ใช่ว่าแพลทฟอร์มของการบูรณาการเศรษฐกิจโลกนั้น จะมีแต่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ การทหารกำหนดกติกาของตนเองอย่างเดียวที่เราเห็นได้ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจแบบจักรวรรดินิยม หมู่คณะตะวันตก (อียู) และ BRICS แต่ละกลุ่มนั้นต่างหาแพลทฟอร์มของตนเอง


ดังหลักการที่ว่าคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก เราจึงเห็นหลายรูปแบบของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจแต่ประเทศที่ไม่ใช่มหาอำนาจ หากอ่านภูมิรัฐศาสตร์ของโลกออกก็สามารถเข้าร่วมผสมผสานในเศรษฐกิจโลกได้ ดูอย่างเวียตนามเพื่อนบ้านของเรา ผู้นำมีความทะเยอทะยานอย่างมากในฐานะสถาปนิกของการเข้าไปสู่การจัดระเบียบที่ตนเองต้องการในด้านภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งงานการทำระหว่างประเทศ


 

1. เศรษฐกิจของเวียตนามนั้นขึ้นกับจีน จีนใช้พลังอ่อนนุ่มในการกำกับเวียตนาม กล่าวคือจีนเป็นคู่ค้าเบอร์ 1 ของเวียตนาม และเป็นปัญหาสำหรับฮานอย หากมีความขัดแย้งระหว่างจีนกับเวียดนามในกรณีหมู่เกาะทะเลจีนใต้ ฮานอยตระหนักว่าพวกเขาจะค่อนข้างโดดเดี่ยว

ทำให้เวียดนามเริ่มเจรจากับสหภาพยุโรป นอกจากผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจแล้ว ฮานอยยังหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนจากต่างประเทศ ลดการพึ่งพาจีนและประสบความสำเร็จในการเข้าทำให้อียูอยู่ในภูมิภาคนี้ชักจูงมาลงทุน และปริมาณการค้าร่วมกัน 4 หมื่นล้านเหรียญ น่าจะเป็นพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการที่ฮานอยจะได้รับประโยชน์ เมื่อเกิดข้อถกเถียงโดยอียูจะอ่อนข้อให้ หากอียูมาลงทุนหรือสัมปทานในเวียตนามที่เพิ่มขึ้น

ฮานอยมีข้อตกลงกับบรัสเซลตั้งแต่ปี 2015 หมายความว่ามีมาตรฐานที่สูงขึ้นในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้นเวียดนามจะต้องให้หลักฐานแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ของตนรวมถึงการผลิตให้สอดคล้องกับหลักการของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม 

นอกจากนี้อียูยังต้องการกฎระเบียบที่เข้มงวดในด้านกฎหมายการแข่งขันและกฎหมายสิทธิบัตร ก่อนที่ข้อตกลงเขตการค้าเสรี จะมีผลบังคับอย่างเต็มที่ เวียดนามควรปฏิรูประบบกฎหมายของตน มิฉะนั้นเวียดนามอาจไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของอียู หากเวียตนามทำได้ก็สามารถจำหน่ายสินค้าได้ในอียูโดยไม่มีภาษีกีดกั้นทางการค้าและลดการพึ่งพาจีน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ชุดโทรศัพท์ รองเท้า สิ่งทอและเสื้อผ้า กาแฟ ข้าว อาหารทะเลและเฟอร์นิเจอร์ แต่นำเข้าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีเทคโนโลยีสูงรวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าเครื่องบินยานพาหนะและผลิตภัณฑ์ยาจากอียู ทั้งนี้ในแรงงานของอียูในโซ่อุปทานสินค้าเวียตนามประมาณ 31 ล้านคน


 

