สงครามการค้าระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ จีน ที่โหมกระหน่ำเข้าใส่กันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน นับเป็มหากาพย์ที่ต้องตามติดกันยาวๆ การขยายอิทธิพลทางการค้าในฝั่งเอเชียของจีนที่นับวันจะแผ่กว้างและแข็งแกร่งเป็นสิ่งที่อเมริกาย่อมหวั่นไหวอยู่ในที

เช่นเดียวกับสินค้าที่ผลิตจากจีนซึ่งมีราคาถูกกว่าอเมริกาจนเกิดกระแสไหลบ่าเข้าไปป้อนคนอเมริกันมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี นำมาซึ่งการประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าเหล็กจากจีนร้อยละ 25 และอลูมิเนียมอีกร้อยละ 10 ซึ่งเป็นแค่การตักเตือนเพียงเบาๆ เพราะล่าสุดมีการส่งสัญญาณจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ออกมาเปิดเผยว่า ในอนาคตอันใกล้อาจเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สงครามการค้าระหว่างโลก จีน กับ สหรัฐอเมริกา


รศ.ดร.ชิณสัคค สุวรรณอัจฉริย ได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสงครามการค้าโลกที่กำลังเกิดขึ้นว่า สาเหตุที่อเมริกาต้องประกาศขึ้นภาษีกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะกับจีนและสหภาพยุโรปเนื่องจากการขาดดุลทางการค้าจำนวนมหาศาลต่อปี ตามข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ Comtrade ในช่วงปลายปี 2017 การนำเข้าของจีนจากอเมริกามีมูลค่า 154.8 พันล้านดอลลาร์ แต่การนำเข้าของอเมริกาจากจีน 526.1 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้น การขาดดุลทางการค้าจึงมีจำนวน 371.3 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนเกินจากการส่งออกของจีนจำนวนหนึ่ง ทางจีนจึงต้องซื้อพันธบัตรของอเมริกา แต่ปัจจุบันจีนไม่จำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้นอีกแล้ว

www.atimes.com

ปัญหาดังกล่าวนำมาสู่การประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่หลายฝ่ายมองว่าไม่ค่อยสร้างสรรค์นัก หลายคนอาจมองว่าเกมนี้อเมริกาถือไพ่เหนือกว่าเพราะอาจทำให้เศรษฐกิจจีนซวนเซจากการสูญเสียอำนาจการแข่งขันในสหรัฐอเมริกา แต่เอาเข้าจริงผลอาจตรงกันข้าม เนื่องจากจีนสามารถเปลี่ยนไปขายสินค้าให้กับตลาดทางเลือกใหม่ ซึ่งก็คือประเทศคู่ค้าในภูมิภาคอื่นๆ อาทิ ตะวันออกกลาง ยุโรป อินเดีย รัสเซีย หรือ แอฟริกาใต้ ในขณะที่อเมริกายังต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์และสินค้าจากต่างประเทศเป็นหลัก

ในขณะเดียวกันจีนก็ไม่ยอมตกอยู่ในฐานะผู้ถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว จึงประกาศกำหนดอัตราภาษีศุลกากรสูงถึงร้อยละ 25 สำหรับการนำเข้าสินค้าจากอเมริการวม 128 รายการ มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 93,400 ล้านบาท นอกจากจะประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากอเมริกาเป็นการโต้ตอบแล้ว ในด้านการลงทุน จีนยังทุ่มเงินก้อนมหาศาล 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สร้างรถไฟความเร็วสูงปักกิ่งมอสโคว์ ซึ่งจะมีความเร็วสูงที่สุดในโลกที่ 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เดินทางได้เร็วกว่าเครื่องบินที่มีอัตราความเร็วเพียง 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ยังไม่นับโครงการ One Belt One Road หรือเส้นทางสายไหมที่เชื่อมต่อกับทั่วโลก

