จากที่เรามีโอกาสไปฟังเสวนาในหัวข้อ ‘Global VS China Digital trend in 2020: What’s next for Thai Digital industry?’ (เทรนด์ดิจิทัลโลก VS จีน ในปี 2020 และก้าวต่อไปของวงการดิจิทัลไทย โดย สมาคมดิจิทัลไทย) ในงาน BIG Change to BIG Change Future Economy & Internet Governance ซึ่งประเด็นด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนน่าจับตามองอย่างมาก


เรื่องดิจิทัล คุยได้ไม่รู้จบ

4 ผู้ร่วมเสวนาที่มาอัปเดตเทรนด์ดิจิทัลในระดับประเทศและระดับโลก ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์และเห็นความเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Transformation โดยเฉพาะในประเทศไทยจีน ได้แก่


Digital Trend

ณัฐพร วุ่นกลิ่นหอม นายกสมาคมดิจิทัลไทยและผู้ช่วยผู้อำนวยการ ETDA
ดร.ธิริน วาณิชเสนี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท อีทัช จำกัด Official authorized partner of Alibaba.com ในประเทศไทย และเป็นบริษัทฯ ในเครือมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ทัศนัย เหมือนเสน อุปนายกสมาคมดิจิทัลไทยและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ JobBKK เว็บไซต์จัดหางาน
ปฐม อนิทโรดม ที่ปรึกษา บริษัท ไอ.ซี..ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สหพัฒน์ เครือสหกรุ๊ป กรรมการ Creative Digital Economy หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, อุปนายกสมาคมดิจิทัลไทย

โดยมี กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ เลขาธิการสมาคมดิจิทัลไทย และที่ปรึกษาโครงการ eCommerce, ETDA เป็นผู้ดำเนินรายการ


Salika สรุปมาให้
  • ณ นครหางโจว เมืองหลวงของมณฑลเจ้อเจียง เป็นเมืองดิจิทัล คนในเมืองก็เป็นพลเมืองดิจิทัล ไม่ว่าจะทำอะไรก็ใช้แอปพลิเคชัน เช่น สั่งไก่เคเอฟซีมากินที่บ้าน ซื้อของในห้าง ซื้อตั๋วโดยสารรถไฟ หรือถ้าต้องการเรียกรถแท็กซี่ คนจีนก็ไม่ยืนข้างทางกันแล้ว แต่เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน
  • จีนใช้ Big Data ทำนายอนาคตและหาลูกค้า ยกตัวอย่างสินค้าที่ขายโจ่งแจ้งไม่ได้ เช่น เจลหล่อลื่น (18+) อยากทำตลาดในไทยแต่ก็ไม่มี Data คนไทย ก็ใช้วิธีโฟกัสกลุ่มผู้ชายในโซเชียล มีเดีย อย่างในเฟซบุ๊ก พบว่ามีชายไทยที่น่าจะเป็นลูกค้าได้ 30% แต่คิดว่าน่าจะหาได้มากกว่านั้นอีก จึงคิดเพิ่มว่า ใช้อัลกอริทึมหาชายไทยเฟซบุ๊กแบบไม่ระบุอายุ โดยให้ AI ช่วยค้นหาคนที่ชอบเปลี่ยนรูปโพรไฟล์บ่อยๆ (ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10 ครั้ง) และมักจะเป็นรูปโชว์กล้าม ทำให้เจอลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายถึง 70%
  • จีนให้ความสำคัญกับการสร้างคน พัฒนาคนอย่างมาก จึงเสริมสร้างทักษะผู้ประกอบการให้ประชากรชาวจีนตั้งแต่วัยเรียน เช่น นักศึกษามหาวิทยาลัยต้องทำแอปพลิเคชันให้มีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่าล้านคนจึงจะสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี

