ข้อมูล : การศึกษาดูงาน “ชุมชนเข้มแข็ง สืบสานแนวพระราชดำริ” จังหวัดยโสธร ระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2561 โดยสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ














