เมื่อสหรัฐเกิดปัญหาการว่างงาน การขาดดุลการค้า หนี้มากกว่า 20 ล้านล้านเหรียญ กำลังซื้อในประเทศลก็ดลงตั้งแต่ทศวรรษที่ 60 ในศตวรรษที่แล้ว รายจ่ายในการดูแลความปลอดภัยให้แก่พันธมิตรและความไม่แน่นอนที่ต้องหา โรงงานการผลิตของโลกใหม่ แทนจีน


เนื่องจากจีนมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และจีนกำลังส่งออกเทคโนโลยีแทนการแปรรูปพื้นฐาน 
ทำให้สหรัฐจำเป็นที่ต้องค้นหากลยุทธ์ภูมิรัฐศาสตร์ใหม่และประเมินตนเองและประเทศที่เป็นพันธมิตรใหม่ นักวิเคราะห์บ้านเรามองว่าทรัมป์บ้าทะลุพิกัด แต่จริงๆ แล้วนั้นคือภาพลวงตา และทรัมป์ไม่ได้บ้า แต่ทรัมป์นั้นต้องการกอบกู้ตำแหน่งสหรัฐขึ้นมาใหม่

ประการที่หนึ่ง


ทรัมป์ มองว่า ภูมิรัฐศาสตร์เดิมนั้นที่โอบามาดำเนินการก่อนหน้านี้หรือทุนวอลล์สตรีทไม่ได้สร้างสินทรัพย์ให้แก่อเมริกันชนเพิ่มขึ้น แค่ผู้ที่ได้ประโยชน์คือชนชั้นสูงในตลาดหุ้นและโกลด์แมน แซคส์แค่นั้น ทำให้สหรัฐไม่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจพึ่งพาประเทศอื่นๆ มากเกินไป ผู้ที่ได้ประโยชน์คือ จีน แต่การเมืองแบบเดิมนั้นที่เคยเป็นข้อตกลงมาใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความโดดเดี่ยวแบบอดีตสหภาพโซเวียตไม่สามารถนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน และจีนใช้ประโยชน์มากเกินไปจากการค้ามากกว่า 3 แสนห้าหมื่นล้านต่อปีจากสหรัฐ

ในขณะที่ อียู(EU) ได้รับการคุ้มครองจากสหรัฐในนามนาโต้เพื่อดูแลความมั่นคงความปลอดภัยแก่ยุโรป 
สหรัฐต้องดูแลทุกอย่างในฐานะยามซึ่งเป็นรายจ่ายมหาศาล และต้องเผชิญหน้ากับรัสเซียซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนของสหรัฐในด้านค่าใช้จ่ายและการพัฒนาอาวุธตลอดเวลา วอชิงตัน ไม่ได้ประโยชน์ภูมิรัฐศาสตร์แบบเดิมที่นำมาใช้ มีแต่รายจ่ายและหนี้สิน 

ประการที่สอง


การคุ้มครองป้องกันยุโรป นอกจากสร้างความหวาดระแวงต่อปูตินแล้วในการขยายตัวของนาโต้ไปถึงชายแดนรัสเซียแต่ รัสเซียนั้นก็สามารถทำลายสหรัฐอเมริกาได้เช่นกันโดยขีปนาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียงกว่า 10 เท่าและไม่สามารถสกัดได้ 

การเผชิญหน้ากันแบบกลยุทธ์การสะสมอาวุธแบบเดิมนั้นไม่มีประโยชน์ แต่หากปรับกลยุทธ์เป็นแบบคู่แข่ง นอกจากสหรัฐลดรายจ่ายการทหารแล้ว รัสเซียได้ประโยชน์ในเรื่องนี้คือสามารถลดรายจ่ายด้านการทหาร หันมาพัฒนาเศรษฐกิจ ปูตินได้วางแผนไว้ตั้งแต่ปี 2008 ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประโยชน์


 

สิ่งที่ต้องทำ

1. ทรัมป์ ต้องทำลายความเป็นเอกภาพของยุโรป แม้ว่าสหรัฐมีกองกำลังในเยอรมันมากกว่า 35,000 คน ไม่ได้บ่งบอกความเป็นรัฐที่มีอธิปไตยอย่างสมบูรณ์และกองกำลังของสหรัฐตามฐานทัพสมาชิกนาโต้

