หากในหัวของคุณยังคงมีภาพจำสำหรับ ประเทศเอธิโอเปีย เป็นภาพความอดอยาก ยากไร้ และขาดแคลนของคนในประเทศ นั่นเท่ากับว่า คุณรู้จักแค่เพียง อดีตของประเทศในทวีปแอฟริกาประเทศนี้เท่านั้น เพราะวันนี้ บอกได้เลยว่า ประเทศเอธิโอเปีย กำลังเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปในแบบที่ชาวโลกคาดไม่ถึง


บทพิสูจน์ข้อมูลที่บอกมาข้างต้นนี้ มาจากรายงานข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่รายงานว่าประเทศเอธิโอเปียมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รุดหน้า โดยมี GDP ที่เพิ่มขึ้นอัตราเฉลี่ยในปีนี้ที่ร้อยละ 8.5 และมีการคาดการณ์ต่อไปว่า เศรษฐกิจของประเทศจะขยายตัวเฉลี่ยในปีนี้อย่างน้อยร้อยละ 6.5 ด้วยข้อเท็จจริงนี้ทำให้เอธิโอเปียสร้างสถิติใหม่ ครองตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรฐกิจโดยเฉลี่ยของประเทศถึงประมาณร้อยละ 10 จนคนทั่วโลกต่างมอบฉายา “จีนแห่งทวีปแอฟริกา” ให้กับเอธิโอเปีย เพราะความเจิดจรัสในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงในเศรษฐกิจโลกในแนวทางเดียวประเทศจีนนั่นเอง


ส่องแนวคิดการพัฒนา ประเทศเอธิโอเปีย vs. ประเทศจีน ว่าที่ผู้กุมชะตาเศรษฐกิจโลก

ที่มาของการนำประเทศเอธิโอเปียมาเปรียบเทียบกับประเทศจีนในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก ทั้งสองประเทศนี้ แม้จะอยู่กันคนละซีกโลก ทว่า ทั้งจีนและเอธิโอเปียต่างมีรากฐานในการพัฒนาประเทศที่เติบโตมาจากแนวคิดที่คล้ายกัน นั่นคือ การไม่ไปกังวลกับประวัติศาสตร์หรืออดีตอันขมขื่นที่เกิดขึ้นใประเทศ และมีวิสัยทัศน์ชัดเจนกับการพัฒนาประเทศในอนาคต โดยเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งประเทศของตนจะพัฒนาขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจผู้ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจของโลกได้

Ethiopia’s capital, Addis Ababa : www.eastafricaecotour.com
www.videoblocks.com

นอกจากแนวทางในการพัฒนาประเทศที่มีความมุ่งมั่นในแบบเดียวกันแล้ว หากมองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ยุคก่อนคริสตกาลของจีนและเอธิโอเปีย ประเทศจีนมีรากฐานแน่นหนาในฐานะชนชาติที่ผลิตทั้งความรู้ วิทยาการต่างๆ จนกระทั่งเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ หลังจากยุคของเหมา เจ๋อ ตุง ที่ทุกภาคส่วนทั้งการผลิต ภาคบริการ และภาคอื่นๆ เสริมพลังกันเป็นตัวดึงให้เศรษฐกิจจีนให้เติบโตขึ้นอย่างร้อนแรง ก้าวกระโดดและต่อเนื่อง กระทั่งกลายเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก ครอบครองทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์

ส่วนเอธิโอเปียก็ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใครตั้งแต่ยุคก่อนคริสตกาล รู้จักกันในชื่อของอาณาจักรอัคสุไมต์ ซึ่งเป็นอาณาจักรเก่าแก่และมีอารยธรรมล้ำค่าที่สั่งสมกันมาตั้งแต่ในยุคนั้น ซึ่งชาวเอธิโอเปียเองก็ภาคภูมิใจว่าเชื้อสายของตนนั้นมีความเชื่อมโยงกับกษัตริย์โซโลมอน กษัตริย์แห่งอิสราเอล ที่ครองราชย์เมื่อปี 970-931 ก่อนคริสตกาล

www.ethiopianairlines.com

ด้วยแนวคิดในการปกครองที่เป็นฐานรากอันเข้มแข็ง นำมาสู่การละทิ้งแนวคิดคอมมิวนิสต์ในคริสต์ศตวรรษที่ 1970 ซึ่งเป็นช่วงหลังสงครามโลก และเดินหน้าพัฒนาประเทศด้วยเศรษฐกิจทุนนิยม จนประสบความสำเร็จในด้านนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมหลายๆ ด้าน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การพัฒนาบริการในภาครัฐวิสาหกิจอย่างสายการบิน “เอธิโอเปียแอร์ไลนส์” ให้ได้มาตรฐานและเป็นที่ไว้วางใจของนักเดินทางทั่วโลก