โดนัลด์ ทรัมป์
เจอโรม พาวเวล

ขณะที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในของอเมริกายังดูเหมือนไม่ค่อยเป็นเอกภาพมากนัก เนื่องจากนโยบายที่ขัดแย้งกันระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ กับ นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เฟด โดยทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าว CNBC ว่า การดำเนินนโยบายของเฟดอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอเมริกาหลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจอเมริกาต่อสภาคองเกรส โดยเขาได้ส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งทรัมป์มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยในขณะนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในของอเมริกา

ดร.ชิณสัคควิเคราะห์สถานการณ์ต่อว่า หากเฟดยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็จะส่งผลต่อหนี้บริษัทและผู้บริโภคก็เตรียมตัวตกงาน และการลดค่าแรงหมายถึงการลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือน ที่ผ่านมาผู้บริโภคสามารถรับนโยบายสงครามการค้าได้ ตราบเท่าที่ยังคงมีเงินสำหรับบริโภคต่อไป แม้จะมีอัตราดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ ถ้าเฟดลดสินทรัพย์และเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในตลาด เมื่อนั้นประเทศต่างๆ ที่เคยใช้ดอลลาร์จะเริ่มแสวงหาการสนับสนุนจากที่อื่น หากเฟดจะไม่ลดยอดเงินและไม่หยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ย สุดท้ายจะส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจในตลาดต่างๆ ตกต่ำ รวมถึงราคาหุ้นในตลาดร่วงลง แต่อาจเป็นไปได้ว่าอัจีดีพีของอเมริกาแทบจะไม่ปรากฏให้เห็นมาตั้งแต่ปี 1970ตราการลดลงนี้จะเร่งตัวขึ้นภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ นั่นคือสภาพคล่องในการค้าและการค้าต่างประเทศจะต้องได้รับการบรรเทาโดยเงินสกุลอื่นๆ หรือเงินสกุลใหม่ของโลกแทน

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าคิดคือ ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ ปัญหานี้หนักหน่วงรุนแรงขึ้นในช่วงแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส บางประเทศที่เคยซื้อพันธบัตรอเมริกาอย่างรัสเซียก็ขายพันธบัตรไปมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านเหรียญ โดยหันไปซื้อทองคำแทนเพื่อป้องกันอธิปไตยทางเศรษฐกิจ และในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา ปักกิ่งได้ให้ความสนใจลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงินของอเมริกา ขณะที่การลงทุนในโครงการเส้นทางสายไหมและซื้อสินทรัพย์ที่น่าสนใจทั่วโลกให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า


การจัดวางภูมิเศรษฐกิจใหม่ของจีนผ่านการสร้างความร่วมมือกับทุกประเทศบนโลกผ่านเส้นทางการค้า One Belt One Road ส่งผลต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกและจีนอย่างมีนัยสำคัญ โดยจีนได้หันมาให้ความสำคัญกับรัสเซีย ยุโรป และยูเรเซีย เพื่อบ่มเพาะเศรษฐกิจของตัวเองขึ้นมาในโลกยุคใหม่ จนสามารถลดการแทรกแซงทางภูมิรัฐศาสตร์จากอเมริกาลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการสร้างกลุ่มก้อนการค้าใหม่อย่างบริคส์ (BRICS) ซึ่งประกอบด้วย บราซิลรัสเซียอินเดียจีน และ แอฟริกาใต้ ถือเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการย้ายอํานาจเศรษฐกิจโลกจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่าง G7 มาสู่กลุ่มประเทศกําลังพัฒนา

สงครามการค้าระหว่างโลก จีน กับ สหรัฐอเมริกา

บทความน่าสนใจเรื่องสงครามการค้า ที่เกี่ยวข้อง

การเผชิญหน้ากับ สงครามการค้า ที่เราทุกคนต้องเตรียมตัว


บรรยายโดย : รศ.ดร.ชิณสัคค สุวรรณอัจฉริย


เรียบเรียง : จตุรงค์ กอบแก้ว