แต่นั้นทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐมีความอ่อนแอ เนื่องจากอียูนั้นมีอธิปไตยทางเศรษฐกิจเหนือกว่าสหรัฐ ซึ่งสหรัฐมียอดการค้าที่ต่ำกับอียู ในทางตรงกันข้าม อียูได้ประโยชน์มากกว่าแสนห้าหมื่นล้านต่อปี และการแบ่งงานระหว่างประเทศกับยุโรป สหรัฐได้ประโยชน์น้อยมากและไม่สามารถสกัดตลาดพลังงานของรัสเซียได้ สหรัฐไม่สามารถสั่งได้ตามใจและที่สำคัญ ภูมิรัฐศาสตร์แบบเดิมนั้นทำให้เยอรมันมีความแข็งแกร่งมากจนกลายเป็นคู่แข่งของสหรัฐ จำเป็นที่ต้องขอให้สมาชิกนาโต้เพิ่มรายจ่ายในอนาคตเป็นร้อยละ 4 ของจีดีพี แต่ อังเกลา แมร์เคิล รับปากแค่ 1.5 ของจีดีพี ทรัมป์จึงต้องการถอนตัวออกจากนาโต้กลับบ้านและให้ยุโรปรับภาระความมั่นคงโดยตนเอง


2. ต้องคุยกับ ปูติน ในการแบ่งเขตอิทธิพลโลกในอิหร่าน ทรัมป์ ต้องการสร้างสาธารณรัฐยิวแทนอิหร่านซึ่งเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค ปูตินอาจยอมรับข้อตกลงในการแลกเปลี่ยน ถึงตอนนี้ถ้าทรัมป์ไม่รับรองสถานะยูเครน ยูเครนก็ต้องลงประชามติ หมายถึงสาธารณรัฐโดเนียซและลูกานส์จะกลายเป็นสาธารณรัฐใหม่ ประเทศยูเครนก็มีสิทธฺ์ที่จะแตกแบบยูโกสลาเวีย ทำให้รัสเซียสามารถลดการขยายตัวของนาโต้ในชายแดนตะวันออก


3. สหรัฐ จะไม่ดูแลยุโรปต่อไปและจะกลับบ้าน กลายเป็นเรื่องที่ต้องเผชิญหน้ากันระหว่างยุโรปและรัสเซีย ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ของยุโรปตอนนี้ ปูตินวางท่อแก็สในโครงการกระแสเหนือ 2 ไว้หมด กลายเป็นการฝังอียูด้านพลังงาน หากทรัมป์ประกาศสงครามทางการค้านั้น ทำให้อียูพึ่งพารัสเซียมากยิ่งขึ้นด้านต้นทุนการผลิต แต่ทรัมป์จะได้ประโยชน์ในการลดรายจ่ายด้านการทหารและเศรษฐกิจของตนเองและทำให้ยุโรปแตก จะเหลือแค่ เยอรมัน ที่ต้องเผชิญหน้ากับ ปูติน สหรัฐจะมีโอกาสในการสร้างเศรษฐกิจของตนเองขึ้นมาใหม่ในการรบกับจีนโดยสร้างโรงงานผลิตสินค้าโลกขึ้นมาใหม่


นี้คือกลยุทธ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ของทรัมป์ที่ไม่ได้บ้าแต่ถูกโจมตีโดยชนชั้นสูงและนักข่าวตอนนี้เนื่องจากไปขัดแย้งผลประโยชน์ในระดับโลก แต่ทรัมป์กำลังต้องการเป็นผู้ออกแบบภูมิรัฐศาสตร์โลกใหม่

สำหรับไทยนั้นอาจต้องวางแผนการค้ากับอียูใหม่ เนื่องจากอียูขาดผู้อุปถัมภ์ทางเศรษฐกิจโครงการในพื้นที่เศรษฐกิจใหม่อย่าง อีอีซี จากยุโรปนั้นอาจจะต้องหาลูกค้ารายใหม่


สงครามการค้าระหว่างโลก จีน กับ สหรัฐอเมริกา และการเกิดขั้วมหาอำนาจขั้วใหม่

อเมริกา งัวเงีย หลังเสียโง่ให้ รัสเซีย


เรื่องโดย : รศ.ดร.ชิณสัคค สุวรรณอัจฉริย