จีน & เอธิโอเปีย พันธมิตรเกื้อหนุน พัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตไปพร้อมกัน

ปัจจุบัน จีนและเอธิโอเปียได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ โดยจีนเข้ามาเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับประเทศเอธิโอเปียในหลายๆ ด้าน ทั้งการลงทุนธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์รอบเมืองหลวง อาดดิส อบาบา ของเอธิโอเปีย ช่วยก่อสร้างและวางระบบรางเบาขนส่งมวลชนในเมืองหลวง ออกแบบและสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า รวมถึงเป็นผู้วางโครงสร้างในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมประเทศจิบูติ ทางทิศตะวันออกติดกับชายฝั่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ เอธิโอเปีย ได้มีทางออกเชื่อมสู่ทะเลและมหาสมุทรได้

financialtribune.com

โดยว่ากันว่า การปรากฏตัวของพี่จีน ใน เอธิโอเปีย มีนัยสำคัญในทางการมอบความหวังให้ชาวเอธิโอเปียมีโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการมีส่วนในอภิมหาโปรเจคของรัฐบาลเอธิโอเปีย ที่วางโครงการไว้ว่าจะมีทางรถไฟยาว 2,750 กิโลเมตรในปลายปี 2020 เพื่อเชื่อมต่อเมือง 49 แห่งทั่วประเทศ ผ่านการก่อสร้างทางรถไฟหลัก 6 เส้นทางโดยรถไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ยาว 752 กิโลเมตรซึ่งเชื่อมต่อใจกลางเอธิโอเปียกับเมืองท่าจิบูตี ซึ่งประเทศจีนก็เป็นพันธมิตรหลักที่จะร่วมให้ความช่วยเหลือในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงนี้ให้แล้วเสร็จในเร็ววัน

แต่อย่างไรก็ตาม ตอนท้ายของบทความจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กก็ไม่ลืมเน้นย้ำถึงวิกฤตที่เอธิโอเปียยังต้องเผชิญอยู่ว่า ไม่มีอะไรหนักหนาไปกว่าปัญหาเรื่องการสร้างชาติและปัญหาด้านพรมแดนกับเพื่อนบ้านทางทิศเหนืออย่างเอริเทรีย ส่วนทางใต้หลายชนเผ่าก็ยังไม่สามารถเชื่อมตัวเองเข้ากับส่วนกลางจากเมืองอับดิส อบาบาได้ ทั้งยังมีการปะทะกันประปรายกับชนเผ่าโอโรเมีย และกลุ่มโซมาลี ทางทิศตะวันออก ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นอุปสรรคที่นักลงทุนยังต้องคำนึงถึง

ทว่า อย่างไรเสีย ด้วยเสถียรภาพทางการเมือง ภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ตรงกลางของแอฟริกาตะวันออก และการเจริญเติบโตที่ก้าวกระโดด ประเทศเอธิโอเปียก็ยังควรค่าแก่การเข้าไปลงทุน และเป็นประเทศที่น่าจับตามองประเทศหนึ่งของโลกในการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจทีเดียว


อ้างอิง : https://www.bloomberg.com/view/articles/2018-05-29/ethiopia-already-is-the-china-of-africa


http://www.tcjapress.com/2017/03/13/รถไฟจีนช่วยสร้างความหว/


อ่าน ความเป็นไปของ เศรษฐกิจโลก

เปิดศักราชใหม่ เอธิโอเปีย กับ ผู้นำหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ‘ซาห์เล เวิร์ก ซิวเด’

สงครามการค้าระหว่างโลก จีน กับ สหรัฐอเมริกา และการเกิดขั้วมหาอำนาจขั้วใหม่


ภาพเปิดจาก www.thereporterethiopia.com

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.207/61
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.208/61
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์