2. คำถามต่อไปเวียตนามจะแก้ปัญหาโลจิสติกส์การขนส่งตรงนี้อย่างไรในการส่งสินค้าไปยุโรป คำตอบจากเวียตนามเมื่อปี 2016 ฮานอยได้ขอเข้าเป็นสมาชิกสหภาพศุลกากรยูเรเชีย ตามการประมาณการของผู้เชี่ยวชาญจะประหยัดค่าธรรมเนียมสำหรับการส่งออก อาจเป็นจำนวนเงินประมาณ 40 ล้านเหรียญในปีแรกของสัญญา และเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเปลี่ยนผ่าน ประมาณ 60 ล้านดอลลาร์ บริษัทเวียดนามได้ประหยัดจากการยกเลิกอากรศุลกากรได้ถึง 5-10 ล้านเหรียญ 

การเปิดเสรีการค้ากับเวียดนามไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ การยกเลิกภาษีศุลกากรสามารถนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการส่งออกไปยังเวียดนามด้านเนื้อสัตว์ปีก ไส้กรอก ชีสและน้ำมันข้าวสาลี ปุ๋ย แร่น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม แร่ใยหินท่อเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้ายางแท่นขุดเจาะยางและยางหนังสือพิมพ์และกระดาษแข็ง, รถยนต์จากยูเรเชีย 

ในส่วนของเวียตนามจะเติบโตปลา ข้าว ผลไม้ ผักและถั่วและ เพิ่มอุปทานของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเบา (แจ็คเก็ต กางเกง, กระโปรง, รองเท้ากีฬา), อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (เครื่องพิมพ์, จักรเย็บผ้า, โทรศัพท์และสมาร์ทโฟน), เครื่องหนังและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนต่างๆ (แปรงสีฟันไม้กวาด) ในปี 2020 การค้าของกลุ่มนี้กับเวียตนามคาดว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐตัวเลขเหล่านี้ส่วนแบ่งของรัสเซียเป็นประมาณ 80% และมากยิ่งขึ้น หากเป็นไปตามแผนงานดังกล่าว เศรษฐกิจเวียตนามก็จะมีความเสี่ยงลดลงเนื่องจากลดการพึ่งพาจากจีนและเป็นเอาทซอร์ทของจีน

ดังนั้นเมื่อเกิดสงครามการค้าบวกกับการลดค่าเงินหยวน เวียตนามจะลำบากในการเพิ่มปริมาณการค้า แต่หากสามารถเชื่อมโยงสินค้าของตนเองราคาถูกในการนำเข้าสู่สหภาพศุลกากรยูเรเชีย เวียตนามก็สามารถเข้าสู่อียูได้ เนื่องจากมีข้อตกลงทางการค้าทำให้ปริมาณการค้าของเวียตนามเพิ่มขึ้นและหันไปเป็นชาติการค้าแทนรับจ้างการผลิต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเส้นทางรถไฟสายไหมใหม่ของจีน หากมาบรรจบกับเวียตนามก็จะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์การขนส่งคือร้อยละ 35 ของต้นทุนและการขนส่งนั้นใช้เวลา ประมาณ 15-18 วันถึงยุโรป 

ลองคิดดูแล้วกันที่ฮานอยดีดลูกคิดออกมา พลังอ่อนนุ่มของจีนคงจะมีข้อจำกัดในการนำมาใช้กับเวียตนามและญี่ปุ่นจับมือกับอียูนั้นหมายความว่า หากเป็นอุตสาหกรรมไม่ใช่ไฮเทคญี่ปุ่นจะมาเวียตนามเพราะเวียตนามได้เปรียบในส่วนของแพลทฟอร์ม ถ้าเป็นแบบนี้อุตสาหกรรมอาหารทะเลของเรางานเข้าแน่นอน และปัญหาที่ตามมาคือเนื้อสัตว์ ทั้งหมูและวัวจากอียู

ยุคนี้ใครคิดช้าและพิจารณาไปตามขั้นตอนคงไม่ทันการ งานเข้าคือต้องคิดเร็วและทำเร็วเหมือนเล่นหมากรุกจับเวลา


เรื่องโดย : รศ.ดร.ชิณสัคค สุวรรณอัจฉริย