ค่ำคืนวันจันทร์ที่ 23 กรกฏาคม 2561 คือวันที่พี่น้องชาวลาวต้องจดจำและเล่าขานกันสืบไปชั่วลูกหลานเหลนโหลน ในฐานะวันมหาวิปโยค อันมีสาเหตุจากเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย แตก เปิดทางให้มวลน้ำปริมาณมหาศาลกว่า 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ทำให้ผู้คนนับร้อยชีวิตสูญหายไปกับสายน้ำในชั่วพริบตา และผู้คนอีกกว่า 6 พันชีวิตต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย


ตำแหน่งที่ตั้งของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย อันเป็นจุดเกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งประวัติศาสตร์นี้ ตั้งอยู่บนที่ราบสูงบอละเวน เขตรอยต่อระหว่างแขวงจำปาศักดิ์กับแขวงอัตตะปือ ห่างจากเมืองปากเซประมาณ 80 กิโลเมตร

จุดมุ่งหมายหลักของการสร้างเขื่อนแห่งนี้ คือต้องการใช้พลังน้ำในการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2556 และมีกำหนดแล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องจักรผลิตกระแสไฟฟ้าในปี 2562  โดยใช้เงินลงทุน 22,000 ล้านบาท และมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าปีละ 410 เมกะวัตต์ โดยร้อยละ 90 ของกำลังการผลิตมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นลูกค้ารายใหญ่ ผูกขาดการรับซื้อต่อเนื่องยาวนาน 27 ปี

บริษัท ไฟฟ้า เซเปียน-เซน้ำน้อย จำกัด คือเจ้าของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมทุนกันของบริษัทข้ามชาติชั้นนำ 4 แห่ง ประกอบด้วยบริษัท SK Engineering and Construction จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 26 บริษัท Korea Western Power จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 25 บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ถือหุ้นร้อยละ 25 และ Lao Holding State Enterprise ถือหุ้นร้อยละ 24

สำหรับเงินลงทุน 22,000 ล้านบาทในการสร้างเขื่อนแห่งนี้ พึ่งพาแหล่งเงินจากสถาบันการเงินในประเทศไทยทั้งหมดในรูปของการปล่อยให้กู้ร่วมของสถาบันการเงิน 4 แห่งได้แก่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) – ธนาคารกรุงไทย – ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารธนชาต

ຈຸດເຄື່ອນ ເຊປຽນ-ເຊນຳ້ນ້ອຍ ແຕກ

โพสต์โดย Lomlom Atp เมื่อ วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม 2018

โครงการสร้างเขื่อนซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งโศกนาฏกรรมครั้งรุนแรงอย่างยิ่งนี้ มีบริษัททีมคอนซัลติ้งเอนจิเนียริ่งแอนด์แมเนจเมนท์ จำกัด หรือ ”ทีมกรุ๊ป” ซึ่งเป็นกิจการสัญชาติไทย ทำหน้าที่แบบเบ็ดเสร็จ โดยเป็นทั้งที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม รวมไปถึงการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)

โศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่นี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง? เชื่อว่าคนทั้งโลกน่าจะต้องการอยากรู้ไม่แพ้กัน

ข้อฉงนสงสัยนี้ “ทีมกรุ๊ป” ในฐานะที่ปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จของโครงการนี้ควรจะต้องรับผิดชอบในการตอบอธิบายกับพี่น้องชาวลาวที่ต้องรับเคราะห์กรรม รวมทั้งชาวโลกที่กำลังเงี่ยหูฟังด้วยใจจดจ่อ

เงื่อนปมที่ต้องการคำอธิบายอย่างยิ่งคือการออกแบบและการคำนวณโครงสร้างทางวิศวกรรม ได้คำนึงถึงสภาพอากาศที่เลวร้าย รวมทั้งอุบัติภัยไว้อย่างไร? และมีการติดตั้งระบบเตือนภัยไว้หรือไม่?

อีกคำตอบที่สำคัญยิ่ง ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องชาวลาวที่ประสบเคราะห์กรรมต้องการรับรู้คือบริษัท ไฟฟ้า เซเปียน-เซน้ำน้อย จำกัด จะรับผิดชอบเยียวยาความเสียหาย และความสูญเสียแก่พวกเขาอย่างไร?

