ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กำลังใช้อำนาจอย่างบ้าคลั่งในการสะสมคะแนนความอุบาทว์และสร้างความอับอายขายขี้หน้าแก่ชาวอเมริกันเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีทีท่าจะบันยะบันยัง


ช่วงเวลาปีเศษๆ ที่นายทรัมป์ ขึ้นมาเป็นผู้นำชาติสหรัฐอเมริกา ได้กระทำการ ”ห้าวเป้ง” แหกคอกผ่าเหล่าผ่ากอแหวกธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นการสั่งย้ายสถานฑูตประจำประเทศอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม หรือการนำประเทศสหรัฐอเมริกา ถอนตัวออกจาก ”ข้อตกลงปารีส” หันหลังให้กับการเอาใจใส่ดูแลสิ่งแวดล้อม หรือการป่วนวงประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดของโลก 7 ชาติ ซึ่งเป็นวงประชุมที่มักถูกเรียกขานในชื่อ “ประชุมสุดยอดกลุ่มจี-7” กระทั่งนางแองเจล่า แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ถึงขั้นยืนเท้าแขนจ้องตาเขม็งเล็งใส่นายทรัมป์อย่างเหลืออด ทำเอานายทรัมป์ได้แต่หลุบตานั่งตัวลีบ

ล่าสุดนายทรัมป์ เสกสันปั้นแต่งร่างกฏหมายขึ้นมา 1 ฉบับ ตั้งชื่อเก๋ไก๋ไฉไลว่า United State Fair and Reciprocal Trade Act-FART Act” โดยมีเจตนาต้องการทวงถามความเป็นธรรมทางการค้าจากบรรดาประเทศคู่ค้าทั้งหลายที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกา ด้วยการให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแก่ประธานาธิบดีในการกระทำการใดๆ ก็ได้เพื่อตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่สหรัฐอเมริกาเห็นว่าทำการค้ากับสหรัฐอเมริกาอย่างไม่เป็นธรรม

นายบัณฑูร วงศ์สีลโชติ รองประธานกรรมการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตถึงเบื้องลึกเบื้องหลังที่มาของร่างกฏหมาย FART Act โดยระบุว่ามีสาเหตุสำคัญเพียงประการเดียวคือการปลดปล่อยตัวเองออกจากความเป็นภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) โดยหลีกเลี่ยงไม่ต้องผ่านกระบวนการทางรัฐสภา เนื่องจากนายทรัมป์น่าจะตระหนักดีว่าหากเสนอขอถอนตัวจากภาคีดับบลิวทีโอผ่านกลไกรัฐสภาตามกฏหมาย ซึ่งต้องการเสียงสนับสนุนที่สูงถึง 2 ใน 3 ไม่น่าจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแน่นอน จึงเลือกที่จะหลบหลีกมาใช้ช่องทางออกกฏหมายฉบับใหม่

สาระสำคัญใน FART Act ที่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จกับประธานาธิบดีดำเนินมาตรการตอบโต้ประเทศคู่ค้าได้ตามอัธยาศรัย เพียงแค่ถูกหมายหัวเป็นประเทศที่ทำการค้ากับสหรัฐอเมริกาอย่างไม่เป็นธรรม นับว่าทั้งย้อนแย้ง และขัดแย้งอย่างแรงกับหลักการค้าเสรีที่เป็นธรรมของดับบลิวทีโอ แถมยังขัดกับหลักการพื้นฐานของดับบลิวทีโอว่าด้วย Most Favoured Nation (MFN) อันหมายถึงประเทศที่พึงได้รับการอนุเคราะห์ยิ่ง และหลักการพื้นฐานว่าด้วย Bound Tariff Rates อันหมายถึงการกำหนดอัตราเพดานการเรียกเก็บภาษีขั้นสูงสุด

ตอนนี้ประชาคมโลกกำลังจับจ้องจดจ่อเฝ้าดูความเคลื่อนไหวผลักดันกฏหมายมหาภัยการค้าโลกฉบับนี้ชนิดไม่กล้ากะพริบตา พร้อมๆ กับการผนึกกำลังรวมตัวกันสร้างภูมิคุ้มกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากกฏหมายมหาภัยฉบับนี้ โดยไม่มีใครฝากความหวังไว้กับองค์การการค้าโลก หรือ องค์การค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (อังถัด)

พิกัดความบ้าของนายทรัมป์พุ่งพล่านยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่กู่ไม่กลับซะแล้ว!!!