เริ่มเห็นผู้เล่นที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นในพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการลงนามข้อตกลงทางการค้าขนาดใหญ่ของโลกระหว่างอียูและญี่ปุ่นจะเป็นแรงต้านนโยบายของการกีดกันทางการค้าของสหรัฐและจะเกิดการเปลี่ยนโครงสร้างของตลาด
แน่นอนว่าเกิดพื้นที่การค้าใหม่ที่มีประชากรมากกว่า 600 ล้านคน จะส่งผลกระทบต่อการค้าโลก 40% (สูงถึง 70% ในกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค) การลดราคาจะส่งผลให้การส่งออกและนำเข้าเพิ่มขึ้น
อียูส่งออกสินค้าและบริการไปยังญี่ปุ่นในมูลค่ากว่า 1แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ผลิตภัณฑ์สินค้าการเกษตรของอียูเพิ่มขึ้นเป็น 180% อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ของญี่ปุ่นจะได้รับประโยชน์จากข้อตกลงใหม่ สงครามการค้าโลก
ในขณะที่ราคารถยนต์ญี่ปุ่นในยุโรปจะลดลง เนื่องจากอัตราภาษีนำเข้าที่ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปและกฎหมายที่ใช้กับสิทธิในทรัพย์สินที่สนับสนุนระเบียบการค้าแบบเสรีนิยมโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของวอชิงตัน

ตรงนี้น่าสนใจตรงที่ว่ารวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ น่าจะเป็นการใช้สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์เพื่อลดแรงกดดันจากวอชิงตัน ที่สำคัญที่สุดคือผลที่เกิดขึ้นจริงบริษัทสหรัฐงานเข้าแน่นอนที่เคยส่งออกเนื้อวัวหมู ไวน์ รองเท้า เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อื่นๆ จำนวนมากไปยังญี่ปุ่น เนื่องจากการลดภาษีสินค้าในยุโรปจะทำให้สินค้าจากสหรัฐมีข้อจำกัดในการแข่งขัน ผู้ผลิตรถยนต์จากสหรัฐฯจะเป็นผู้เสียเปรียบในตลาดอียูและญี่ปุ่น
มาตรฐานสากลเกี่ยวกับการค้าบริการ ทรัพย์สินทางปัญญาที่มาของผลิตภัณฑ์มาตรฐานความมั่นคง ยานยนต์และแนวคิดทางการค้าที่สำคัญต่างๆ จะได้รับการกำหนดโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ จะกลายเป็นญี่ปุ่นและอียูกำหนดกฎกติกาในระเบียบการค้าแบบเสรีนิยมที่มิไดคำนึงถึงผลประโยชน์ของสหรัฐในการร่างขึ้นนับเป็นครั้งแรกในเวทีการค้าโลก
ใครได้ประโยชน์ตรงนี้?
1. โตเกียวได้ประโยชน์เรื่องนี้จากปัญหาของสหรัฐ กล่าวคือในแง่เศรษฐกิจเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นข้อตกลงที่ทำกำไรได้อย่างเห็นได้ชัด เป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาเรื่องความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคในภูมิภาค ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าที่สำคัญอันดับสองของอียูในเอเชีย (หลังจีน) อียูและญี่ปุ่นมีสัดส่วนของจีดีพี มากกว่า 1 ใน 3 ของโลก ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงนี้ญี่ปุ่นจะลดหรือยกเลิกภาษีสินค้าไวน์ยุโรป ชีส หมูและเครื่องหนังและผู้ผลิตรถยนต์ชาวญี่ปุ่นจะได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่าในการเข้าถึงตลาดยุโรป
