เส้นทางสายใหม่ยุคใหม่ของจีนหรือที่โลกรู้จักกันว่า One Belt One Road เป็นเส้นทางเศรษฐกิจจีนยุคที่ก้าวสู่ตลาดเสรีเต็มตัว เส้นทางเศรษฐกิจนี้เชื่อมต่อกับ 65 ประเทศทั่วโลกทางราง ทางถนน เป็นเส้นทางการค้าในศตวรรษใหม่ ซึ่งมีบทบาทสูงในการสืบทอดการดำรงอยู่ของทุนนิยมโลก และเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่ช่วยลดแรงกดดันให้จีนในแง่การค้า การจัดการพลังงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม ที่ส่งสร้างให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างมีพลัง


จุดเริ่มต้นสู่…สงครามการค้า

เดิมทีโลจิสติกส์และคมนาคมขนส่งทางการค้าของจีนใช้การเดินทะเลเป็นหลัก แต่เส้นทางทางทะเล จีนไม่มีอิสระมากเท่ากับการคมนาคมภาคพื้นทวีปที่ได้สร้างขึ้นใหม่ ร้อยละกว่า 80 ของสินค้าทางทะเลต้องเดินทางผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งปัจจุบันนี้ช่องแคบมะละกาดูจะเล็กลงทุกขณะ สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ของจีน ประกอบกับเส้นทางการขนส่งทางทะเลนั้นมีสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าพ่อคุมอยู่ คอยกำกับกำหนดกฎกติกามารยาทขึ้นมากมายร่วมกับยุโรปและกลุ่มโลกตะวันตก จึงสร้างความอึดอัดให้กับจีนไม่น้อย อีกทั้งอาณาบริเวณทะเลจีนใต้ จีนก็มีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านหลายประเทศ โลจิสติกส์ การขนส่ง และการคมนาคมภาคพื้นทวีปอย่าง One Belt One Road จึงกลายเป็นเส้นทางสำคัญ โดยเป็นตัวช่วยหลักที่เสริมการพัฒนาให้จีนจัดการด้านพลังงานและการค้าโลกได้เป็นอย่างดี นี่คือเหตุผลที่จีนลงทุนครั้งใหญ่กับเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งก้าวพ้นจากแรงกดดันของเศรษฐกิจการค้าที่ต้องขึ้นต่ออเมริกาในช่วงกว่าสี่ทศวรรษที่แล้ว!

การจัดการใหม่

การจัดวางภูมิเศรษฐกิจใหม่ของจีน ส่งผลต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกและจีนอย่างมีนัยสำคัญ จีนได้หันมาให้ความสำคัญกับรัสเซีย ยุโรป และยูเรเซีย เพื่อบ่มเพาะเศรษฐกิจของตัวเองขึ้นมาในโลกยุคใหม่ จนสามารถลดการแทรกแซงของภูมิรัฐศาสตร์จากอเมริกาลงอย่างมีนัยสำคัญ และนำพาระบบเศรษฐกิจโลกออกจากเศรษฐกิจแองโกลแซกซอนสู่ระบบเศรษฐกิจพันธมิตร ด้วยการสร้างความร่วมมือกับทุกประเทศบนเส้นทางการค้าใหม่ที่เชื่อมโลก

https://www.scmp.com/infographics/article/1874865/infographic-one-belt-one-road

ผู้สนับสนุนและพันธมิตร

รัสเซียเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญในเศรษฐกิจยุคใหม่ ปัญหาจะมีบ้างก็จากช่วงเส้นทางเชื่อมต่อสู่อินเดีย ที่ญี่ปุ่นพยายามเข้าไปจับมือแน่นกับอินเดีย สร้างเส้นทางการค้าแนวตะวันออกตะวันตก ซึ่งรู้กันดีว่า ญี่ปุ่นนั้นแนบแน่นกับอเมริกา! อเมริกาใช้ญี่ปุ่นเชื่อมอินเดีย อาศัยช่องทางความบาดหมางของอินเดียกับจีน จากกรณีที่จีนสร้างเส้นทางเชื่อมกับปากีสถานที่อินเดียไม่พอใจ! ช่องว่างนี้เปิดทางให้วอชิงตันร่วมมือกับญี่ปุ่น แทรกตัวเข้าเชื่อมกับอินเดีย ซึ่งสร้างแรงกดดันให้จีนพอสมควรทีเดียว!

อย่างไรก็ดี การแข่งขันทางการค้า ในกระแสเศรษฐกิจใหม่ของโลกวันนี้ จีนปรับสถานะขึ้นเป็นหัวขบวนโดยปริยาย การแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น จากอิทธิพลของภูมิเศรษฐกิจใหม่ของโลกยุคไร้พรมแดน ที่ขั้วอำนาจเศรษฐกิจของโลกทุกสายมุ่งขยายพื้นที่เศรษฐกิจการค้าสู่ แอฟริกา อาเซียน และอินโดจีน ซึ่งมีญี่ปุ่นเป็นตัวแทนรัฐบาลวอชิงตันและผลประโยชน์ของตัวเอง ต่อกรกับจีนที่มีเงาการสนับสนุน
จากรัฐบาลเครมลิน ในเวทีโลกอย่างเข้มข้น!

สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว

มาถึงวันนี้ สหรัฐอเมริกาได้ฉุดโลกก้าวข้ามการแข่งขันทางการค้าสู่สภาวะ “สงครามการค้า” ภายใต้นโยบายอเมริกาเฟิร์สต! รัฐบาลวอชิงตันเดินหน้าถล่มรัฐบาลปักกิ่งเต็มสูบ เพราะมุ่งเปิดสงครามการเงินและการค้าเศรษฐกิจ ด้วยว่าสหรัฐอเมริกาวันนี้ ขาดดุลการค้าหนักกับหลายๆ ประเทศ จนเป็นเหมือนลูกหนี้รายใหญ่ของโลกไปโดยปริยาย! เมื่อเทียบกับจีน เศรษฐกิจอเมริกามีสภาพที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างหนัก ไม่มีความสามารถที่จะแข่งขันด้านราคาได้ จึงพยายามหันไปตั้งกำแพงภาษีนำเข้าเพื่อแก้ดุลการค้า! โดยบรรดาประเทศที่ถูกตั้งกำแพงภาษีอย่างไร้เหตุผลตามนโยบายอเมริกาเฟิร์สต! ไม่ว่าจีน ยุโรปฯ ต่างก็เดินหน้าชน ตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจากอเมริกาเช่นกัน!

แน่นอนว่า สงครามการค้าโลกครั้งนี้ ต้นเหตุเกิดจากการยึดตัวเองของอเมริกาเป็นหลักและการเลือกใช้ยุทธวิธีที่ไม่สร้างสรรค์ การตอบโต้จากกลุ่มประเทศคู่ค้าของอเมริกาจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงสงครามการค้าครั้งนี้ได้ ช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็ต้องแหลกลาญเป็นธรรมดา ไม่มากก็น้อยตามธรรมชาติของการสงคราม! ซึ่งการที่ต้องกระโจนเข้าสู่สงครามการค้าของประเทศกลุ่มนำของโลกครั้งนี้ จีน ยุโรป และหลายๆ ประเทศ ได้วางมาตรการรับมือขณะที่ต้องตอบโต้กับสหรัฐไปด้วยหลายมาตรการ หลายประเทศเริ่มปรับตราสารหนี้ไปสู่เงินสกุลอื่นแทนดอลลาร์สหรัฐ และจับมือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกันเข้มข้นขึ้น อาทิ จีนกับเยอรมนีที่จับมือร่วมพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าเข้มข้นขึ้น รัสเซียก็จับมือทางเศรษฐกิจร่วมกับกลุ่มโอเปก สหรัฐอเมริกาวันนี้จึงไม่ได้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกอีกต่อไป ความเคลื่อนไหวในทิศทางเศรษฐกิจโลกเช่นนี้ ดอลลาร์สหรัฐจะค่อยๆ ลดบทบาทลงจากเวทีโลกทุกขณะอย่างมีนัยสำคัญ!

Global Trend 2300 วิเคราะห์ว่า การเข้าสู่สงครามการค้าครั้งนี้ มีความซับซ้อน มีนัยทางภูมิรัฐศาสตร์โลกและการปรับตัวของภูมิเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม ชนิดที่เรียกว่าอย่ากะพริบตาเลยทีเดียว! พร้อมกับชี้ว่า ถ้าจีนและอเมริกาเข้าสู่สงครามการค้าเต็มรูปแบบ เศรษฐกิจโลกจะสูญเสียการเติบโตลงร้อยละ 1.4 และหากลุกลามเข้ายุโรปจะแย่หนักลงไปอีก การค้าของอเมริกาอาจลดลงถึงร้อยละ 70 โดยที่ “จีดีพีโลก” จะลดต่ำลงร้อยละ 2-3 มีผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่สภาวะถดถอยครั้งใหม่

 

รอดูบทสรุป เกมนี้ต้องเล่นกันยาว

สภาวะของสงครามการค้าที่ก่อตัวขึ้นจากลูกหนี้รายใหญ่อย่างอเมริกา จะส่งผลกระทบไปทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เว้นแต่จะมีการตกลงเจรจากันได้ ซึ่งจะต้องติดตามดูกันต่อไป โดยที่จีน รัสเซีย อินเดีย และยุโรป วางมาตรการป้องกันการเกิดภาวะวิกฤตไว้ล่วงหน้าพอสมควรแล้ว ไทยเราเองคงต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ด้วย อย่างจริงจัง เพราะถ้าเกิดเหตุลุกลามบานปลายขึ้นมา เราจะไม่อาจหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ด้านลบได้เลย ในฐานะของประเทศที่กำลังก่อรูปพัฒนา ซึ่งมีทิศทางการปรับตัวครั้งใหม่ และในฐานะที่เป็นพันธมิตรเศรษฐกิจกับหลายขั้วที่กำลังโรมรันพันตูทางการค้าครั้งนี้! ไทยเราคงต้องหันมาพิจารณาถึงพื้นฐานการสะสมทุนสำรอง เพื่อรักษาสภาพคล่องของระบบดอลลาร์ และอาจต้องคิดถึงกองทุนการออมพิเศษที่จะรับมือกับปัญหา รวมถึงการสำรองทองคำและเงินตราสกุลอื่นที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อป้องกันภัยทางเศรษฐกิจของประเทศ จากปัจจัยความเสี่ยงภายนอกที่ขยับเข้าใกล้มาทุกขณะ! รวมทั้งการชำระเงินด้วยสกุลเงินอื่นๆ นอกจากดอลลาร์สหรัฐด้วย นี่คือคำเตือนจากกูรูทางเศรษฐกิจที่ห่วงใยประเทศไทย!


สงครามการค้า

บทความทน่าสนใจที่เกี่ยวข้องกัน

ทรัมป์ บ้าทะลุพิกัด…ทิ้งบอมบ์ถล่ม เวทีการค้าโลก


โดย : apichatology