Digital Trend, Big Change

  • องค์กรธุรกิจในจีนมีค่านิยมในการสร้างคน จึงจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกและมีพื้นที่ให้ใช้ เช่น E-commerce Park ซึ่งมีลักษณะคล้าย Co-working Space ให้นักศึกษาฝึกงานหรือเพิ่งจบใหม่มีพื้นที่ทำงาน จับคู่คนที่มีแนวคิดตรงกันมาร่วมกันมองปัญหา หาโซลูชันส์ และสร้างธุรกิจตั้งแต่เรียนชั้นปี 3 ผ่านระดับหนึ่งก็จะเข้าสู่กระบวนการสร้าง Micro SMEs ซึ่งเมื่อมีผู้ใช้งานและรายได้เข้ามาราวๆ 5 ล้านบาท ก็จะขยับธุรกิจขึ้นไปพัฒนาตนเอง พัฒนาธุรกิจ ผ่านทางระบบนิเวศผู้ประกอบการในระดับที่ใหญ่ขึ้น
  • แนะนำให้ร้านค้า ผู้ประกอบการชาวไทย ติดตั้งแอปพลิเคชันรับชำระเงินจากคนจีนเช่นเดียวกับร้านสะดวกซื้อ เพื่อให้คนจีนใช้จ่ายสะดวกขึ้น 
  • เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 แจ็ค หม่า และ โพนี่ หม่า สองบอสใหญ่จาก Alipay และ Wechat Pay จับมือกันทำ Face Recognition ให้ชาวจีนที่มี Alipay, Wechat Pay อยู่แล้ว สมัครใช้โดยถ่ายรูปใบหน้า (ถ้าไปทำศัลยกรรมมาก็ควรถ่ายใหม่) ที่เครื่องลงทะเบียน ข้อมูลเจ้าระบบเเรียบร้อยก็สามารถสแกนใบหน้าเพื่อทำรายการต่างๆ ได้ทันที
  • ในนครหางโจวและเซินเจิ้น คนจีนรุ่นใหม่เริ่มไม่ใช้แอปพลิเคชัน สังคมจีนจึงเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง จาก สังคมไร้เงินสด เป็น ‘Mobileless Society’ คือ ไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนก็ซื้อของได้ เพราะใช้ Face Recognition ตั้งแต่ก้าวเข้าประตูร้านค้า (บางร้าน) ระบบสแกนหน้าเสร็จก็จะแสดงข้อความ Welcome ……(Name)……. เมื่อหยิบสินค้าจากเชลฟ์จนกระทั่งเดินออกจากร้าน ระบบก็จะหักเงินในบัญชีได้ทันที ไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟนสแกน QR Code ล่าสุดจึงมีการแบ่งคนจีนเป็น ‘พลเมืองชั้นหนึ่ง’ กับ ‘พลเมืองชั้นสอง’ จากการใช้เทคโนโลยีกันเลยทีเดียว โดยคนที่ Face Recognition ในการชำระเงิน คือกลุ่ม Mobileless Society เป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง ส่วนคนที่ใช้ QR Code ชำระเงิน คือกลุ่ม Cashless Society จัดว่าเป็นพลเมืองชั้นสอง

ในงานเสวนาดังกล่าวยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกมาก รับชมย้อนหลังได้ที่วิดีโอด้านล่างนี้

Cashless Society สังคมไร้เงินสด


ทำไมดีลธุรกิจกับคนจีนสำเร็จยากจัง? เผยอุปสรรค-โอกาส-ทางลัด โดยซีอีโอ TeC ‘กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ’

 

จับตา มณฑล ส่านซี กับการนำ เทคโนโลยี AI มาพัฒนาเพื่อขึ้นนำในตลาดโลก

สรุปวิธีทำให้สินค้าไทยไปอยู่ในมือคนจีน จากงานมหกรรมการค้าและการลงทุนบนเส้นทางสายไหมใน “ซีอาน”

SMART CITY IS HERE & NOW เปิดแนวคิดจัดการเมือง ด้วยโมเดล เมืองอัจฉริยะ