2. เส้นทางสายไหมใหม่ของจีนน่าจะทำงานอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น กล่าวคือจีนได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพศุลกากรยูเรเชียซึ่งจะเปลี่ยนประเทศให้เป็นเขตเดียวที่อยู่ระหว่างยุโรปและญี่ปุ่น สินค้าสามารถขนส่งจากญี่ปุ่นไปยังจีนทางทะเลแล้วต่อด้วยรถไฟไปคาซัคสถาน รัสเซียและเบลารุสโดยตรงไปยังพรมแดนของสหภาพยุโรป ค่าขนส่งก็จะถูกลงแข่งกับทางเรือได้ แม้ว่าปัจจุบันรถไฟจีนบรรทุกเนื้อสุกรจากฮอลแลนด์ เดนมาร์กก็ตาม ทางตอนเหนือของทะเลรัสเซียสามารถกลายเป็นเส้นทางการค้าสำหรับการส่งมอบสินค้าจากญี่ปุ่นไปยังยุโรปและในทางกลับกัน รัสเซียและจีนได้ประโยชน์ตามฟอร์มเสริมสร้างความมั่นคงแก่ยูเรเชีย
3. เวียตนามน่าจะได้ประโยชน์ตรงนี้หากเส้นทางรถไฟของเวียตนามเชื่อมโยงกับจีน เนื่องจากเวียตนามเป็นสมาชิกของสหภาพศุลกากรยูเรเชียและมีข้อตกลงทางการค้าเสรีกับอียู ทำให้สินค้าจากเวียตนามเข้าสู่ตลาดได้ง่าย ตรงนี้เวียตนามอ่านเกมส์ขาดในแง่ของการเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์ใหม่และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุนในโรงงานตลาดโลกใหม่แทนจีนซึ่งหันไปส่งออกเทคโนโลยีแทน
อียูและญี่ปุ่นมองว่าข้อตกลงทางการค้าและเป็นเครื่องมือในการรักษาระเบียบหลักการค้าเสรีนิยมต้องเสริมสร้างมาตรฐานร่วมกันในด้านต่างๆ เช่นตลาดแรงงาน ความมั่นคงพาณิชย์ดิจิตอลการคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กำหนดบรรทัดฐานและค่านิยมทั่วไปที่ต้องปรับให้เข้ากับอำนาจของจีนที่เพิ่มขึ้นเพื่อกดดันจีนที่ขยายตัวในเอเชียและรัสเซียในยุโรปเพิ่มมากขึ้น
ถึงตรงนี้ชัดเจนว่า อียูกำลังเปลี่ยนเวคเตอร์พื้นที่เศรษฐกิจไปสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทนสหรัฐและจะขยายทางการค้าไปกับจีนคู่แข่งของญี่ปุ่น เยอรมันต้องการสร้างตลาดใหม่ๆ มุ่งเน้นความต้องการของเขตการค้าใหม่ ญี่ปุ่นเช่นกันต้องการหาตลาดใหม่และการกระจายการลงทุนไปสู่ตลาดใหม่ๆ ในทวีปยุโรป อาจมีผลต่อสหรัฐโดยตรงในการยกเลิกภาษีนำเข้าในเกือบทุกผลิตภัณฑ์จะเปลี่ยนไปตามตลาด
ข้อตกลงใหม่เกี่ยวกับการจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างอียูและญี่ปุ่นทำให้เกิดคำถามว่าการเปิดเสรีการค้าโลกอาจทำได้โดยไม่มีบทบาทผู้นำของวอชิงตันต่อไปเพื่อสร้างระเบียบการเศรษฐกิจ
จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าตอนนี้วอชิงตันกำลังหลุดพ้นจากบทบาทความเป็นผู้นำแบบดั้งเดิมในการค้าโลก
บรัสเซลและโตเกียวกำลังพยายามยึดความคิดริเริ่มที่ลงนามในข้อตกลงในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญยิ่งใหญ่เปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ในพื้นที่การค้าโลกและเวียตนามน่าจับตามองมากว่าอาจเริ่มต้นทบทวนความสำเร็จอย่างจีนในฐานะโรงงานโลก สำหรับไทยอาการน่าเป็นห่วงตอนนี้เพราะยังไม่ค่อยปรับเข้ากับภูมิทัศน์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลง
เรื่องโดย : รศ.ดร.ชิณสัคค สุวรรณอัจฉริย
ขอบคุณภาพจาก https://frontnews.eu/contents/news/6377/images/resize_2CZ6dfLRG1rQhlmPt5xAJgOTNjybDcIY_980x590.jpg