ขอบคุณภาพประกอบจาก facebook.com/PhenluangPhenlao/


พบผู้เสียชีวิตแล้ว 26 ราย สูญหายอีก 131 ราย

สำนักข่าวประเทศ สปป.ลาว รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดพบผู้เสียชีววิตแล้ว 26 ราย และผู้สูญหายอีก 131 ราย ขณะที่ นาย ทองลุน สีสุลิต นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้แถลงผ่านทางโทรทัศน์ลาวว่า ตัวเลขผู้สูญหายมีจำนวน 131 คน โดยได้อพยพผู้ประสบภัยไปอยู่ที่สูงแล้วจำนวนหนึ่ง พร้อมกับหน่วยกู้ภัย ที่ได้ตรวจตรา ตรวจสุขภาพเบื้องต้น และจัดสรรที่อยู่อาศัยชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัย รวมถึงเครื่องนุ่งห่ม อาหารการกิน ซึ่งจำนวนผู้ประสบภัยมีถึง 587 หลังคาเรือน


Cambodian soldiers evacuate residents by boat from the floodings in Stung Treng province on Thursday. The torrent of water unleashed in a deadly Laos dam collapse has drained into Cambodia, forcing thousands to evacuate, as rescuers battled monsoon rains to find scores of Laotians still missing after entire villages were washed away. afp : www.phnompenhpost.com

มวลน้ำกระทบ 17 หมู่บ้านในกัมพูชา

สำนักข่าวเอบีซีลาว รายงานข่าวโดยอ้างอิงจากสำนักข่าวซินหัวของจีน ระบุว่ามวลน้ำจากกรณีเขื่อนแตกใน สปป.ลาวได้ไหลเข้าหมู่บ้าน 17 แห่ง ในจังหวัดสตึงเตรง ทางตอนเหนือของประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองสะหนามไซ แขวงอัดตะปือราว 187 กิโลเมตร


www.thaigov.go.th

นายกฯย้ำ พร้อมช่วย สปป.ลาว‘ เต็มที่

พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเฉพาะกิจขึ้นที่สำนักงานทางหลวงที่ 9 (อุบลราชธานี) พร้อมทั้งระดมสรรพกำลังจากภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะห้างแม็คโคร จ.อุบลราชธานี จัดเจ้าหน้าที่และสิ่งของที่จำเป็นส่งผ่านทางกงสุลใหญ่ไทยประจำแขวงสุวรรณเขต ก่อนส่งมอบต่อให้ทางการ สปป.ลาว ได้แก่ ถุงยังชีพ 10,000 ชุด เรือท้องแบนพระราชทาน 4 ลำ เรือท้องแบนกรมเจ้าท่า 2 ลำ รถบรรทุก 6 ล้อและเรือขนของ รวม 30 คัน รถเทรลเลอร์ 1 คัน เจ้าหน้าที่ประจำรถและเรือ รวม 150 คน

สำหรับเรือท้องแบน 6 ลำ และเจ้าหน้าที่ประจำเรือของกรมเจ้าท่านั้น จะอยู่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจนเสร็จสิ้นภารกิจ และหลังจากนั้นรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมจะส่งทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยทางการ สปป.ลาว สำรวจความเสียหายของถนนและสะพาน เพื่อร่วมฟื้นฟูบูรณะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้รายงานว่า ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดที่มีความพร้อมจัดตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สปป.ลาวที่ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ โดยหากประสงค์จะบริจาคสิ่งของจะต้องเป็นสิ่งของที่ สปป.ลาว ต้องการ เช่น เต็นท์ชั่วคราว ผ้าห่ม หมอน เครื่องนอน อุปกรณ์ทำอาหาร (หม้อ จาน ฯลฯ) น้ำดื่ม เสื้อผ้า ยารักษาโรค ห้องน้ำเคลื่อนที่ และเป็นของใหม่ที่ไม่มีสภาพเสี่ยงต่อการชำรุดหรือบูดเน่า รวมทั้งต้องคำนึงถึงการบรรจุหีบห่อให้มิดชิดและสะดวกต่อการขนส่งด้วย